“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ฮึ……?
เซร่ากะพริบตาปริบๆ ให้กับเสียงที่น่ากระดากอายเกินกว่าจะหลุดออกมาจากปากของชายวัยดึก สมกับเป็นวัยต่อต้านสามร้อยขวบจริงๆ เอน็อคที่พ่นลมหายใจฮึดฮัดอย่างแง่งอนยังคงเอาแต่จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างดื้อดึงพลางเมินหน้าหนีเซร่า
น่าขันสิ้นดี
ตอนนี้คนที่อยากจะเมินหนีจริงๆ มันใครกันแน่ยะ
เซร่าเหลือบมองแผ่นหลังของใครบางคนที่ปล่อยข่าวลือประหลาดจนเอาขี้เถ้ามาป้ายหน้าเธอด้วยสายตาเอือมระอาหนึ่งที ก่อนจะก้าวฉับๆ ขึ้นไปยังชั้นสอง
“……?”
เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของเอน็อคที่มองตามหลังมา แต่เซร่าก็ไม่ได้หันกลับไปมอง
เพราะขากลับกางร่มไม่ค่อยเรียบร้อย ปลายผมของเธอจึงเปียกชื้นเล็กน้อย เธอแวะไปที่ห้องของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อโยนสัมภาระเข้าไป จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำที่สุดแล้วหยิบผ้าขนหนูแห้งสนิทเนื้อนุ่มผืนหนึ่งออกมา
แล้วจึงเดินกลับลงมาที่ชั้นหนึ่ง ตรงไปยังริมหน้าต่างก่อนจะคลุมผ้านั้นลงบนหัวของเอน็อคที่ยังมีน้ำหยดติ๋งๆ
“ถ้าจะเข้าประชุมก็ช่วยทำสภาพให้ดูเป็นผู้เป็นคนหน่อยสิคะ”
เซร่าวางมือลงบนผ้านั้นแล้วขยี้เช็ดน้ำออกอย่างไม่ปรานี ราวกับเจ้านายที่กำลังดูแลหมาเลี้ยงที่เพิ่งกลับถึงบ้านหลังไปเล่นน้ำซนมาจนเปียกโชก
“…….”
เอน็อคไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด
ทีตอนเห็นหน้าล่ะทำเป็นพ่นลมหายใจฮึดฮัดใส่ แต่พอโดนแตะตัวเข้าจริงกลับไม่แว้งกัดแล้วยอมปล่อยให้เธอเช็ดหัวให้อย่างว่าง่าย
เซร่าแกล้งเย้าแหย่เขาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ามองทะลุปรุโปร่งถึงความคิดข้างใน
“ที่ไหนเขามีคนบ้าประท้วงด้วยวิธีแบบนี้เพราะโดนทิ้งไว้กลางสายฝนกันบ้างคะ?”
จากนั้นเธอก็ก้มมองแอ่งน้ำขังทรงกลมบนพื้นด้วยสายตาไม่สบอารมณ์พลางเดาะลิ้นจึ๊กจั๊ก รอยน้ำที่เริ่มซึมลงสู่พื้นไม้ทำให้เธอรู้สึกขัดหูขัดตา อ๊ะ ถ้าไม่เช็ดให้แห้งดีๆ ไม้จะผุเอานะ ขณะที่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องทำตามความเคยชิน เธอก็ส่ายหัวพลางคิดว่าตัวเองชักจะกลายเป็นทาสเต็มขั้นเข้าไปทุกทีแล้ว
“…….”
เอน็อคปิดปากเงียบอย่างดื้อดึง
ทว่าอารมณ์ของเขาดูเหมือนจะคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าเพราะผ้าขนหนูคลุมมิดทั้งศีรษะและใบหน้า แต่อย่างน้อยเซร่าก็รู้สึกเช่นนั้น
ถึงเขาจะไม่หายอารมณ์เสียแล้วจะทำไมล่ะ
แม้จะแอบเบะปากอย่างอดไม่ได้ แต่เซร่าก็ไม่ได้หยุดมือที่คอยเช็ดตัวให้เอน็อค
ผ้าขนหนูที่เลื่อนลงมาจากเส้นผมที่เริ่มแห้งหมาดกดลงบนใบหน้าของเอน็อคอย่างแรง
“นี่”
เอน็อคที่จู่ๆ ก็ถูกทิ่มตาผ่านผืนผ้าขนหนูกดเสียงต่ำอย่างเอาเรื่อง ทว่าเธอกลับทำเป็นไม่ได้ยินแล้วยิ่งออกแรงที่ปลายนิ้วหนักขึ้นไปอีก
“……?”
