คลังเรื่องเร็ว ๆ นี้มาแรงเสนอเรื่องที่อยากให้แปลตารางอัป
–
ลูมอนโซ่ · ผู้รักการอ่านมังฮวาและนิยายอ่านเวอร์ชันต้นฉบับและแปลไทยได้ตามลิงก์ในแต่ละเรื่อง
ข้อมูลเว็บและติดต่อ
ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายเหรียญและการคืนเงินความเป็นส่วนตัวเหรียญติดต่อเรา
18+

เนื้อหาสำหรับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป

“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้

กลับหน้าแรก

[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะตอน 106

ตอน 106

แต่ถึงจะไม่รู้ ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้ทำตามใจชอบได้

เซร่าเห็นภาพอนาคตแจ่มชัดเลยว่า หากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเอน็อคต่อไป อย่าว่าแต่การประลองเลย คงได้ถูกปรับแพ้ตกรอบจากอาร์เคดแหงๆ

ดังนั้นถ้าจะมีใครสักคนต้องตั้งเกณฑ์ขึ้นมา คนคนนั้นก็ต้องเป็นเซร่า

เพราะอย่างน้อยในบรรดาพวกเขาสองคน คนที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยปกติมากที่สุดก็น่าจะเป็นเธอ

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดเธอก็หาจุดประนีประนอมในแบบของตัวเองได้

“แค่…… ไม่ใช้หมัด ก็น่าจะได้ไม่ใช่เหรอ?”

“อ๋อ หมัดสินะ”

เข้าใจละ เข้าใจละ

คนพูดใช้น้ำเสียงกึ่งเชื่อกึ่งไม่แน่ใจ ทว่าเอน็อคกลับพยักหน้าหงึกหงักราวกับจับจุดได้อย่างชัดเจน

“พวกทาสก้าวออกมาข้างหน้า”

จังหวะนั้นเอง นีร์ชานก็ประกาศว่าถึงเวลาแห่งการดวลแล้ว

สิ้นเสียงเรียกของเขา ทาสสองคนที่สวมปลอกคอสีทองก็ก้าวออกมายืนประจันหน้ากัน

เฮ้! ฝูงชนพากันส่งเสียงโห่ร้องปลุกเร้าความตื่นเต้น ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน การมุงดูคนตีกันก็คงเป็นเรื่องที่สนุกที่สุดแล้วจริงๆ

“เตรียมตัว”

ทั้งสองคนปลดสายจูงออกพร้อมกันตามสัญญาณของนีร์ชาน

เสียงสายโซ่สีทองกระทบกันกริ๋งกรั๋ง ก่อนจะตกลงบนผืนทรายแห่งทะเลทรายดังตุ้บ

“……เบาๆ มือหน่อยล่ะ เบาๆ นะ”

อย่าฆ่าเขานะ อย่าไปหักกระดูกส่วนไหนเข้า แล้วก็อย่าไปบดขยี้อะไรจนแหลกเหลวด้วย

เซร่ากุมสองมือแน่นพลางพึมพำกับตัวเองเมื่อการประลองตรงหน้าใกล้จะเริ่มขึ้น

ภาพนั้นมองเผินๆ ช่างดูเหมือนเจ้านายผู้แสนอ่อนโยนที่กำลังสวดภาวนาให้แก่ทาสของตน

ตัวใหญ่เบ้อเร่อขนาดนั้น คงไม่เปราะบางถึงขั้นทนไม้ทนมือไม่ได้หรอกใช่ไหม?

ขณะที่เธอกำลังใช้สายตากังวลชำเลืองมองทาสร่างยักษ์ที่ยืนค้ำหัวเอน็อคอยู่นั้น สายตาก็พลันสบเข้ากับยูร์อาที่ชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังของเขา

ยูร์อามองเซร่าที่กำลังประสานมือสวดภาวนาด้วยสายตาเอ็นดูราวกับเห็นเด็กน่ารัก ก่อนจะส่งวิ้งค์ยั่วยวนมาให้

เป็นความใจเย็นที่แสดงออกมาได้ก็เพราะไม่รู้ว่าเซร่ากำลังสวดภาวนาให้ใครต่างหากล่ะ

“เริ่มได้!”

