“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ตอนที่ 99
“ทำยังไงดีล่ะคะ……”
ฝ่าบรรยากาศอันชวนให้จิตใจฟุ้งซ่านพรรค์นั้นมาจนถึงที่นี่ได้แท้ๆ ทว่าความพยายามกลับสูญเปล่าเมื่อเซร่าไม่สามารถพบสโนว์ได้ในทันที
“ตอนนี้ท่านพี่กำลังหลับอยู่น่ะค่ะ……”
ทันทีที่ก้าวขึ้นมาบนชั้นสองซึ่งเป็นห้องของสโนว์ อควิลาที่เอาเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงระเบียงทางเดินด้วยเหตุผลกลใดก็มิอาจทราบได้ พลันก้าวเข้ามาขวางหน้าเซร่าด้วยสีหน้าลำบากใจ ดูเหมือนเธอจะไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าเซร่าจะมาหา สีหน้าจึงดูตกใจไม่น้อย
คงได้ยินข่าวลือที่เป็นประดุจเห็ดพิษที่เอน็อคปล่อยออกมาเป็นแน่แท้ ถึงจะอับอายขายหน้าจนใบหูแดงก่ำไปหมด ทว่าเธอก็ไม่ยอมถอยหลังกลับไปง่ายๆ เพราะยังมีของที่ต้องทวงรับอยู่
“เหรอ แล้วจะตื่นประมาณเมื่อไหร่ล่ะ”
บ่ายนี้? หรือตอนเย็น? เซร่าคาดเดาเวลาตื่นด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางยืนรอคำตอบอย่างสงบนิ่ง
“นั่นสินะคะ”
คิดว่าเป็นคำถามที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรแท้ๆ แต่อควิลากลับทำสีหน้าลำบากใจขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเด็กสาวผู้มีสีหน้าเต็มไปด้วยเรื่องให้ขบคิดส่งเสียง อืม... อืม... คัดกรองคำพูดอยู่นาน ในชั่วพริบตาต่อมาเธอก็ตอบกลับมาอย่างกะประมาณ
“อืม น่าจะ ฤดูใบไม้ผลิมั้งคะ……?” “…….”
เวลาตื่นที่ยาวนานกว่าที่คิดไว้มากโขทำให้มุมปากของเซร่าเกร็งค้างไปเล็กน้อย หากคนไม่รู้ความมาได้ยินเข้าคงคิดว่าพูดล้อเล่นแล้วหัวเราะผ่านไป ทว่าเธอไม่ได้ทำเช่นนั้น
เพราะเธอรู้ซึ้งถึงเหตุผลที่สโนว์ต้องหลับใหลยาวนานถึงเพียงนี้ สายเลือดแห่งเฟย์เดนเมื่อได้ล่วงรู้ ‘ปัญญา’ ย่อมต้องเข้าสู่ห้วงนิทราเป็นเวลาสั้นๆ เสมอ นั่นเป็นเพราะการแอบลอบมองสัจธรรมที่เดิมทีมิได้รับอนุญาตให้มนุษย์ล่วงรู้ต้องแลกมาด้วยอายุขัยที่สั้นลง ยิ่งสัจธรรมที่พวกเขาแอบดูนั้นลึกซึ้งเพียงใด ห้วงเวลาแห่งการหลับใหลก็ยิ่งยาวนานขึ้นเท่านั้น
การที่สโนว์ซึ่งหลับใหลไปตั้งแต่ต้นฤดูหนาวที่หิมะแรกยังไม่ทันโปรยปรายจะตื่นขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลินั้น หมายความว่า ‘ปัญญา’ ที่เขาแอบลอบมองนั้นแม่นยำจนแทบเรียกได้ว่าเป็นคำทำนายเลยทีเดียว
……และสัจธรรมที่เขาได้ล่วงรู้เป็นครั้งสุดท้ายนั้นก็คือเรื่องของเอเดล
“งั้นเหรอ-”
ความรู้สึกอันซับซ้อนที่อุตส่าห์สลัดหลุดไปได้พลันโถมซัดกลับเข้ามาหาเซร่าอีกระลอก จะได้พบกันแน่ เสียงที่คอยเร่งเร้าความหวังดังก้องอยู่ข้างหูไม่หยุดหย่อน
“อย่างนี้นี่เอง”
ครั้งนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า จะเชื่อได้จริงๆ หรือ เธอต้องเลือกทำเรื่องโง่เขลาอย่างการฝากความหวังไว้กับคำพูดของเฟย์เดนผู้ทำลายชีวิตของเธอให้พังทลายลงอีกครั้งอย่างนั้นหรือ
“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันค่อยมาตอนนั้นแล้วกัน”
เซร่าที่จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดลืมเรื่องเงิน 100 โกลด์ไปสนิทใจอีกครั้ง เมื่อยอมรับได้ว่าในตอนนี้ไม่สามารถพบสโนว์ได้ในทันที เซร่าจึงหันหลังกลับจากอควิลาแต่โดยดี
“คะ คือ พะ พี่สาว……!”