ทันใดนั้น เสียงเอะอะอึกทึกก็ดังแว่วมาจากนอกหน้าต่าง
เซร่าที่กำลังขยี้หัวเอน็อคอย่างแน่นหนาราวกับกะจะรัดคอให้ขาดใจตายด้วยผ้าขนหนูรีบขยับเข้าไปชิดริมหน้าต่าง แผ่นกระดานไม้ที่บดบังไปมากกว่าครึ่งทำให้เซร่าต้องเขย่งปลายเท้าจนสุดถึงจะมองออกไปข้างนอกได้
ถนนเบื้องล่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ทั้งที่ตอนเธอกลับมา บรรยากาศยังดูเหมือนทุกคนต่างพากันกลับเข้าบ้านแต่หัววันแท้ๆ แต่ไฉนถึงได้พากันหอบสัมภาระกะเตงไว้ข้างตัวจนเต็มเปี่ยมแล้วออกมาเดินกุลีกุจอฝ่าสายฝนกันแบบนั้น
ใบหน้าของคนเหล่านั้นที่เปียกปอนไปด้วยหยาดฝนอย่างไม่แยแสกลับดูสดใสกันถ้วนหน้า
แต่ทว่าแผ่นหลังที่แบกสัมภาระมุ่งหน้าจากไปช่างดูรีบร้อนอย่างกับคนที่กำลังถูกอะไรบางอย่างไล่กวด ผิดกับสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
เมื่อเริ่มเมื่อยขา เซร่าจึงทิ้งส้นเท้าลงมายืนเต็มฝ่าเท้าพลางเอียงคอสงสัย
“ทุกคนจะไปไหนกันน่ะ……?”
“พักร้อน”
คำตอบดังมาจากทางด้านล่างของเธอ
เมื่อลดสายตาลงมองตามสัญชาตญาณ แทนที่จะได้สบกับดวงตาสีเขียวอ่อน สิ่งที่ต้อนรับเธออยู่กลับเป็นกระหม่อมกลมๆ สีแดงชาด
“ฉันให้วันหยุดยาวพวกสมาชิกกิลด์จนถึงฤดูใบไม้ผลิน่ะ พวกนั้นคงจะออกไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งกันละมั้ง”
เอน็อคเอ่ยคลายความสงสัยให้แก่เซร่าอย่างครบถ้วน แม้ว่าน้ำเสียงจะยังคงฟังดูไม่สบอารมณ์อยู่บ้างก็ตาม
“……พักร้อนเหรอคะ?”
เซร่าที่เบิกตากลมกว้างเขย่งปลายเท้าขึ้นอีกครั้งเพื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
พอรู้ที่มาที่ไปแล้ว ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมทุกคนถึงได้ดูตื่นเต้นดีใจกันขนาดนั้น
“ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้น่ะเหรอคะ?”
เพียงแต่เธอยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องรีบออกเดินทางกันเหมือนถูกไล่กวดทั้งๆ ที่ฝนยังไม่หยุดตก
เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่หนามปักอยู่จนดูอ้างว้างวังเวง เธอจึงสงสัยว่าคนพวกนั้นจะรีบร้อนออกเดินทางไปหาความสุขสบายอะไรกันนักหนา……
“โอกาสที่จะได้ปลีกตัวออกจากกิลด์ยาวๆ แบบนี้มันไม่ได้มีบ่อยๆ นี่ คงอยากถือโอกาสนี้ไปตระเวนรอบทวีปกันละมั้ง”
ผิดกับเซร่าที่ได้แต่ประหลาดใจ ท่าทีของเอน็อคดูเหมือนจะเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง
เขาเสริมว่าถ้าต้องทำงานงกๆ ทุกเมื่อเชื่อวันพลางถูกผูกมัดไว้กับกิลด์ ต่อให้เป็นคนที่ไม่ชอบการท่องเที่ยวเลยก็คงอดไม่ได้ที่จะอยากออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่งอยู่ดี แม้ว่าตัวเขาจะยังคงถูกผ้าขนหนูแยงตาอยู่เรื่อยๆ ก็ตาม
เซร่าที่ลดส้นเท้าลงละตัวออกจากริมหน้าต่าง
“แล้วนายท่านไม่ไปไหนบ้างเหรอคะ?”
เมื่อเริ่มเมื่อยมือขึ้นมา เซร่าจึงเลื่อนผ้าขนหนูที่เคยกดใบหน้าของเขาลงมาข้างล่าง เธอใช้มันพันรอบลำคอของเขาแบบลวกๆ แล้วขยี้บีบนวดเหมือนจะเช็ดน้ำให้แห้งก็ไม่ใช่ ไม่เช็ดก็ไม่เชิง
“จะไปทำไม”
“ไปเที่ยวเล่นกับบรรดาคู่ควงอะไรแบบนั้นไงคะ?”