ชั่วขณะที่เผลอไปแวบเดียว นีร์ชานก็ประกาศเริ่มการประลองขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ทาสทั้งสองที่เผชิญหน้ากันไม่ได้ขยับตัวในทันที ทว่ากลับคุมเชิงดูท่าทีของอีกฝ่าย ต่างจากบรรยากาศของผู้ชมที่กำลังคึกคักถึงขีดสุด

สงครามประสาทอันตึงเครียด หรืออะไรเทือกๆ นั้นได้เข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสองอยู่ชั่วครู่

“ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย”

ฝ่ายที่เริ่มขยับก่อนคือทาสของยูร์อาที่ทนความน่าเบื่อไม่ไหว

เขายกยิ้มเยาะอย่างบิดเบี้ยวแล้วพุ่งเข้าใส่เอน็อคด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

แม้จะมีเรือนร่างหนาเทอะทะที่ดูอุ้ยอ้าย ทว่าการเคลื่อนไหวกลับว่องไวดั่งเสือดาว

ชายคนนั้นร่นระยะห่างเข้ามาในพริบตาและแทรกผ่านช่องโหว่ของเอน็อคไปในชั่วพริบตาเดียว

มันคือการบุกทะลวงซึ่งๆ หน้าอย่างไร้ความลังเล โดยไม่เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างหรือคอยมองหาจังหวะใดๆ เลย

วูบ กำปั้นขนาดมหึมาที่ใหญ่พอๆ กับใบหน้าของเอน็อคถูกเหวี่ยงออกไป

ว้าก!

ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างเกรียวกราวให้กับการโจมตีระลอกแรกที่ซัดออกไปในที่สุด

ในวินาทีนั้น ภาพของเอน็อคที่โดนหมัดยักษ์ซัดจนกระเด็นลอยไปไกลพลันแล่นผ่านเข้ามาในหัวของทุกคนที่กำลังมุงดูการต่อสู้

ตัวคนเหวี่ยงหมัดเองก็คงกำลังจินตนาการถึงภาพที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

และแล้ว ก่อนที่การโจมตีของชายคนนั้นจะปะทะเข้ากับใบหน้าของเอน็อคเพียงเสี้ยววินาที

“……?!”

ร่างของเอน็อคที่ควรจะโดนชกแน่ๆ กลับอันตรธานหายไปราวกับเรื่องโกหก

วูบ กำปั้นที่ไร้เป้าหมายควักผ่านความว่างเปล่า

เขาหลบได้รวดเร็วเสียจนเงาร่างที่ยังเลือนหายไปไม่หมดตรงปลายหมัดที่เหวี่ยงวืดกระจายออกราวกับหมอกควัน

ปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตานั้น มีเพียงชายคนนั้นเท่านั้นที่ได้ประจักษ์แก่สายตา

การเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาตลอดชีวิตทำให้ดวงตาของชายร่างยักษ์เบิกกว้างแทบถลน

น-นี่มันอะไรกันวะ……!

ในขณะที่ตกตะลึงจนกรีดร้องออกมาไม่ได้และได้แต่ช็อกอยู่ข้างใน เขาก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของคนในระยะประชิด

สายตาที่รับรู้ถึงการมีตัวตนนั้นตอบสนองไวกว่าร่างกาย

และนั่นทำให้เขาได้เห็น

ข้างแขนที่เขาเพิ่งเหวี่ยงออกไปนั่นเอง

ทาสผมดำที่ปรากฏตัวขึ้นโดยที่เส้นผมไม่กระดิกเลยแม้แต่เส้นเดียว

ทาสผู้มีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังยกแขนขึ้นสูงไปทางชายคนนั้น

ชั่วพริบตานั้น สำหรับชายร่างยักษ์แล้วมันกลับยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์

“ฮี๊ ก……!”

“อ๊ะ”

เมื่อเห็นใบหน้าของชายตรงหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เอน็อคก็ตระหนักได้ว่าตนเองคำนวณพลาดไป ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว ฟึ่บ เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับมือของเอน็อคที่เหวี่ยงเข้าใส่แก้มของอีกฝ่าย

และแล้ว

เพียะ―!

เสียงฟาดฟันอย่างจะแจ้งก็ดังก้องขึ้น

ดังสนั่นเสียจนทุกคนที่ยืนดูการต่อสู้อยู่ได้ยินกันอย่างทั่วถึง

“อุแว้ก!”

ใบหน้าของชายร่างยักษ์สะบัดไปด้านข้างพร้อมกับส่งเสียงประหลาดออกมา

ร่างอันมหึมานั้นลอยเคว้งขึ้นฟ้าตามแรงเหวี่ยงที่สะบัดไป

ทาสร่างยักษ์ที่ลอยสูงขึ้นไปในอากาศหมุนคว้างอยู่กับที่ราวกับลูกข่าง ก่อนจะ

ร่วงดิ่งลงมากระแทกพื้นดังตึง!

