คลังเรื่องเร็ว ๆ นี้มาแรงเสนอเรื่องที่อยากให้แปลตารางอัป
–
ลูมอนโซ่ · ผู้รักการอ่านมังฮวาและนิยายอ่านเวอร์ชันต้นฉบับและแปลไทยได้ตามลิงก์ในแต่ละเรื่อง
ข้อมูลเว็บและติดต่อ
ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายเหรียญและการคืนเงินความเป็นส่วนตัวเหรียญติดต่อเรา
18+

เนื้อหาสำหรับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป

“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้

กลับหน้าแรก

[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะตอน 128

ตอน 128

……น่ารักจัง?

ความประทับใจต่อรูปลักษณ์ภายนอกผุดขึ้นมาก่อนที่เธอจะทันคิดว่าเสียงนี้คุ้นหูจากที่ไหนเสียอีก

ปกติงูกินอะไรเป็นอาหารนะ ก่อนที่สติจะตัดสินใจว่าจะเลี้ยงดูมันหรือไม่ สมองก็คิดไปไกลถึงขั้นที่ว่าลูกงูตัวแค่นี้กินอะไรประทังชีวิตแล้ว

ดวงตาที่ใสซื่อเกินจำเป็นคู่นั้นจับจ้องมองเซร่าอย่างเรียบร้อย แม้มันเพิ่งจะลืมตาดูโลกจนน่าจะสงสัยว่ารอบข้างมีอะไรบ้าง หรือตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ทว่าลูกงูตัวน้อยที่ฟักตัวออกมาจากอัญมณีกลับเอาแต่จ้องมองเซร่าเพียงคนเดียวพลางทอประกายตาเป็นประกายวิบวับ

ท่าทางนั้นดูตาบอดตาฟางราวกับลูกสัตว์แรกเกิดที่มองเห็นแม่ของตนไม่มีผิด

กิ๊วววว……

ในตอนนั้นเอง ก้อนควันสีดำที่เกาะอยู่บนไหล่ของยูร์อาก็ส่งเสียงร้องยาวออกมาทางเจ้างู ไม่ใช่เพียงก้อนควันนั้นก้อนเดียวที่ทำเป็นเหมือนรู้จักกับงู นักฆ่าหลายสิบคนที่นอนเกลื่อนอยู่บนพื้น ก้อนควันทุกก้อนที่เกาะอยู่บนไหล่ของพวกเขาก็ต่างพากันส่งเสียงกิ๊วก๊าวประสานขึ้นมาคนละคำสองคำไปทางงูเช่นกัน

“……มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?”

เมื่อเห็นปฏิกิริยาอันกระตือรือร้นราวกับคนคุ้นเคยกัน เซร่าจึงขยับตัวเอี้ยวไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัวเพื่อให้งูมองเห็นบรรดาก้อนควันเหล่านั้นได้ถนัดตา

กิ๊ว?

เจ้างูที่ทำสีหน้างุนงงตอบรับในตอนแรกจึงเพิ่งหันมาให้ความสนใจกับก้อนควันสีดำ มันขยับลำตัวที่ขดเป็นวงเพื่อก้มมองลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะเอียงคอไปมาอยู่อีกพักหนึ่ง

กิ๊ว

แล้วมันก็เลื้อยผ่านร่างของเซร่าลงไปแตะพื้นอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ เจ้างูเลื้อยปราดไปบนผืนทรายในทะเลทรายอย่างลื่นไหล ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าก้อนควันสีดำที่ส่งเสียงเรียกมัน ก้อนควันสีดำของยูร์อายื่นตัวออกมาข้างหน้าเพื่อต้อนรับงูดังเป็นตัวแทนของก้อนควันทั้งหมด

ตาแป๋ว ดวงตาสองคู่ที่ส่องประกายงดงามสบตากันและกัน

กิ๊วววว?

กิ๊ว?

กิ๊วว?