ในตอนนั้นเอง อควิลาก็รีบคว้าแขนเสื้อของเซร่าไว้ด้วยความร้อนรน
“ไม่รู้หรอกนะคะว่าระหว่างสองคนเกิดเรื่องอะไรขึ้น” “……?” “ตะ แต่ถึงอย่างนั้น-”
เด็กสาวที่มีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัดซึ่งไม่สมกับเป็นตัวเธอเลยสักนิดยืนอึกอักอยู่นานราวกับกำลังคัดสรรคำพูดที่เหมาะสม
“รัก…… ตะ ตัวเองให้มากๆ นะคะ……”
ก่อนจะเอ่ยจบประโยคได้ในที่สุดพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปทั่ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอับอายตัวเองในขณะที่พูดด้วยหรือไม่ อควิลาถึงไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเซร่าตรงๆ
ฟังอย่างไร นี่ก็เป็นคำพูดของคนที่รู้เรื่องอื้อฉาวรักสามเส้าที่กำลังสะเทือนไปทั่วทั้งกิลด์อย่างแน่นอน
ถ้อยคำที่ขาดๆ หายๆ นั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความเป็นห่วงและความรักใคร่ที่มีต่อเซร่า และตัวเซร่าผู้เป็นเป้าหมายของความห่วงใยและความรักใคร่อันบริสุทธิ์นั้น
“…….”
กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลยแม้แต่น้อย
“พี่คะ……?”
อควิลาที่รู้สึกแปลกใจจึงรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองเธอ
“…….”
ก่อนจะสูดหายใจเข้าเฮือกด้วยความตกใจเมื่อได้สบเข้ากับใบหน้าที่แข็งค้างจนซีดเผือด อควิลาที่รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติกลับเป็นฝ่ายตกใจยิ่งกว่า และพรั่งพรูคำแก้ตัวออกมาเป็นชุด
“……ขะ ขอโทษค่ะ หนูคงก้าวก่ายเกินไป! คือว่า ทุกคนบอกว่าพี่ทนพิษบาดแผลจากการอกหักไม่ไหวจน ทะ ทำเรื่องสุดโต่งไปน่ะค่ะ-”
ทว่านั่นกลับส่งผลตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ทุกคนเป็นห่วงกันมากเลยค่ะ บอกว่าต่อให้โลกนี้จะถึงกาลอวสานจนไม่มีอะไรจะกิน ก็ไม่ควรไปกินสิ่งที่ไม่ควรกินเด็ดขาด-” “……พอเถอะ” “หนูแค่อยากให้พะ พี่ได้กินแต่ของสะอาดๆ เท่านั้นเองค่ะ……” “บอกว่าให้หยุดไง! พอแล้ว!”
