“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
เซร่าวางแก้วเหล้าลงอย่างฟึดฟัดพลางขีดเส้นคั่นอย่างเด็ดขาด
“หมอนั่นกับฉันเป็นแค่เจ้านายกับทาสย่ะ!”
นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรจริงๆ
ชายหนุ่มยื่นผลองุ่นให้เซร่าที่พึมพำอย่างหงุดหงิด
คราวนี้เธอก็ใช้มือรับมากินเช่นกัน ก่อนจะเคี้ยวเนื้อผลไม้อย่างไร้ความปรานีราวกับสิ่งที่อยู่ในปากคือเอน็อค กร้วม กร้วม แล้วกลืนลงคอไป
ใช่แล้ว ทั้งหมดมันมีปัญหาที่คำพูดนั้นแหละ
พอได้ยินคำว่าปฏิบัติเป็นพิเศษอะไรนั่นโดยใช่เหตุ แค่นึกถึงช่วงเวลาที่ต้องมาคอยพะวงและสับสนกับทุกการกระทำที่ปกติควรจะปล่อยผ่านไปได้แท้ๆ เธอก็กัดฟันกรอดขึ้นมาเอง
พอเธอบอกว่าปวดขาแล้วเขาช่วยอุ้มพาไปโดยไม่อิดออด นี่ถือเป็นการปฏิบัติเป็นพิเศษหรือเปล่านะ
พอเธอบอกว่าจะไม่กินข้าวเพราะง่วงนอนตอนเช้าแล้วเขาป้อนข้าวให้ด้วยตัวเอง นี่ถือเป็นการปฏิบัติเป็นพิเศษหรือเปล่านะ
เวลาที่เขาทิ้งเตียงตัวเองแล้วมุดเข้ามาในเตียงแคบๆ เพื่อกอดเธอที่สูดน้ำมูกเพราะความหนาว นี่ถือเป็นการปฏิบัติเป็นพิเศษหรือเปล่านะ……
ต่อให้เรื่องพวกนี้จะเป็นแค่การคิดไปเอง เซร่าก็ไม่มีความผิดแต่อย่างใด เพราะเอน็อคคอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีตลอดการเดินทาง ทั้งที่เป็นคนขี้เกียจจนตัวเป็นขนและเกลียดเรื่องยุ่งยากเข้าไส้แท้ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ตลอดเวลาที่ออกจากกิลด์ซิกนัสเพื่อมุ่งหน้ามายังเอสเตลลา เขากลับไม่แตะต้องปลายเล็บของเซร่าเลยแม้แต่น้อย
‘โอ๊ย’
‘เจ็บเหรอ ไหนดูซิ’
มีเพียงบางครั้งที่เซร่าเป็นแผลถลอกหรือบาดเจ็บเล็กน้อยตรงไหน เขาก็แค่ตวัดลิ้นเลียตรงจุดนั้นให้ แผลก็หายดี
‘ฉันได้มาเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนฤดูหนาวก็เพราะทาสแท้ๆ เลยนะเนี่ย’
‘……จะทานไข่ต้มน้ำพุร้อนไหมคะ’
‘ป้อนสิ’
แม้กระทั่งตอนที่แก้ผ้าลงแช่น้ำพุร้อนด้วยกัน เขาก็เพลิดเพลินกับการอาบน้ำอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่มีบรรยากาศชวนวาบหวามเกิดขึ้นเลยแม้แต่จะหยอกเล่นก็ตาม
‘ยัยทาส หนาวเหรอ นอนไม่หลับเลยนี่’
‘นิดหน่อยค่ะ’
‘ฉันบอกให้เขาช่วยทำให้ห้องอุ่นขึ้นแล้ว รอแป๊บหนึ่งนะ’
เมื่อก่อนแค่เธอบอกว่าหนาวก็กระเหี้ยนกระหือรือจะเข้ามากอดจะแย่ แต่อยู่ๆ ก็มาทำตัวเป็นคนปกติพลางบ่นเรื่องเครื่องทำความร้อนขึ้นมาซะงั้น