กิ๊ว

พวกมันต่างเอียงคอไปมาพลางแลกเปลี่ยนบทสนทนาที่ไม่มีใครเข้าใจ

ดูเหมือนกำลังพูดคุยเรื่องสลักสำคัญกันอยู่ ก้อนควันอื่นๆ ที่เฝ้าดูอยู่จึงร่วมผสมโรงส่งเสียงใส่งูคนละคำสองคำ

ในชั่วพริบตาที่คิดว่าการได้มองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่ดูไร้พิษภัยกำลังเผชิญหน้ากันเช่นนี้ชวนให้รู้สึกสบายตาอย่างน่าประหลาดโดยไม่สนสถานการณ์รอบข้าง

“……?!”

เจ้างูที่มองก้อนควันสีดำด้วยแววตาไร้เดียงสากลับอ้าปากกว้างแล้วเขมือบมันเข้าไปในคำเดียว

กร๊วม กร๊วม ได้ยินเสียงบางอย่างที่แข็งแกร่งกำลังถูกบดเคี้ยวแหลกละเอียด

“…….”

เหล่าก้อนควันสีดำที่เคยส่งเสียงเอะอะพลันหุบปากเงียบกริบลงในชั่วพริบตา

บรรยากาศเยียบเย็นเฉียบขาด ราวกับมีมีดบินพุ่งมาปักอกของเหล่าก้อนควันเข้าอย่างจัง

กร๊อบ กร๊อบ งูดำเคี้ยวก้อนควันสีดำของยูร์อาจนละเอียดพลางหันหลังกลับไป มันใช้ดวงตาสองข้างที่ใสกระจ่างจนน่าอึดอัดไล่นับจำนวนก้อนควันที่เหลือซึ่งกำลังจับจ้องตนอยู่ ก่อนที่

อึก

จะกลืนลงคอไป

กิ๊ว

งูที่เพิ่งเสร็จสิ้นมื้ออาหารอันน่าพึงพอใจแลบลิ้นสีดำสนิทออกมาผลุบโผล่

กิ๊ว?

แล้วมันก็เอียงคอไปมา เหมือนอย่างที่เคยทำกับก้อนควันที่เพิ่งเขมือบลงท้องไปเมื่อครู่นี้

ความเงียบสงัดที่เปราะบางราวกับแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบแตกกระจายออกในเสี้ยววินาทีถัดมา

กิ๊ววว! กิ๊ววว!

กิ๊ว! กิ๊ววว!

เสียงกรีดร้องของเหล่าก้อนควันดังระงมลั่น ก้อนควันที่น้ำตาคลอเบ้าต่างพากันดิ้นพล่านเหมือนอยากจะหนีไปให้พ้นเดี๋ยวนี้ ทว่าพวกมันกลับขยับหนีไปไหนไม่ได้เลย ราวกับไม่สามารถผละออกจากบ่าของเหล่านักฆ่าได้

กิ๊ว

ไม่รู้ว่าไม่รู้สึกสงสารท่าทางที่สั่นงันงกด้วยความกลัวนั้นเลยหรืออย่างไร เจ้างูดำถึงได้ร่นระยะห่างเข้าไปหาอย่างหน้าตาเฉย แล้วเริ่มกลืนกินก้อนควันที่อยู่ใกล้ที่สุดทีละตัวอย่างไม่ปรานี กร้วม กร้วม ช่างขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่ารักเสียจริง เพราะงูตัวนี้เคี้ยวก้อนควันที่กำลังร่ำไห้อย่างโหดเหี้ยมและเอร็ดอร่อยเหลือเกิน

“ไม่สิ ทำไมล่ะ ไม่นะ……”

เซร่าใช้มือข้างหนึ่งปิดปากตัวเองเอาไว้กับเหตุการณ์ที่ค่อนข้างน่าตกตะลึง

ม่านตาที่สั่นระริกด้วยความสับสนไม่แพ้เหล่าก้อนควันที่กำลังโดนเขมือบ ไม่อาจละสายตาไปจากงูดำที่กำลังกินอาหารให้อิ่มท้องราวกับเป็นเรื่องธรรมชาติได้เลย

ทำไมถึงกินไอ้นั่นเข้าไปล่ะ กินเข้าไปได้ยังไงกัน

ไม่สิ ก่อนจะถึงตรงนั้น ไอ้นั่นมันกินได้ด้วยเหรอ……?!