เซร่าที่ตะโกนออกมาด้วยสีหน้าทรมานรีบตัดบทคำพูดของอควิลาทันที ดูเหมือนเด็กสาวจะพยายามใช้คำอุปมาอุปไมยเพื่อบดบังความโจ๋งครึ่มของบทสนทนา แต่นั่นกลับยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกสมเพชเวทนาตัวเองหนักเข้าไปอีก
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงเพียงประโยคเดียวที่หลุดออกมาจากปากของอควิลา มีอานุภาพทำลายล้างความเยือกเย็นที่เซร่าพยายามประคับประคองไว้อย่างยากลำบากได้ยิ่งกว่าคำซุบซิบนินทาอันน่าอับอายนับร้อยคำที่ได้ยินมาระหว่างทางเสียอีก
วาทศิลป์แบบแทงใจดำคนฟังด้วยรอยยิ้มของอควิลาสำแดงฤทธิ์เดชอีกครั้งแล้ว เซร่าที่ได้รับแรงกระแทกจิตใจไม่น้อยถึงกับโซเซจนต้องคว้าจับราวบันไดเอาไว้
ไอ้เอน็อค ซอร์เซอร์ มันไปปล่อยข่าวลือถึงระดับไหนกันแน่เนี่ย ข่าวระยำพรรค์นี้ถึงได้ลอยมาเข้าหูแม้กระทั่งอควิลาได้น่ะ เธอที่พึมพำกับตัวเองด้วยความเคียดแค้นยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาปิดปากแน่น
“ไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้ว อควิลา”
จากนั้นจึงเอ่ยขอร้องแกมวิงวอนให้อควิลาหยุดอยู่เพียงเท่านี้และเงียบปากไปเสีย
ได้โปรดเถอะ…… มันอายจะตายห่าอยู่แล้วโว้ย…… เซร่าที่ได้แต่กลืนคำพูดประโยคสุดท้ายอันน่าอดสูลงคอค่อยๆ ลากสังขารเดินโซซัดโซเซออกไป
“ฉันไปนะ” “ค่า……”
ครั้งนี้อควิลายอมปล่อยเธอไปแต่โดยดี ตึง ตึง เซร่าก้าวลงบันไดไปอย่างเชื่องช้า เธอที่ค่อยๆ ย่องลงไปโดยอาศัยราวบันไดพยุงตัวจู่ๆ ก็ชะงักหยุดลงตรงกึ่งกลาง
จากนั้นก็ ตึง ตึง ตึง เธอเดินย้อนกลับขึ้นบันไดมาด้วยท่าทีดุดันแล้วใช้สองมือตะปบไหล่ของอควิลาไว้หมับ
“……?!”
อควิลาที่ตกใจเบิกตากว้างพลางเงยหน้าขึ้นมองเธอ
“เธอจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องปลอดภัย ดีตลอดไปเลยนะ!”
ถ้อยคำนั้นดีเลิศหาที่เปรียบไม่ได้ แต่คงเป็นเพราะความอับอายยังไม่จางหาย น้ำเสียงของเธอจึงฟังดูกระโชกโฮกฮากราวกับคนที่กำลังโมโหจัด
“……คะ?”
อควิลาทำสีหน้างุนงงกับคำอวยพรที่แทบไม่ต่างอะไรกับการแจ้งให้ทราบฝ่ายเดียว
“ดูแลตัวเองด้วยนะ เจอกันฤดูใบไม้ผลิ”
ทว่าเซร่าที่พูดสิ่งที่ต้องการจนหมดแล้วกลับไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่ม เธอหันหลังขวับแล้วเดินลงบันไดไปทันที ขณะมองแผ่นหลังที่ก้าวเดินเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดห่างออกไป อควิลาก็พึมพำออกมาพลางแก้มแดงระเรื่อ
“……เป็นคนที่ใจดีจัง”
จากนั้นใบหน้าก็พลันถูกปกคลุมไปด้วยความกังวลระคนกลัดกลุ้มก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทำไมถึงได้เลิกรากับพี่ชายไปได้นะ ทั้งสองคนจะต้องเป็นคู่รักที่ดีต่อกันมากแน่ๆ แท้ๆ……
เซร่าก้าวออกจากอาคารมาราวกับกำลังวิ่งหนี โดยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหลังตน
“ฮึ่ม เพราะไอ้บ้านั่นแท้ๆ ทำไมฉันต้องมาอับอายขายขี้หน้าขนาดนี้ด้วยเนี่ย……!”