“…….”

เพียงเท่านั้นก็เป็นอันจบสิ้น

ชายคนนั้นไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีกต่อไป

“…….”

“…….”

บรรยากาศที่เคยอึกทึกครึกโครมไม่ต่างจากบ่อนการพนันพลันเงียบสงัดลงราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็นจัด

“เอ๋……?”

ใครบางคนส่งเสียงอย่างเหม่อลอยออกมาให้กับการประลองที่จบลงในชั่วพริบตา

ฝูงชนที่ได้ยินเสียงเดียวกันต่างก็ส่งเสียงอุทานคล้ายๆ กันพลางพึมพำ เอ๋ อะ อ้าว กันระงม

บรรยากาศอันดุเดือดพลันชะงักงัน

ทุกคนต่างมองสลับไปมาระหว่างทาสที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นกับเอน็อคที่ยืนอยู่อย่างสบายไร้รอยขีดข่วนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

สิ่งที่แหวกผ่านความเงียบงันอันกระเจิดกระเจิงขึ้นมาคือน้ำเสียงที่เหวอรับประทานไม่แพ้กันของนีร์ชาน

“ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอเนี่ย……?”

เขาปรี่เข้ามาอย่างร้อนรนก่อนจะพลิกตัวทาสที่ล้มนอนอยู่เพื่อดูอาการ

ทาสร่างยักษ์ที่หมดสติไปทั้งที่ตาเหลือกขึ้นฟ้ามีฟองสีขาวปุดขึ้นมาจากปาก

แก้มข้างที่โดนเอน็อคซัดเข้าไปบวมเป่งขึ้นมาเรียบร้อยจนหน้าตาบิดเบี้ยวผิดรูปไปคนละข้าง

สภาพที่มองดูก็รู้ว่าเจ็บปวดทำเอานีร์ชานสะดุ้งตามสัญชาตญาณ พลางรีบจับชีพจรของทาสคนนั้นดูอย่างขะมักเขม้น

เขาลองแนบหูกับหน้าอกเพื่อฟังว่าหัวใจยังเต้นอยู่หรือไม่ ใช้นิ้วมือกดกระโหลกศีรษะเพื่อตรวจดูว่ามีกระดูกหักตรงไหนหรือเปล่า อีกทั้งยังตรวจดูที่แก้มและลึกเข้าไปในช่องปากว่ามีเลือดออกด้วยหรือไม่

พอนีร์ชานตรวจสอบทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเหวอรับประทาน

“……น่าเหลือเชื่อจริงๆ ถึงสภาพจะดูไม่จืดแต่ก็แค่สลบไปเฉยๆ ว่ะ”

เขาพึมพำออกมาราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตา ก่อนจะยกมือของเอน็อคขึ้นประกาศจุดสิ้นสุดของการประลอง

“ผู้ชนะคือทางนี้”

ผลลัพธ์ที่พลิกล็อกถล่มทลายเหนือความคาดหมายทำเอาผู้ชมที่กลั้นหายใจดูสถานการณ์อยู่ต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกตะลึง

“อะไรกันเนี่ย กะพริบตาแค่ทีเดียวการประลองก็จบแล้วเหรอ”

“เห็นหน้าตาขาวซีดแบบนั้นแต่ฝีมือเอาเรื่องแฮะ?”

“ตบหน้าอะไรมันจะขนาดนั้น……”

ผู้คนที่มองไม่ทันด้วยซ้ำว่ารู้ผลแพ้ชนะได้อย่างไรต่างพากันพูดจ้อคนละคำสองคำจนเกิดเสียงฮือฮาไปทั่ว

“……เป็นไปไม่ได้ ไปเอาไอ้บ้านั่นมาจากไหนกัน”

คนที่รู้สึกอึ้งกิมกี่ที่สุดในบรรดาคนเหล่านั้นก็คือยูร์อาที่เคยมั่นอกมั่นใจในชัยชนะ

เธอทรุดตัวลงนั่งด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก ได้แต่จ้องมองทาสของตนที่กระเด็นสลบไปในหมัดเดียวตาละห้อย

“นั่นสิ ไม่เจียมตัวสะเออะมารนหาที่เองทำไมล่ะ”

ด้านเซร่าก็ได้แต่หัวเราะคิกคักพลางเยาะเย้ยสภาพนั้น

“ฉันทำได้แล้ว……”