“นี่! ไปเก็บอะไรส่งเดชมากินไม่ได้น—”

เซร่าที่จู่ๆ เกิดความเป็นห่วงขึ้นมาตะเบ็งเสียงห้ามขึ้นมาในตอนนั้นเอง

“แค่ก! อ่อก! แค่กๆ!”

ทว่าพออ้าปาก ลิ่มเลือดก็พลันตีตื้นขึ้นมาจากข้างในอีกระลอกจนสำลัก ทำให้เธอไม่อาจเอ่ยห้ามได้เป็นเรื่องเป็นราว

“ดะ แค่ก! เดี๋ยวก่อน หยุดนะ หยุดกินได้แล้ว!”

แม้จะสั้นกว่าคราวก่อน แต่เซร่าที่ยังคงไอโขลกสำลักเลือดออกมาอยู่นานพอสมควรเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง

เอิ๊ก

ในระหว่างนั้นเอง เจ้างูที่เขมือบก้อนควันสีดำไปจนเกลี้ยงก็เรอออกมาเสียงดังลั่น ก่อนจะเลื้อยดุ๊กดิ๊กมาที่ปลายเท้าของเซร่าแล้ววางหัวแปะลงบนหลังเท้าของเธอ

เจ้างูที่ฝากฝังส่วนสำคัญที่สุดไว้กับเซร่าหลับตาลงอย่างพึงพอใจ

ลำตัวที่อวบอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพลางพ่นลมหายใจสม่ำเสมอ ฟี้ ฟี้

ไม่อยากจะเชื่อเลย แต่มันหลับไปแล้วจริง ๆ

“มาผล็อยหลับไปแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย……”

เซร่าที่พูดไม่ออกมองไปรอบ ๆ ตัวอันสะอาดสะอ้านที่ไม่มีก้อนควันสีดำหลงเหลืออยู่เลยสักก้อนด้วยสายตาลำบากใจ

ก้อนควันสีดำหายไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเสี้ยว

ถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะเป็นยังไงต่อไปล่ะ?

เธอไม่เคยแก้ไขชะตากรรมด้วยวิธีแบบนี้มาก่อน จึงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันจบลงอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่

“อ๊ะ ร้อน!”

ในตอนนั้นเอง ราวกับจะตอบคำถามในใจของเธอ ผิวหนังส่วนที่สลักโทษทัณฑ์เอาไว้ก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมา

ตัวเลขโทษทัณฑ์ที่ไม่ลดลงเลยสักนิดตลอดหลายวันที่ผ่านมาเริ่มพร่าเลือน ก่อนที่ตัวเลขจะหมุนติ้วและลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

การที่เจ้างูกลืนกินก้อนควันสีดำเข้าไป ก็นับว่าเป็นการเปลี่ยนชะตากรรมอันบิดเบี้ยวด้วยงั้นเหรอ?

เซร่าเฝ้ามองโทษทัณฑ์ใหม่ของตนเองด้วยสายตาที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก

ตัวเลขที่หมุนวนอยู่นานเริ่มหยุดลงทีละตัวตั้งแต่หลักหน่วย

0……0……0……0…….

และเมื่อขบวนแถวเลข 0 ที่ทอดยาวสิ้นสุดลง

250,000,000

โทษทัณฑ์ที่ลดลงไปถึงหกสิบล้านปีก็ถูกสลักขึ้นมาใหม่

“……!”