เซร่าตัวสั่นด้วยความอับอายพลางเกาแขนซ้ายที่คันยุบยิบไม่หยุดเสียงดังแกรกๆ
“อ๊ะ เงิน 100 โกลด์ของฉัน!”
และพอออกมาข้างนอกแล้วนั่นแหละ เธอถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองลืมจุดประสงค์ในการมาเยือนไปเสียสนิท ทว่าในเมื่อเจ้าตัวก็กำลังหลับอยู่ เซร่าจึงไม่ได้หน้าหนาพอที่จะย้อนกลับไปถามอควิลาว่า สโนว์ได้ทิ้งเงินไว้ให้ฉันบ้างหรือเปล่า
“นี่ฉันโดนสัญญาต้มตุ๋นเข้าแล้วหรือเปล่านะ-?”
ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักได้ว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ตนลืมไป จึงเลิกแขนเสื้อที่เกาจนขึ้นรอยแดงเถือกขึ้นดู
และแล้ว โทษทัณฑ์ที่ลดลงอย่างงดงามก็ปรากฏสู่สายตา เซร่ากะเก็งความแตกต่างระหว่างก่อนหน้ากับตอนนี้พลางเอ่ยทวนโทษทัณฑ์ที่เหลืออยู่ของตนเบาๆ
“316 145 000 งั้นเหรอ……”
โทษทัณฑ์มหาศาลถึงเจ็ดสิบล้านปีลดฮวบลงอย่างคุ้มค่าเหนื่อย แม้ก้อนควันสีดำที่เกาะอยู่บนไหล่ของอควิลาจะยังไม่สลายไปทั้งหมด แต่ได้ผลลัพธ์ขนาดนี้ก็นับว่างดงามไม่น้อยทีเดียว
ถึงแม้จะต้องมารับบทเป็นมุมหนึ่งของรักสามเส้าโสมมก็เถอะ แต่อย่างไรเสียเวลาก็คงสะสางทุกอย่างให้เอง
ใช่แล้ว แค่นี้ถือว่าคุ้มค่าพอที่จะยอมทน หากไม่นับเรื่องที่เหล่าสมาชิกกิลด์ซึ่งสบตากับเธอพากันส่งสายตาเวทนามาให้ หรือชะเง้อชะแง้มองด้วยสีหน้าเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าถาม
หากไม่นับเรื่องที่พอนึกถึงว่าจะต้องเดินย้อนกลับไปบนถนนที่มีเสียงโอดครวญเมื่อครู่เพื่อกลับบ้านแล้วรู้สึกมืดแปดด้านละก็นะ……
“ทำได้สิ ฉันทำได้อยู่แล้ว”
ในจังหวะที่เซร่ารวบรวมสมาธิอย่างเอาเป็นเอาตายพลางสูดหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วก้าวเท้าแรกออกไปนั้นเอง
“เซร่า! เซร่าาา!”
ร่างหนึ่งปรากฏให้เห็นแต่ไกลพร้อมกับวิ่งตะโกนเรียกชื่อเธอ สีดำที่ดูเปียกชื้นและหม่นหมองเป็นพิเศษแม้ในวันที่ฟ้าครึ้มเช่นนี้ แต่ทว่าช่วงหลังมานี้กลับกลายเป็นสีดำที่ดูเหมือนคนเป็นขึ้นมาบ้างแล้วอย่างเลนิสนั่นเอง
“อย่ามานะ เลนิส”
แม้จะเป็นใบหน้าที่น่ายินดีที่ได้พบ แต่สำหรับเซร่าที่ถูกบั่นทอนจิตใจมาตั้งแต่เช้าแล้ว การปรากฏตัวของเขากลับทำให้เธอหวาดระแวงไปก่อน หากต่อจากอควิลาแล้วแม้แต่ปากของเลนิสยังหลุดคำว่าเธอฟันเอน็อคออกมาอีกละก็ คราวนี้เธอคงได้อับอายจนเป็นลมไปจริงๆ แน่
เซร่ากดร่มลงต่ำแล้วแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นพลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
แล้วเธอก็ไม่เข้าใจเอน็อคที่ลากเรื่องราวมาจนถึงขั้นนี้เอาเสียเลย หมอนั่นก็ไม่ได้นอนกับคนแค่คนสองคนเสียหน่อย แล้วทำไมถึงต้องมาทำเป็นเรื่องใหญ่แค่เรื่องที่นอนกับฉันด้วยล่ะ……
“เซร่า? เซร่า! เดี๋ยวก่อน!”