“ขี้เกียจ”
ต่อคำถามเรื่องแผนการหลังจากนี้ เอน็อคไม่ปิดบังสีหน้ารำคาญใจเลยสักนิด
สำหรับคนที่พูดเรื่องทำนองว่าพอใช้ชีวิตอุดอู้อยู่แต่ในกิลด์ ใครๆ ก็ย่อมอยากจะหนีออกไปเที่ยวทั้งนั้น ท่าทางของเขาช่างไร้ซึ่งความกระตือรือร้นหรืออะไรเทือกนั้นอย่างสิ้นเชิง
“แล้วช่วงฤดูหนาวจะทำอะไรล่ะคะ?”
“จะใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยให้สบายใจเฉิบ อย่างหรูหราด้วย”
แผนการเดียวที่พอจะมีอยู่ก็มีแค่ความคิดที่จะเล่นสนุกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เซร่าที่กำลังช่วยเช็ดท้ายทอยให้เขาเอียงคอด้วยสีหน้าคลางแคลงใจ
“ไม่มีเงินจะทำแบบนั้นเสียหน่อยนี่คะ”
“ก็เธอมีไง เงินน่ะ”
100 โกลด์ที่ทิ้งฉันแล้วไปรับมานั่นไง
หลังจากประชดประชันไปยกหนึ่ง เอน็อคก็สบตากับเธอเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เธอกลับมา ในสายตาบึ้งตึงคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยความขุ่นเคืองที่ยังไม่คลายลงอย่างสิ้นเชิง
ชัดเลย เขาต้องยังติดใจเรื่องเมื่อกี้อยู่แน่ๆ
“…….”
“เงินน่ะ ได้รับมาแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าคว้าน้ำเหลวมาล่ะ”
เมื่อเซร่าไม่ตอบ เอน็อคจึงซักไซ้ถามหาที่อยู่ของเงินราวกับจะเอาความ
“……ค่ะ ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ”
เพราะเขาทำท่าเหมือนฝากเงินไว้กับเธอแท้ๆ เซร่าจึงไม่ได้ซักไซ้กลับไปว่าไอ้เงิน 100 โกลด์ที่ฉันได้รับมามันมีความเกี่ยวโยงอะไรกับวันหยุดฤดูหนาวอันหรูหราของนายกันแน่
“ก็ไปรับมาแล้วจริงอยู่หรอกนะคะ……”
สายตาของเซร่าที่เผลอสารภาพความจริงไปโดยไม่ทันตั้งตัวชำเลืองมองขึ้นไปยังที่ไหนสักแห่งบนชั้นสองซึ่งมีถุงเงินวางอยู่
‘นี่ค่ะ เงินที่คุณสโนว์ฝากไว้ให้พี่สาว’
คนที่ส่งมอบค่าตอบแทนตามที่สโนว์สัญญาไว้กลับกลายเป็นบีเซอย่างไม่น่าเชื่อ
เด็กน้อยที่เชื้อเชิญน้ำชาและของว่างให้แก่เซร่าซึ่งแวะไปหาที่ห้องทำงานได้ยื่นถุงที่เต็มไปด้วยเหรียญทองคำบริสุทธิ์พร้อมกับเอกสารมาตรงหน้าเธอ
‘ตรวจสอบดูแล้วช่วยเซ็นชื่อในเอกสารรับมอบด้วยนะคะ’
เซร่าที่ค่อยๆ นับเหรียญทองอย่างละเอียดถี่ถ้วนเซ็นชื่อลงในเอกสารที่บีเซยื่นให้ก่อนจะรับค่าตอบแทนที่เฝ้าปรารถนามาครอง ทว่าด้วยสถานการณ์ที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยได้ยินมา เธอจึงไม่อาจดีใจได้อย่างเต็มปากเต็มคำและทำได้เพียงทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
‘……เห็นบอกว่ามีของที่ต้องรับไปจากฉันก็เลยมาแท้ๆ’
นั่นเป็นเพราะเธอยังคงไม่รู้ว่าสิ่งที่บีเซบอกว่าจะต้องมารับเอาไปจากเธอนั้นคืออะไรกันแน่
เซร่ากอดถุงเงินในอกไว้แน่นด้วยความกังวลว่าประธานที่ถูกละไว้ในบทสนทนาจะเป็นเงินที่เธอเพิ่งได้รับมาเมื่อครู่หรือไม่
บีเซเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสเงินก้อนเล็กๆ ในอกของเซร่าเลยแม้แต่น้อย
‘แรงงานของพี่ยังไงล่ะคะ’
‘หืม……?’