หกสิบล้านปีเนี่ยนะ? บ้าไปแล้วหรือไง ที่ผ่านมาเธอแก้ไขชะตากรรมมาก็ตั้งเยอะ แต่การลดหย่อนโทษอย่างถล่มทลายขนาดนี้เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกจนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

เพียงเท่านี้ โทษทัณฑ์ที่เธอได้รับมาตั้งแต่แรกก็ลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งแล้ว

เซร่าที่รู้สึกตระหนกและตื้นตันไปพร้อมกันสั่นสะท้านไปทั้งร่างจนขนลุกซู่

ดวงตาทั้งสองข้างที่เบิกกว้างหันขวับไปมองเจ้างูที่เอาหัวเกยหลังเท้าเธอแล้วหลับปุ๋ยอย่างหน้าตาเฉย

เซร่าคว้าเจ้างูยกขึ้นมาทันที ก่อนจะปลุกมันด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

“อะไรน่ะ เมื่อกี้ทำได้ยังไง ละ-ลุกขึ้นมาดูหน่อยได้ไหม”

ทว่ามือที่ลูบไล้ไปตามร่างที่ขดตัวอยู่นั้นกลับระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

ตัวนำโชคแบบนี้โผล่มาจากไหนกันนะ…… เซร่าที่จดจำรูปลักษณ์ของงูไว้ในสายตาด้วยความอัศจรรย์ใจพลันสีหน้าแข็งค้างเมื่อมีความคิดหนึ่งแวบผ่านเข้ามา

“หรือว่าฉัน…… ควรจะกินเข้าไปด้วยเหมือนกันนะ……?”

สายตาที่ดูว่างเปล่าเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย

ดวงอาทิตย์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอกแผดแสงจ้าจนแสบตา

มันสว่างจ้าเกินไปจนเธอต้องนิ่วหน้าคราง อึ่ก ออกมา ในตอนนั้นเองเศษเสี้ยวแห่งดวงดาวที่เคยเงียบสงบมาตลอดพลันปริ แตก ออกในเวลาต่อมา

เมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้าบดบังท้องฟ้าที่เคยโปร่งใส และท้องฟ้าก็ส่งเสียงคำราม ครืน! ราวกับอัสนีบาตจะฟาดฟันลงมา

ลำแสงสายหนึ่งส่องทะลุผ่านเมฆดำที่พัดพาค่ำคืนอันมืดมิดมาสู่ผืนป่าอันแห้งแล้งลงมายังเบื้องล่าง

ลำแสงที่สาดเทลงมาทับซ้อนกันไปมาและไหวระริกคล้ายกำลังจะก่อร่างเป็นรูปร่างของบางสิ่ง

แม้ในสายตาของคนอื่นอาจมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ในสายตาของเซร่าที่ปริแตกและกระเจิงแสงราวกับผิวอัญมณี มันกลับสะท้อนให้เห็นเป็นรูปร่างของมนุษย์อย่างชัดเจน

ตัวตนที่ปรากฏกายขึ้นมาบดบังดวงอาทิตย์เอ่ยคำแรกออกมา

“เซร่า โรเซนบอม”

เพียงแค่เสียงเรียกขานครั้งเดียวนั้นก็ทำเอาบรรยากาศสั่นสะเทือน

แม้กระทั่งร่างกายของเซร่าที่สัมผัสกับอากาศรอบตัวยังชาวาบไปหมดจนหัวเข่าแทบจะทรุดลงไปในชั่วพริบตา

ท้องฟ้าที่เคยลอยสูงลิบกดต่ำลงมาราวกับอยู่ตรงปลายจมูกประหนึ่งตัวตนที่พาเมฆดำมาด้วยนั้นมีน้ำหนักมหาศาล อากาศพากันหลบหนีไปไกลแสนไกลด้วยความหวาดกลัวว่าจะไปสัมผัสกับแสงสว่างที่ทอดลงมายังผืนดิน และผืนดินก็สั่นสะท้านไปทั้งแผ่นด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มจนเกินจะรับไหวต่อแสงสว่างที่สาดส่องลงมายังตน