แต่เลนิสผู้ไม่รู้กาลเทศะกลับตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังยิ่งกว่าเดิม
“อ๊า ขอร้องละ…….”
ตอนนี้เซร่าแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อพลางสาวเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น
ผู้คนต่างพากันมองเธอ แม้จะกดร่มลงต่ำจนแทบมองไม่เห็นใบหน้า แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาที่ทิ่มแทงเข้ามา เสียงกระซิบกระซาบ ชื่อของเอน็อคตามติดท้ายชื่อของเธอราวกับเป็นเรื่องแน่นอน เมื่อถูกผูกติดกันเป็นคู่จนบรรยากาศก่อตัวขึ้นราวกับมีอะไรในกอไผ่จริงๆ ใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาไม่หยุด
ความปรารถนาอยากจะสลายกลายเป็นผุยผงแล้วหายวับไปได้ถาโถมเข้าใส่เธอเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา
“เซร่า! เซร่า! เดี๋ยวก่อน! แป๊บหนึ่ง! ฉันมีเรื่องต้องบอกเธอให้ได้-.”
ระหว่างนั้นเลนิสที่ตามเซร่าทันก็คว้าไหล่รั้งเธอไว้
“อ๊าก! เออ! กินแล้วย่ะ!”
เป็นวินาทีถัดมาที่เซร่าผู้มีความอดทนหยดสุดท้ายหมดลงอดรนทนไม่ไหวจนแผดเสียงตะโกนอย่างหัวเสีย
“กะอีแค่ผู้ชายที่คนอื่นเขากินกันทั่วบ้านทั่วเมือง ฉันขอกินด้วยหน่อยทำไมต้องเอะอะโวยวายกันขนาดนี้ด้วยเล่า!”
โวยวายกันขนาดนี้ด้วยเล่า…… โวยวายกันขนาดนี้ด้วยเล่า…… โวยวายกันขนาดนี้ด้วยเล่า…… เสียงสะท้อนก้องกังวานปกคลุมถนนท่ามกลางสายฝน ไม่มีใครไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องที่แผดลั่นออกมาอย่างสุดเสียง เซร่าที่ประสาทตึงเครียดจนถึงขีดสุดตัวสั่นเทิ้มพลางถลึงตาใส่เหล่าสมาชิกกิลด์ที่กำลังจ้องมองเธอ
อะไร ทำไม แล้วจะทำไม มีปัญหาเหรอ พอจ้องกลับไปด้วยสายตาผยองแบบนั้น สมาชิกกิลด์ที่หยุดยืนมุงดูเธอจึงพากันสลายตัวแยกย้ายไปตามทางของตนอย่างเป็นธรรมชาติ
ทุกคนเข้าใจคำเตือนที่แฝงอยู่ในเสียงหวีดร้องอันคับแค้นใจของเซร่าได้อย่างแจ่มแจ้ง มีเพียงเลนิสคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เข้าใจและยังคงพล่ามไร้สาระต่อไป
“……อร่อยไหมครับ?” “ไม่อร่อยย่ะ!”
