01. ทุกคนล้วนมีความลับ
เพียะ!
ยุนซอลืมตาขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดแสบร้อนที่แล่นริ้วบนแก้มซ้าย
“นับแต่นี้ไป ข้าขอตัดขาดกับเจ้า โรดี้ เอวองต์”
เบื้องหน้าของเธอคือชายวัยกลางคนผู้มีบรรยากาศเคร่งขรึมกำลังหลุบตามองลงมาด้วยสายตาดุดันน่ากลัว
ยุนซอนั่งแปะอยู่กับพื้น มองเขาด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
‘ใครกันเนี่ย?’
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอโดนตบหน้านอกจากพ่อแม่
ใจจริงอยากจะเอ่ยปากถามเหตุผลใจแทบขาด ทว่าเธอกลับเลือกที่จะปิดปากเงียบ
เพราะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ว่า หากทำอะไรผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียวคงได้ลงโลงทันที
“ข้าให้เวลาแค่สิบนาที ไปเก็บข้าวของที่ห้องของเจ้าเดี๋ยวนี้”
ชายวัยกลางคนสะบัดตัวหันหลังขวับ
เธอกะพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังของเขาด้วยความเหม่อลอย ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัว
‘นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย…?’
ไม่สามารถปะติดปะต่อสถานการณ์ได้เลยสักนิด
จำได้แม่นยำว่าหลังจากเลิกงานล่วงเวลาที่บริษัท พอกลับถึงบ้านเธอก็แค่เล่นเกม ‘ยูโทเปีย’ ไปนิดหน่อยเท่านั้น
ทว่าพอได้สติตื่นขึ้นมา กลับโดนคุณลุงหน้าไม่คุ้นตบหน้าฉาดใหญ่เนี่ยนะ
ยุนซอลุกขึ้นยืนจากตรงนั้นด้วยความมึนงงสับสน
‘อ๊ะ’
ในจังหวะนั้นเอง อาการปวดหัวรุนแรงก็ซัดสาดเข้ามาดั่งระลอกคลื่น ภาพเหตุการณ์มากมายผุดวาบแล่นผ่านเข้ามาในหัวอย่างยุ่งเหยิง
ภาพส่วนใหญ่ล้วนมีหญิงสาวแสนสวยผมสีชมพูปรากฏอยู่ และมุมมองของตัวเธอนั้นก็ตั้งตนเป็นศัตรูกับหญิงคนนั้นเสมอ
‘ฉากพวกนี้มันคุ้นตาไปหมดเลยนี่นา’
ในชั่วพริบตานั้น เธอก็ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งได้
สถานการณ์ที่กำลังหมุนวนอยู่ในหัวของเธอนี้ เหมือนกับฉากในเกมที่เธอเพิ่งเล่นไปหมาดๆ ชนิดถอดแบบกันมา
‘เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คุณลุงคนนั้นเรียกฉันว่า โรดี้ เอวองต์ งั้นเหรอ อย่าบอกนะว่า…?’
ยุนซอก้าวออกไปที่โถงทางเดิน
ยังดีที่ความทรงจำซึ่งผุดขึ้นมาในหัวกำลังบอกเล่าโครงสร้างของคฤหาสน์ได้อย่างแม่นยำ
ยุนซอรีบเปิดประตูห้องของโรดี้อย่างร้อนรน
ด้านขวาของประตู ข้างโต๊ะเครื่องแป้งมีกระจกเงาบานใหญ่เต็มตัวตั้งอยู่
ยุนซอค่อยๆ เดินเข้าไปหน้ากระจก
เงาในกระจกสะท้อนภาพหญิงสาวผู้มีผิวขาวผ่องและผมยาวดัดลอนสีม่วง
หางตาที่ชี้ขึ้นเล็กน้อยดูเย้ายวนดั่งแมวเหมียว นัยน์ตาใต้แพขนตายาวเป็นสีเขียวอ่อนราวกับใบไม้อ่อนผลิบาน
‘เป็นไปไม่ได้น่า’
ในไม่ช้าเธอก็ตระหนักถึงความจริง
ว่าตัวเองได้เข้ามาสิงร่างของ ‘โรดี้ เอวองต์’ นางร้ายในเกมจีบหนุ่ม ‘ยูโทเปีย’ เข้าเสียแล้ว
เดิมทีชีวิตของจองยุนซอแสนจะเรียบง่ายน่าเบื่อหน่าย
[ทั้งหมดนี้ก็เพราะรักลูกทั้งนั้นนะ]
พ่อแม่ของเธอปรารถนาให้ลูกสาวคนเดียวเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชื่อดังและคว้าความสำเร็จมาครอง
[ทำไมแค่โจทย์ข้อเดียวยังแก้ไม่ได้ฮะ?!]