โลกทั้งใบต่างก้มศีรษะลงราวกับว่าแค่การได้หายใจร่วมกันในพื้นที่เดียวกันก็หนักหนาเกินรับไหวแล้ว

เซร่ารู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่าตัวตนที่ทำให้ผู้คนขวัญหนีดีฝ่อได้อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่แรกเช่นนี้คือใคร

ไหล่ของเธอสั่นสะท้าน เธอซ่อนงูในมือไปไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพันมันไว้รอบเข็มขัดอย่างแน่นหนา

แม้จะไม่รู้ว่าทำไม แต่สัญชาตญาณบางอย่างกลับบอกให้เธอทำเช่นนั้น

“……มีธุระอะไรถึงมายังที่อันซอมซ่อเช่นนี้หรือคะ”

ดวงตาทั้งสองข้างที่ตึงเครียดผิดวิสัยสบมองใบหน้าที่กำลังก้มลงมองตน

นั่นคือพระเจ้าที่เธอได้พบอีกครั้งเป็นหนแรกนับตั้งแต่ขึ้นมายังโลกมนุษย์

แม้จะมีเพียงแค่ส่วนหัวจนไม่อาจเรียกว่าเป็นการจุติลงมาได้อย่างเต็มปาก ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นพระเจ้า การจะโผล่มาบนโลกมนุษย์ตามอำเภอใจแบบนี้มันจะดีเหรอ

“เจ้าใช้เวทมนตร์ดำรึ กลิ่นฉุนกึกตลบอบอวลไปหมดเลยนะ เซร่า โรเซนบอม”

พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ของเราคงจะมีจมูกหมาละมั้ง ถึงได้รู้ทันทีที่เห็นหน้าว่าเซร่าเพิ่งใช้เวทมนตร์ดำไป

ใบหน้าที่ถักทอขึ้นจากแสงสว่างขมวดมุ่นลงเล็กน้อย

แม้จะเป็นเพียงการหรี่ตาลงแค่นิดเดียว ทว่าหัวใจกลับหล่นวูบราวกับไปก่อคดีร้ายแรงจนต้องโทษประหารมา และสองขาก็สั่นพั่บๆ

เซร่าที่กัดฟันเกร็งตัวยืนหยัดเอาไว้จึงแสร้งทำเป็นกระเซ้าเย้าแหย่โดยไม่แสดงความยากลำบากออกมา

“ค่ะ ฉันใช้ชีวิตอย่างขยันขันแข็งมากเลยละค่ะ”

“ก็ไม่ใช่คำพูดที่ผิดหรอกนะ”

นึกว่าจะโดนด่าว่าอย่ามาพูดจาหมาๆ เสียอีก แต่คราวนี้พระเจ้ากลับยอมรับคำพูดของเธออย่างน่าประหลาด

“ลดโทษทัณฑ์ลงไปได้ตั้งครึ่งหนึ่งแล้วนี่ เซร่า โรเซนบอม”

ซ้ำยังมีบรรยากาศคล้ายกำลังเอ่ยปากชมเชยผลงานของเธอด้วยซ้ำ

เป็นการปฏิบัติที่แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเธอโดนตราหน้าว่าเป็นคนบาปที่ตกนรกและถูกปฏิบัติเยี่ยงสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยยิ่งกว่าแมลงเสียอีก

“เห็นแก่ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะไปเกิดใหม่ของเจ้า ข้าจะมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้ชิ้นหนึ่งแล้วกัน”

เมื่อร่างจำลองของพระเจ้าที่เชิดคางขึ้นอย่างสูงส่งก้มลงมองเธอ กลุ่มแสงบางส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนทิศทางแล้วพุ่งตรงมายังเซร่า ความทรงจำอันเลวร้ายผุดขึ้นมาทันทีเมื่อลำแสงเล็งตรงมาที่ดวงตาทั้งสองข้าง เซร่าจึงก้าวถอยหลังด้วยสีหน้าหวาดระแวง ทว่า

“เดี๋ยวก่อน นี่อย่าบอกนะว่าอีกแล้—”

ฉึก!