เซร่าถึงกับของขึ้นปฏิเสธเสียงหลงให้กับคำถามที่ตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ หากจะให้บรรยายรสชาติของเอน็อคจริงๆ ละก็ แทนที่จะบอกว่าอร่อย มันออกไปทางรสแรงจนแสบคอเสียมากกว่า หมอนั่นเป็นพวกประเภทเหล้าแรงพิษร้ายที่ดื่มเข้าไปแล้วรังแต่จะทำร้ายร่างกาย
“ไม่อร่อยแล้วกินทำไมล่ะครับ? คราวหน้าก็กินของอร่อยๆ สิ”
เท่านั้นไม่พอ เลนิสยังก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการพ่นคำพูดสองแง่สองง่ามออกมา
“นี่! นายพูดจาบ้าบออะไรแบบ-.”
เซร่าที่หันควับกลับมาอย่างเดือดดาลต้องชะงักไปเมื่อเห็นเลนิสกำลังก้มมองเธอด้วยสีหน้าเด๋อด๋าเหมือนอย่างเคย หากเป็นการพูดในความหมายลึกซึ้งอย่างที่เธอคิด แววตาของอีกฝ่ายกลับใสซื่อบริสุทธิ์เกินไป
เซร่าขมวดคิ้วด้วยความคลางแคลงใจเมื่อสังหรณ์ได้ว่าประเด็นมันน่าจะหลุดกรอบไปไกลโข
“นาย ไม่รู้เหรอ……?” “หืม? พูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันก็รู้หมดแล้วนะ!”
เมื่อเธอถามด้วยคำพูดที่มีเพียงคนที่รู้เรื่องเท่านั้นถึงจะเข้าใจ เลนิสก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้ากระจ่างใสอีกครั้ง
“ได้ยินว่าเธอกำลังคบกับสโนว์อยู่ไม่ใช่เหรอ?”
“ยินดีด้วยนะครับ” เลนิสเอ่ยแสดงความยินดีที่มาช้ากว่าคนอื่นไปโข ใบหน้าที่เสริมขึ้นมาว่าโชคดีจริงๆ ที่เธอไม่ได้คบกับหัวหน้านั้นดูไร้เดียงสาเหลือเกิน พอถึงขั้นนี้แล้ว เซร่าก็จำต้องตระหนักได้ในที่สุด
“…….”
ความจริงที่ว่าเลนิสไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในกิลด์ตอนนี้เลยแม้แต่น้อย มันเป็นข่าวที่ช่วยให้เธอโล่งใจขึ้นมาได้เปลาะหนึ่ง ทว่าคราวนี้กลับทำให้รู้สึกไม่สบายใจในอีกแง่หนึ่งแทน ขนาดอควิลายังรู้ แต่เลนิสดันไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ……หรือว่าหมอนี่จะโดนคนอื่นแบนกันนะ?
“……เลนิส”
เซร่าปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมจริงจังก่อนจะเป็นฝ่ายคว้าไหล่ของเลนิสเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยกำชับ
“นายเนี่ย ต้องเกาะติดอยู่ข้างตัวบีเซไว้ให้ดีเลยนะ เข้าใจไหม?” “เอ๊ะ? อื้อ” “แล้ว สรุปว่ามาหาฉันด้วยเรื่องอะไรล่ะ?” “บีเซเรียกน่ะครับ ไปด้วยกันกับฉันเถอะครับ” “……บีเซเหรอ?”
เซร่าเอียงคอสงสัยกับชื่อที่จู่ๆ ก็โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตั้งแต่กลับมาจากเฮตาร์ดิน เธอก็แทบไม่มีเรื่องให้ข้องเกี่ยวกับบีเซเลยสักนิด จึงนึกไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะมีเหตุผลอะไรให้ตามหาตัวเธออย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนี้
“ครับ เห็นว่ามีของที่ต้องรับไปจากเธอน่ะครับ?”
แม้เลนิสจะอธิบายธุระให้ฟังอย่างคลุมเครือ ทว่าเธอก็ยังคงนึกอะไรไม่ออกอยู่ดี เซร่าที่จู่ๆ ก็ถูกเจาะจงเรียกตัวกระพริบตาปริบๆ
“……จากฉันเนี่ยนะ?”
กำลังโหลดความเห็น...