ยุนซอใช้ชีวิตอย่างไม่ย่อท้อเพื่อตอบสนองความหวังของพ่อแม่ ทว่าความพยายามก็ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเสมอไป
มัธยมปลายปีสาม ยุนซอสอบเข้ามหาวิทยาลัยล้มเหลว
[ลูกสาวฉันกลายเป็นคนขี้แพ้ไปได้ยังไงกัน!]
เด็กสาววัยสิบเก้าที่สอบติดหมอไม่สำเร็จถูกปฏิบัติราวกับเป็นคนขี้แพ้ในชั่วพริบตา
แม้ยุนซอจะได้เรียนสาขาทั่วไปในมหาวิทยาลัยที่นับว่าอยู่ในระดับชั้นนำ แต่สุดท้ายในสายตาของพ่อแม่ เธอก็ถูกจัดประเภทจาก ‘ลูกสาวแสนดี’ กลายเป็น ‘ลูกสาวที่ล้มเหลว’
[พวกเราเสียสละเพื่ออนาคตของแกไปตั้งเท่าไหร่]
[แกมันนังลูกอกตัญญูที่สุดในโลก]
ตลอดเวลาที่เรียนมหาวิทยาลัย พ่อแม่สาดถ้อยคำรุนแรงใส่ไม่หยุดหย่อน ยุนซอที่ไม่ได้เรียนหมอจึงกลายเป็นคนบาปอยู่เสมอ
พอขึ้นปีสี่และใกล้ถึงช่วงหางาน พ่อแม่ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
[ต้องสอบเข้าบริษัทยักษ์ใหญ่ให้ได้นะ]
ยุนซอตระหนักได้ว่านี่คือโอกาส
โอกาสสุดท้ายที่จะได้รับการยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่
นับตั้งแต่วันนั้น ยุนซอก็พยายามทั้งวันทั้งคืน
วันคืนแห่งการขัดเกลาจดหมายแนะนำตัวไม่หยุดหย่อน เสริมสร้างประวัติ และฝึกซ้อมสัมภาษณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความพยายามในคราวนี้ไม่ทรยศเธอ
เธอได้เข้าทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่
ความคาดหวังผุดขึ้นมาว่าคราวนี้แหละที่คุณพ่อคุณแม่จะยอมรับในตัวเธอ
[คุณแม่คะ คุณพ่อคะ หนูสอบติดแล้วค่ะ!]
ทว่าปฏิกิริยาที่ตอบกลับมากลับเย็นชา
[เรื่องแค่นี้ทำเป็นกระตือรือร้นไปได้ มันเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว]
[อ๊ะ……]
[ถ้าคราวนี้ยังล้มเหลวอีก ฉันคงตัดแกออกจากทะเบียนบ้านไปแล้ว]
คุณพ่อจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ
[อย่ามามัวพอใจกับแค่สอบติดนะ แกต้องปีนขึ้นไปสู่จุดที่สูงกว่าและเร็วกว่าคนอื่นให้ได้]
[ค่ะ……]
จู่ๆ ยุนซอก็เกิดสงสัยขึ้นมา
‘เมื่อไหร่กันนะที่ทั้งสองคนจะยอมรับในตัวฉัน?’
มันเป็นความสงสัยที่ไร้ความหมาย เพราะเธอทำได้เพียงแค่เชื่อฟังคำสั่งสอนของคุณพ่อคุณแม่อย่างสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด
หลังจากนั้น ยุนซอก็เข้าทำงานในบริษัทและพยายามอย่างหนัก เพื่อให้ก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าคนอื่น
มีแต่วันคืนที่ต้องทำโอทีซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เสมอ
ระหว่างกำลังเดินอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายเหมือนเช่นเคย เธอก็เหลือบไปเห็นโฆษณาเกมที่ปรากฏบนจออิเล็กทรอนิกส์
-ขอเชิญคุณเข้าสู่โลกอันงดงาม ยูโทเปีย
ยุนซอมองโฆษณานั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้า
‘โลกอันงดงามงั้นเหรอ’
……ถ้ามีอยู่จริงก็คงจะดี
ข้อความอันซ้ำซากจำเจนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหาย
สองวันต่อมา ยุนซอก็กำลังติดตั้งเกมยูโทเปียลงในสมาร์ตโฟน
ถ้าถูกจับได้ว่าเล่นเกม เธอคงโดนพ่อแม่ตบหน้าอย่างแน่นอน
เธอจึงแอบเล่นยูโทเปียเฉพาะตอนที่นอนอยู่บนเตียงก่อนหลับเท่านั้น
‘……สนุกจัง!’