โดยปราศจากการใช้กำลังใดๆ ความเจ็บปวดอันน่าเวียนหัวราวกับมีอะไรมาทิ่มแทงดวงตาทั้งสองข้างก็แล่นปราด พร้อมกับประกายไฟที่แตกวาบขึ้นตรงหน้า!

“อ๊าก! ตาฉัน!”

เซร่าที่ยกสองมือกุมตาแผดเสียงกรีดร้องลั่น

“ต่อไปนี้เศษเสี้ยวแห่งดวงดาวจะบอกเส้นทางที่เจ้าต้องก้าวเดินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น”

มันคงจะแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยละสิ

พระดำรัสอันน่าเกรงขามของพระเจ้าทอดลงมาเหนือศีรษะของเธอที่กำลังครางฮือๆ

แม้จะไม่รู้ว่านี่คือของขวัญแบบไหน แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เหมือนเขาจะทำอะไรบางอย่างเพิ่มเติมให้กับเศษเสี้ยวแห่งดวงดาวที่ฝังอยู่ในดวงตาของเธอเป็นแน่

“ชะตากรรมอันบิดเบี้ยวทั้งหลายที่เกิดขึ้นเพราะเจ้า จงคว้านผลไม้เน่าเฟะที่ทำให้โลกมนุษย์ต้องเจ็บป่วยทิ้งไปเสีย เซร่า โรเซนบอม”

พระเจ้าไม่คิดจะเวทนาคนบาปที่กำลังส่งเสียงครางหงิงๆ เพราะเจ็บตาเลยสักนิด เขายังคงตอกย้ำถึงสิ่งที่เธอต้องทำซ้ำอีกครั้ง เพิ่งจะเอ่ยปากชมว่าลดโทษทัณฑ์ไปได้ตั้งครึ่งหนึ่งแท้ๆ ผ่านไปไม่ทันไรก็มาเร่งเร้าให้รีบจัดการอีกครึ่งที่เหลือให้เสร็จเสียแล้ว

“ค่ะๆ เข้าใจเป็นอย่างดีเลยค่ะว่าทรงต้องการอะไร ตะ แต่ว่า…….”

เซร่าที่พอจะลืมตาขึ้นมาได้ในที่สุดพยักหน้าหงึกหงัก พลางลากเสียงท้ายประโยคยาวราวกับยังมีเรื่องที่อยากจะพูดอยู่

“เลิกเรียกชื่อฉันทุกคำที่พูดได้ไหมคะ? จะป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้หรือไงว่าฉันอยู่ที่นี่น่ะ…….”

และแล้วเธอก็อ้อนวอนขอร้องอย่างสุดชีวิตด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจจนแทบบ้าว่าอย่าได้เอ่ย ‘ชื่อนั้น’ ออกมาอีกเลย ทุกครั้งที่พระเจ้าเอ่ยปาก ทั่วทั้งผืนพิภพจะดังกึกก้องราวกับกำลังรับฟังโองการศักดิ์สิทธิ์ เธอจึงอกสั่นขวัญแขวนแทบตายเพราะกลัวว่าใครเดินผ่านไปมาจะได้ยินเข้า

บางทีอาจเพราะไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว คราวนี้พระเจ้าจึงยอมรับคำขอร้องของคนบาปแต่โดยดี

“เอาสิ เท่านี้ก็คงเพียงพอแล้ว”

“……?”

อะไรเพียงพอกันยะ?

[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะจบตอน 128
อ่านตอน 129 ต่อ
อ่านตอนล่าสุดได้ที่ลงถึงตอน 344
↗Readtoon
☆ ให้คะแนน / เขียนรีวิวเรื่องนี้

ความคิดเห็นตอนนี้

กำลังโหลดความเห็น...

ดูความเห็นทุกตอนของเรื่องนี้
‹ ตอน 127กลับหน้าเรื่อง
ตอน 127ตอน 129