‘พี่ต้องไปทำภารกิจคำร้องแทนคุณสโนว์หนึ่งงานค่ะ’
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของบีเซหลังจากนั้น เลวร้ายยิ่งกว่าการบอกให้เธอคายเงิน 100 โกลด์คืนเสียอีก
‘……ฉันเนี่ยนะ? ทำไมล่ะ?’
‘ก็พี่เป็นคนค้ำประกันนี่คะ ตรงนี้ไงคะ หราเลย’
บีเซยื่นเอกสารฉบับใหม่มาตรงหน้าเซร่าที่กำลังตั้งข้อสงสัย
เซร่ารีบคว้ามันมาแล้วกวาดสายตาอ่านตัวอักษรราวกับจะเขมือบกระดาษเข้าไป บรรทัดสุดท้ายของใบคำร้องที่ดูเหมือนว่าสโนว์จะแลกเปลี่ยนกับคนภายนอกนั้น มีเงื่อนไขพิเศษที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนระบุเอาไว้
[ในกรณีที่สโนว์ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจคำร้องได้ด้วยเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยง ขอรับรองว่าจะปฏิบัติหน้าที่แทน]
และข้างๆ กันนั้นก็มีลายเซ็นที่เธอหวัดไว้อย่างคล่องมือติดอยู่ด้วย
‘นะ-นี่มัน……?’
เมื่อเห็นสิ่งนั้น เซร่าก็สะดุ้งตกใจสุดขีด ก่อนจะ
‘อ๊ะ……!’
เปล่งเสียงอุทานราวกับเสียงขาดใจออกมาเมื่อความทรงจำในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว
จะว่าไป พอนึกดูแล้ว หลังจากทำสัญญาเป็นคนรักกับสโนว์ได้ไม่นาน เธอก็ตวัดลายเซ็นลงบนเอกสารอะไรสักอย่างเพราะเขาบอกว่าจะต้องตบตาผู้คนให้แนบเนียนนี่นา
เจ้าสิ่งนั้นคือเอกสารที่น่ารำคาญแบบนี้หรอกหรือ?
เซร่าที่เพิ่งจะมาตรวจดูเนื้อหาในเอกสารทีหลังมองมันด้วยสายตาที่บอกถึงความหายนะ
ใจความสำคัญของคำร้องคือสโนว์จะต้องไปเยือนกิลด์แห่งหนึ่งเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาก่อนที่ฤดูหนาวจะสิ้นสุดลง ทั้งที่เป็นเอกสารที่ตัวเธอในอดีตเป็นคนเซ็นแท้ๆ แต่ทุกอย่างกลับดูใหม่หมดจดสำหรับเธอ
กิลด์เอสเตลลาเหรอ? นั่นมันตั้งอยู่ตรงส่วนไหนกันอีกล่ะ
เซร่าที่โดนสายฟ้าฟาดลงมากลางวันแสกๆ กัดริมฝีปากด้วยความกระวนกระวาย
‘เฮ้อ เซ็นไปโดยไม่ได้อ่านให้ละเอียดสินะคะ?’
‘…….’
บีเซแทงใจดำใส่เธอเข้าอย่างจังโดยไม่มีออมมือ
อึ้ก เซร่าที่ทำสีหน้าทรมานราวกับถูกแทงเข้าที่ไหนสักแห่งจริงๆ แสร้งปั้นหน้าให้ดูน่าสงสารทันที
‘……ลองไปหาคนอื่นแทนฉันดูหน่อยเป็นไง?’
‘ไม่ได้หรอกครับ ที่นี่ทั้งไกล ทั้งเปลืองค่าใช้จ่าย…… สารพัดเหตุผลจนใครๆ ก็พากันเลี่ยงทั้งนั้นแหละครับ’
ทว่าบีเซกลับไม่ยอมผ่อนปรนให้เธอเลยสักนิด
พอฟังคำอธิบายแล้วเซร่ายิ่งไม่อยากไปหนักกว่าเดิม จึงร้องขอให้ยกเลิกสัญญาไม่หยุดหย่อน
ไม่ ไม่ยกเลิกให้หรอก กลับไปซะ
บีเซที่ตัดบทคำอ้อนวอนของเซร่าอย่างเด็ดขาดวางใบคำร้องของสโนว์ทับลงบนเงิน 100 โกลด์
เซร่าที่ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกบิดกายไปมาด้วยความไม่อยากไปแทบขาดใจพลางเอ่ยถาม
‘มันไกลแค่ไหนกันล่ะ……?’