ส่วนเอน็อคกำลังก้มมองฝ่ามือตัวเองด้วยสายตาเหม่อลอย

เขากำมือแล้วคลายออกซ้ำไปซ้ำมาราวกับกำลังหวนนึกถึงสัมผัสที่ยังหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้ว

พอโดนทักว่าใช้หมัดคงไม่ได้เรื่อง เลยลองใช้ฝ่ามือดูเผื่อจะดีกว่า และดูเหมือนว่ามันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องเสียด้วย

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาใช้มือข้างที่คอยกุมดาบมาตลอดไปตบหน้าคนอื่นเข้าแบบนี้

สัมผัสเข้ามือที่ฟินเกินคาดยังคงซาบซ่านจั๊กจี้อยู่ที่ฝ่ามือ จะว่ายังไงดีล่ะ มันชวนให้เสพติดชะมัด เหมือนที่เขาว่ากันว่าตบมือบ่อยๆ แล้วจะดีต่อสุขภาพ อารมณ์มันใช่แบบนั้นเลย

……บางทีฉันอาจจะเหมาะกับการต่อสู้ในระดับสามัญสำนึกทั่วๆ ไปก็ได้นะเนี่ย

ในจังหวะที่เขากำลังคิดอะไรที่ถ้าทาสคนนั้นฟื้นมาได้ยินคงได้กระอักเลือดออกมาเป็นฟองฟอด เซร่าก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมเอ่ยปากชมเขาอย่างสนิทสนม

“เก่งมาก เจ้าดำ”

ฉันคิดไว้อยู่แล้วเชียวว่านายต้องทำได้

หญิงสาวที่พ่นคำหวานพล่อยๆ ว่าไม่เคยสงสัยในชัยชนะของเอน็อคเลยสักนิด มีแววตาวาววับเปี่ยมไปด้วยความซุกซนเหมือนเด็กน้อยที่กำลังวางแผนร้าย

“ต้องใส่ปลอกคอกลับเข้าไปแล้วสินะ?”

เซร่าผู้มีรอยยิ้มประดุจจิ้งจอกยื่นปลอกคอที่ปลดออกไปชั่วคราวเพื่อการประลองกลับมาให้

“ทาสทำตัวน่ารักขนาดนี้ ไม่มีรางวัลให้หน่อยเหรอครับ เจ้านาย?”

เอน็อคที่ตาเป็นประกายซุกซนตามไปด้วยโน้มเอวลงมาอย่างเกียจคร้านเพื่อทวงถามรางวัล

แกร๊ก ทันทีที่คล้องสายจูงเข้ากับคอของเขา เจ้านายก็ขยับเข้ามาแนบชิดข้างกายทาสหนุ่มก่อนจะกระซิบ

“เดี๋ยวให้คืนนี้”

เป็นคำพูดที่ทำเอาควยเต้นตุบๆ ด้วยความตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่ทันรู้เลยว่าจะได้อะไรด้วยซ้ำ

แค่คำพูดประโยคเดียวก็ทำเอาเอน็อคกลั้นไม่อยู่จนต้องหลุดขำ หึ ออกมา

จู่ๆ เขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าการเป็นทาสแบบนี้มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่เลย

ชายหนุ่มอยากจะรีบจัดการไอ้งานอาร์เคดบ้านี่ให้จบๆ แล้วกลับไปอยู่กันตามลำพังสองคนกับเจ้านายจะแย่อยู่แล้ว

“ด้วยเหตุนี้ ผู้เข้าร่วมงานอาร์เคด ยูร์อา เดลลาริโอ ฮาชิม จึงถูกตัดสิทธิ์ และขอประกาศว่าทุกสิ่งของยูร์อาจะตกเป็นของผู้ชนะจนกว่างานอาร์เคดจะสิ้นสุดลง”

แม้การคิดบัญชีระหว่างเจ้านายกับทาสจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่การคิดบัญชีระหว่างผู้ชนะกับผู้แพ้ยังคงค้างคาอยู่

นีร์ชานที่ประกาศผลการดวลพร้อมกับการจัดการผู้พ่ายแพ้ยกมือขึ้นสูง

จากนั้นนกอินทรีหัวขาวที่ไม่รู้ว่าบินมาจากไหนก็ร่อนลงมาเกาะที่แขนของเขา

ที่ขาของนกล่าเหยื่อสีเหลืองสดมีกระดาษเนื้อดีที่พันผูกไว้ด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน

นีร์ชานดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาแล้วกัดปลายนิ้วตัวเองจนเลือดซึม

เขาประทับลายนิ้วมือลงที่ด้านล่างของเอกสารอย่างชำนาญ ก่อนจะผูกมันกลับเข้าที่ข้อเท้าของนกอินทรีตามเดิม

แม้จะไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร แต่เอกสารฉบับนั้นคงเกี่ยวข้องกับการดวลที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เป็นแน่

ชายหนุ่มที่ตั้งท่าจะปล่อยนกอินทรีให้บินไปพลันชะงักลงเมื่อสังเกตเห็นฝูงชนที่ยังคงมุงดูกันอยู่

จากนั้นเขาก็เอ่ยถามกลุ่มคนที่ยืนต่อแถวอยู่ด้านหลังของยูร์อาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะถามว่า ‘คงไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกใช่ไหม’

“คงไม่ใช่ว่า… มีใครอยากจะขอท้าดวลอีกหรอกใช่ไหม”

“…….”

“…….”

ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน

ทั้งพวกผู้ท้าชิงที่เคยแสยะยิ้มเยาะเย้ยอยู่ด้านหลังยูร์อา และเหล่าทาสที่เคยขยับกล้ามเนื้อข่มขวัญอย่างคุกคาม ต่างพากันหลบสายตาของนีร์ชานราวกับนัดกันไว้

“ไม่มีสินะ”

เมื่อคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างหมดจด นีร์ชานก็ปล่อยนกอินทรีให้โผบินไปอย่างสบายใจ

นกล่าเหยื่อที่ทะยานขึ้นสู่ที่สูงแหวกผ่านท้องฟ้าสีคราม มุ่งหน้าไปยังพระราชวังสีทองที่อยู่ไกลลิบตา

“ฮะๆ พิลึกพิลั่นจริงเชียว อะไรก็เกิดขึ้นได้สินะเนี่ย”

“ไปกันเถอะ ไป ไปจับอีกากันดีกว่า!”

ผู้คนที่หมดเรื่องสนุกให้ดูต่างเริ่มทยอยแยกย้ายกันไป

ไม่รู้ว่าการประลองเมื่อครู่ให้บทเรียนอะไรแก่พวกเขาหรือไม่ เพราะแม้แต่พวกที่เคยเดินเตร็ดเตร่หาคู่ต่อสู้ก็หันมาตามหาอีกากันอย่างเอาเป็นเอาตายในทันที

ไม่รู้ว่าแฝงตัวหนีไปกับฝูงชนที่กำลังแตกฮือหรืออย่างไร

ยูร์อาและทาสของเธอถึงได้หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

“ข้าก็นึกสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงพาคนเยี่ยงนั้นร่วมทางมาด้วย ที่แท้ก็มีประโยชน์แบบนี้นี่เอง”

คนสุดท้ายที่ยังคงยืนอยู่ข้างกายเซร่าคือนีร์ชาน

ดูเหมือนเขาจะเริ่มนึกอยากได้เอน็อคขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงได้กวาดสายตามองเรือนร่างบุรุษอันเพรียวระหงที่ยืนอยู่อย่างสงบเสงี่ยมข้างกายเซร่าอย่างพินิจพิเคราะห์

ต่อสายตานั้น เซร่าจึงตอบรับด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความผ่อนคลายของผู้ถือไพ่เหนือกว่า

“ทำไมเหรอคะ คุณเองก็อยากจะขอท้าดวลด้วยเหมือนกันงั้นสิ?”

“ไม่มีทาง ข้าน่ะเป็นพวกรักสงบนะ”

นีร์ชานยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าให้กับข้อเสนออันน่าขนลุก

ถึงกระนั้น ท้ายที่สุดเขากลับเดาะลิ้นจึ๊กจั๊กอย่างเสียดาย ราวกับว่าไม่ได้ปฏิเสธความคิดนี้ไปเสียทีเดียว

“เพราะเจ้าแท้ๆ ข้าเลยได้ดูอะไรสนุกๆ ถ้ามีโอกาสไว้เจอกันใหม่นะ”

นีร์ชานที่เอ่ยคำทักทายอย่างสุภาพยื่นมือออกไปหาเซร่า

“ค่ะ ถึงจะไม่รู้ว่าจะมีธุระให้เจอกันอีกหรือเปล่าก็เถอะ”

เซร่าจับมือนั้นตอบพลางเขย่าขึ้นลงส่งๆ ไปสองสามที

ในตอนนั้นเอง นีร์ชานก็กระชากตัวเซร่าเข้าหาตัวเองอย่างแรง

นีร์ชานกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเซร่าอย่างรวดเร็วในจังหวะที่ร่างของเธอแทบจะถลำเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของเขา

“……!”