ประสบการณ์การเล่นเกมครั้งแรกนั้นช่างหอมหวาน
ไม่นานยุนซอก็ด่ำดิ่งเข้าสู่โลกของยูโทเปีย
‘ยูโทเปีย’ เป็นเกมแนวโอโตเมะที่ดำเนินเรื่องราวโดยมีพระเอกสี่คนและ ‘ซิโมเน่ เกรเทีย’ ซึ่งเป็นนางเอกเป็นศูนย์กลาง
ทว่าในบรรดาตัวละครเปี่ยมเสน่ห์เหล่านั้น คนที่ดึงดูดใจของยุนซอได้เป็นพิเศษกลับเป็น ‘โรดี้ เอวองต์’ นางร้ายในเกมนั่นเอง
‘น่าอิจฉาจัง’
โรดี้ผู้เป็นเลดี้แห่งตระกูลดยุคนั้นสง่าผ่าเผยและหยิ่งยโสอยู่เสมอ อีกทั้งยังซื่อตรงต่อความปรารถนาของตัวเอง
หากมีใครไม่ถูกใจ เธอก็จะฉีกหน้า ปล่อยข่าวลือเสียหาย และสร้างจุดอ่อนขึ้นมาบีบให้อีกฝ่ายต้องคุกเข่าอ้อนวอนยอมสยบอยู่ตรงหน้าจนได้
มองดูแล้วช่างเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจและหน้าด้านสิ้นดี
ในทางตรงกันข้าม ซิโมเน่ผู้เป็นนางเอกกลับสมบูรณ์แบบ ทั้งอ่อนโยน เปี่ยมด้วยความยุติธรรม แถมยังมีพรสวรรค์ด้านวิชาดาบอันยอดเยี่ยมอีกด้วย
ยิ่งเนื้อเรื่องดำเนินไป เธอก็ยิ่งได้รับความสนใจแต่เพียงผู้เดียวจากพระเอกทั้งสี่คนซึ่งมีเสน่ห์แตกต่างกันไป
เจ้าของสมาคมการค้าที่ติดหนึ่งในสามของทวีป
อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดิ
ผู้สืบทอดของเจ้าหอคอยเวทมนตร์
และสุดท้ายคือมกุฎราชกุมารแห่งจักรวรรดิ
ซิโมเน่ผู้ได้รับความรักและความนับถือจากชายหนุ่มผู้เลิศเลอทั้งสี่คนนี้ตกเป็นเป้าสายตาไม่ว่าจะไปที่ใด
จุดนี้นี่เองที่คอยกระตุ้นความริษยาของโรดี้
แน่นอนว่าซิโมเน่ผู้ไร้รอยราคีไม่มีทางยอมตกเป็นฝ่ายโดนกระทำอยู่เฉยๆ แน่
‘คนที่พ่ายแพ้คือฝั่งโรดี้ต่างหาก’
ชีวิตอันสมบูรณ์แบบของซิโมเน่เช่นนี้กลับทำให้ยุนซอรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างประหลาด
ถึงขนาดที่เธอรู้สึกถูกใจนางร้ายซึ่งซื่อตรงต่อความปรารถนาของตัวเอง และเคลื่อนไหวเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นเพียงอย่างเดียวมากกว่าเสียอีก
แม้จะไม่รู้สึกผูกพันกับนางเอก แต่เหตุผลที่ยุนซอยังสนุกกับยูโทเปียได้ก็มีเพียงข้อเดียว
นั่นก็เพื่อได้เห็นฉากจบที่โรดี้ เอวองต์มีความสุข
ทว่าไม่ว่าจะเดินไปในรูทไหน โรดี้ก็ต้องพบกับจุดจบอันแสนโชคร้ายอย่างการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหรือโรคร้าย หรือไม่ก็ถูกเนรเทศไปยังชายแดน
‘เกมขยะเอ๊ย!’
หลังจากตรวจสอบบทสรุปของทรูเอนดิ้งซึ่งเป็นฉากจบสุดท้ายแล้ว ยุนซอก็เหวี่ยงสมาร์ตโฟนลงบนเตียง
‘……สุดท้ายไม่ว่ารูทไหน โรดี้ก็ไม่เคยมีความสุขได้เลยสักนิด’
ติ๊ง!
ตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้น
ยุนซอหยิบสมาร์ตโฟนที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงขึ้นมา
[อัปเดตใหม่!]
มันคือการแจ้งเตือนจากคาเฟ่อย่างเป็นทางการของยูโทเปีย
[ปลดล็อกเนื้อเรื่องเพิ่มเติมของ ‘โรดี้ เอวองต์’ นางร้ายผู้ทรงเสน่ห์ของเรา!]
“……!”
ยุนซอร้องเฮในใจเงียบๆ ให้กับประกาศใหม่นี้
อัปเดตที่เกี่ยวกับโรดี้เนี่ยนะ นี่เป็นครั้งแรกเลยนี่นา!
[เงื่อนไขการปลดล็อกเนื้อเรื่องเพิ่มเติมคือการเก็บสะสมฉากจบของแต่ละตัวละครให้ครบ 100% และพิชิตทรูเอนดิ้ง……]
ยุนซอเลื่อนหน้าจอลงอย่างรวดเร็วแล้วกดปุ่ม ‘ดาวน์โหลด’ เวอร์ชันใหม่ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
ในวินาทีเดียวกันนั้น โลกทั้งใบก็พลันพลิกคว่ำ
และในปัจจุบัน
ยุนซอ ไม่สิ โรดี้กวาดสายตามองไปรอบห้อง
‘บอกว่าสิบนาทีสินะ’
ไม่มีเวลามานั่งคิดหาคำตอบหรอกว่าสถานการณ์ตรงหน้านี้คือเรื่องจริงหรือไม่ เธอต้องรีบเก็บของที่จำเป็นเดี๋ยวนี้
‘ในเกม โรดี้รับความจริงไม่ได้ที่ตัวเองกำลังจะถูกไล่ออกไป เลยเอาแต่กรีดร้องอาละวาดจนไม่ได้เก็บอะไรติดตัวไปเลยสักชิ้น’
จะเดินซ้ำรอยเดิมไม่ได้เด็ดขาด
โรดี้คว้ากระเป๋าที่กลิ้งอยู่บนพื้นห้องแล้วกวาดอัญมณีในกล่องเครื่องประดับใส่ลงไปเป็นอย่างแรก
นอกจากนั้น เธอยังยัดสิ่งของทุกอย่างที่ดูมีราคาใส่เข้าไปจนหมด
‘ยังเหลือเวลาอีกห้านาที!’
เมื่อเช็กเวลาแล้ว โรดี้ก็รีบร้อนมุ่งหน้าไปยังห้องที่อยู่ตรงกลางทางเดินทันที
“อะไรกัน แกยังไม่โดนไล่ออกไปอีกเหรอ!?”
ทันทีที่เปิดประตู หญิงสาวผมบลอนด์เข้มผู้เป็นเจ้าของห้องก็แผดเสียงลั่น
โรดี้เมินหญิงสาวคนนั้นแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง
บนโต๊ะเครื่องแป้งมีกล่องอัญมณีที่มีขนาดใหญ่กว่าในห้องของโรดี้ถึงสามเท่าตั้งอยู่
โรดี้เริ่มกวาดอัญมณีทั้งหมดในกล่องนั้นยัดใส่กระเป๋า
“นี่! ทำบ้าอะไรของแกน่ะ!”
หญิงสาวที่คอยแผดเสียงกรี๊ดๆ อยู่ข้างๆ กระชากผมยาวสีม่วงของโรดี้เต็มแรง
“นังลูกนอกสมรสชั้นต่ำนี่ บ้าไปแล้วหรือไง!?”
หนังศีรษะเจ็บแปลบราวกับจะหลุดออกมา
โรดี้ที่ขมวดคิ้วมุ่นฟาดฝ่ามือใส่แก้มของอีกฝ่ายสุดแรงเกิด
เพียะ!
“กรี๊ดดด!”
หญิงสาวที่เพิ่งเคยโดนตบหน้าเป็นครั้งแรกในชีวิตกรีดร้องพลางปล่อยมือออกจากเส้นผมของโรดี้
“ฮึก… แก ฉันจะไปฟ้องท่านพ่อเดี๋ยวนี้เลย…”
โรดี้ก้มมองหญิงสาวที่ทรุดตัวลงไปร้องไห้โฮพลางเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
“หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ เสียที นิลลา”
เธอรู้ดีว่าหญิงสาวผมบลอนด์ที่สะอึกสะอื้นเสียงดังอยู่ตรงหน้านี้คือใคร
นิลลา เอวองต์
ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่สาวต่างมารดาของโรดี้นั่นเอง
กำลังโหลดความเห็น...