บีเซลุกขึ้นด้วยสีหน้ายินดีพลางหยิบแผนที่จากที่ไหนสักแห่งมากางออกจนเต็มโต๊ะ มันคือแผนที่ของทวีปที่พวกเขาอาศัยอยู่ บีเซใช้นิ้วเคาะต็อกๆ ตรงจุดปลายสุดที่อยู่ห่างลงไปทางใต้จากโรวด์ซึ่งเป็นเขตป่าขนาดใหญ่ตรงใจกลางทวีป แล้วเอ่ยขึ้น
‘สุดขอบทวีปทางใต้ครับ’
‘…….’
‘ถ้าออกเดินทางตอนนี้ ก็น่าจะไปถึงราวๆ ช่วงที่หิมะแรกตกพอดีครับ’
‘…….’
‘ตอนขากลับ หิมะคงละลายหมดแล้วมั้งครับ?’
คำพูดร่าเริงที่เอ่ยตามมานั้น ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ฟังดูคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่งมาก่อน
แม้จะพยายามแกล้งทำเป็นไม่รู้ ทว่าด้วยความบังเอิญที่โจ่งแจ้งขนาดนี้ เซร่าจึงช่วยไม่ได้ที่จะต้องเอะใจขึ้นมา
ว่าคำร้องที่สโนว์ตั้งให้เธอเป็นผู้รับรองนั้น ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตามหาตัวเอเดลอย่างแน่นอน
ว้าว―
เซร่าที่นึกย้อนไปถึงอดีตเมื่อไม่นานมานี้ในที่ที่ไม่คาดคิดได้แต่ทอดถอนใจอย่างเหม่อลอย
‘ค่าใช้จ่ายก็น่าจะพอด้วยเงิน 100 โกลด์ที่เพิ่งได้รับไปเมื่อกี้ ดังนั้นไม่มีปัญหาแน่นอนครับ’
สายตาอันว่างเปล่าปนตะลึงงันก้มมองถุงเงินที่กอดไว้แนบอก
รางวัลตอบแทนที่เพิ่งมอบความรู้สึกปลาบปลื้มใจให้จนถึงเมื่อครู่ ตอนนี้กลับสื่อความหมายไปอีกทางหนึ่ง
อา มิน่าล่ะ ถึงได้ให้เงินเยอะขนาดนี้กับเรื่องขี้ประติ๋วแท้ๆ
พอรู้เจตนาของรางวัลตอบแทนอันงามหยด ความรู้สึกว่าถูกหลอกก็ผุดขึ้นมาครอบงำมากกว่าความดีใจที่ได้กำเงินก้อนโตไว้ในมือเสียอีก
‘ส่วนขั้นตอนอื่นๆ ที่จำเป็นคุณสโนว์ก็จัดการล่วงหน้าไว้ให้หมดแล้ว คงไม่มีอะไรต้องทำเป็นพิเศษหรอกครับ’
ในระหว่างนั้นบีเซยังคงอธิบายต่อไปได้อย่างไหลลื่น
‘…….’
แม้มันจะเป็นข่าวดีที่เรื่องน่ารำคาญใจถูกลดทอนลงไปจนเหลือน้อยที่สุด ทว่าเซร่ากลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิดเดียว
รถม้า คนรักกำมะลอ 100 โกลด์ หนังสือค้ำประกัน
ยิ่งย้อนคิดว่าแผนการของเขาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตรงไหน ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงกระแสคลื่นลูกใหญ่ที่มิอาจต้านทานจนได้แต่แค่นหัวเราะออกมาอย่างเหลือเชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้สึกชาดิกไปทั้งท้ายทอย
ไอ้เวรสโนว์
ไอ้เวรเฟย์เดน
พวกที่กัดไม่ปล่อยจนน่ารำคาญเอ๊ย
‘เพราะฉะนั้น พี่สาวแค่เอาตัวไปอย่างเดียวก็พอแล้วค่ะ’
ด้านหลังของบีเซซึ่งอธิบายจบลง ภาพของสโนว์ที่น่าจะกำลังจมดิ่งสู่ห้วงนิทราก็ปรากฏลอยขึ้นมารำไร
ราวกับว่าเขากำลังแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเคยและกระซิบกับเธอว่า
ถึงขั้นนี้แล้วจะไม่ไปอีกเหรอ? อย่างนั้นแหละ……
กำลังโหลดความเห็น...