แววตาคมกริบวาบขึ้นในดวงตาของเซร่าทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น

เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะผงะเงยหน้าขึ้นมองนีร์ชาน

“คุณ―”

“เอามือสกปรกของแกออกไป”

พริบตาที่เซร่าเพิ่งจะอ้าปากพูด เอน็อคก็พุ่งปราดเข้ามาผลักนีร์ชานออกไปอย่างรุนแรง

ทาสที่เพิ่งแย่งเจ้านายของตนคืนมาได้จ้องมองชายผู้บังอาจโอบกอดเซร่าต่อหน้าต่อตาตนด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ

ว้าว

นีร์ชานถึงกับอดทึ่งกับจิตสังหารที่ระเบิดออกมาในชั่วพริบตาไม่ได้

เขาถอยหลังไปอีกก้าวราวกับจะบอกให้ใจเย็นลงพลางเอ่ยเย้าแหย่อย่างโอเวอร์

“ดูท่าทาสคนนี้จะขี้หึงน่าดูเลยนะเนี่ย?”

“…….”

เซร่ายังคงมองเขาตาค้างด้วยความเหม่อลอยจนไม่ได้ตอบอะไรออกไป

“งั้นไว้เจอกันใหม่นะ―”

ดูเหมือนคำตอบจะไม่ใช่เรื่องสำคัญตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นีร์ชานจึงเอ่ยลาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะแทรกตัวหายลับเข้าไปในฝูงชน เมื่อร่างของอีกฝ่ายลับสายตาไปอย่างสมบูรณ์ เอน็อคที่ยืนกอดอกก็เข้ามาแทนที่ตรงจุดที่นีร์ชานเคยยืนอยู่พลางเค้นถามเซร่าทันที

“คุยอะไรกับไอ้หมอนั่น?”

เซร่าขยับริมฝีปากด้วยสีหน้าเลื่อนลอยเล็กน้อย

“……เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรสำคัญหรอก”

กา

อีกาที่บินผ่านเหนือศีรษะไปส่งเสียงร้องดังลั่นขึ้นมาถูกจังหวะพอดี ช่วยปลุกสติที่กำลังเตลิดเปิดเปิงให้กลับคืนมา

“ในเมื่อกำจัดพวกแมลงหวี่แมลงวันไปหมดแล้ว พวกเราก็รีบไปหาอีกากันเถอะ―”

ในตอนที่เธอนึกถึงสิ่งที่ต้องทำขึ้นมาได้และก้าวขาตรงไปยังสวนอย่างกระตือรือร้นเพื่อหันกลับมาสนใจงานตรงหน้านั้นเอง

“จับได้แล้ว!”

เสียงตะโกนโหวกเหวกดึงสายตาของคนทั้งคู่ให้หันไปมองยังจุดเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง

หนึ่งในกลุ่มคนที่วิ่งไล่จับอีกาอย่างเอาเป็นเอาตายมาตั้งแต่เมื่อครู่กำลังกระโดดโลดเต้นพลางชูอีกาขึ้นฟ้าด้วยสีหน้าซาบซึ้งตื้นตันใจ

“จับได้แล้ว! จับได้แล้วโว้ย! ฉะ ฉันก็ผ่านแล้ว!”

ถัดจากนั้นไม่ไกลนัก เสียงโห่ร้องยินดีที่ประกาศถึงความสำเร็จอีกรายก็ดังแว่วมา

เซร่าที่เบือนสายตาไปทางนั้นอย่างไร้ความคิดพลันเบิกตากว้าง เมื่อพบว่าสวนแห่งนี้เริ่มดูโล่งตาขึ้นมาอย่างประหลาด

“อะไรเนี่ย หายไปไหนกันหมดแล้ว?!”

[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะจบตอน 106
อ่านตอน 107 ต่อ
อ่านตอนล่าสุดได้ที่ลงถึงตอน 344
↗Readtoon
☆ ให้คะแนน / เขียนรีวิวเรื่องนี้

ความคิดเห็นตอนนี้

กำลังโหลดความเห็น...

ดูความเห็นทุกตอนของเรื่องนี้
‹ ตอน 105กลับหน้าเรื่อง
ตอน 105ตอน 107