ทั้งที่วันก่อนหน้านั้นเพิ่งจะโถมเข้าใส่เธอแทบจะกลืนกินแท้ๆ แต่เขากลับทำตัวจืดชืดไร้อารมณ์ราวกับเป็นคนที่ไม่รู้สึกถึงแรงกระตุ้นวาบหวามพรรค์นั้นกับเซร่าอีกต่อไปแล้ว
แล้วถ้าถามว่าเขาไประบายความใคร่ที่อื่นหรือเปล่า ก็ไม่ใช่แบบนั้นอีก
มีคนเข้ามาโปรยเสน่ห์ใส่เขาอยู่บ้างในหมู่บ้านสองสามแห่งที่เดินทางผ่าน แต่เธอก็เห็นว่าเอน็อคปฏิเสธไปอย่างเป็นธรรมชาติอยู่หลายครั้ง
แม้แต่อาการซึมเศร้าที่อ้างว่าจะกำเริบหากไม่ได้กอดผู้หญิงแม้แต่วันเดียวก็สงบนิ่งมาตลอดการเดินทาง
ความใคร่ของคนเรามันหายวับไปเฉยๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอ?
เซร่าก็ไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เอน็อคมอบให้นั้นไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา คนที่เกลียดความยุ่งยากอย่างเขาคงต้องรู้สึกอะไรสักอย่าง ถึงได้คอยดูแลเอาใจใส่กันดีขนาดนี้
ปัญหาก็คือมันอยู่ในระดับไหนกันแน่ต่างหาก
สำหรับเอน็อคแล้ว ตัวเธอเป็นคนที่ค่อนข้าง… พิเศษมากเลยงั้นเหรอ?
ทั้งที่ฉันมีใบหน้าแบบนี้น่ะนะ……?
ยิ่งเวลาผ่านไป สองประโยคนั้นก็ยิ่งครอบงำจิตใจของเธอนานขึ้นเรื่อยๆ
ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น เซร่าจะรู้สึกทรมานราวกับตัวเองกลายเป็นคนหลงตัวเองขั้นโคม่าจนเยียวยาไม่ไหว ทว่านั่นก็ไม่อาจเป็นเหตุผลให้เธอเลิกชั่งน้ำหนักในใจได้ ทั้งที่รู้ตัวว่าคิดถึงเรื่องของเอน็อคบ่อยเหลือเกิน แต่เธอก็ไม่อาจหยุดความคิดได้เลย
แย่แล้วสิ
แค่นี้เรื่องที่ต้องคิดก็มีกองพะเนินเป็นภูเขาเลากาอยู่แล้ว
ภารกิจ เอเดล สโนว์ โทษทัณฑ์ แล้วยังจะเรื่องไปเกิดใหม่อีก ปัญหาที่ทับถมซ้ำซ้อนกันจนหัวแทบระเบิด ต่อให้เซร่าจะขบคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่พอด้วยซ้ำ
นี่มันเสียเวลาเปล่าชัดๆ
ถึงอย่างนั้นก็ยังหยุดไม่ได้อยู่ดี
ความนึกคิดคอยแต่จะพุ่งไปเกาะติดที่เอน็อคราวกับลูกธนูที่แล่นออกจากแล่ง
เซร่าอยากจะตัดสายใยความคิดที่เกาะหนึบราวกับแม่เหล็กนี้ให้ขาดผึงไปเสียที
เธอต้องการข้อสรุป
ข้อสรุปที่ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดกบาลกับเรื่องนี้อีกต่อไป
เพราะอย่างนั้น เธอจึงตัดสินใจลองทดสอบดูสักครั้ง
เมื่อมาถึงเอสเตลลา เซร่าก็หาจังหวะผลักไสเอน็อคเข้าไปในย่านเริงรมย์
พร้อมกันนั้นก็เรียบเรียงข้อสรุปในใจทีละขั้นตามปฏิกิริยาของเขา
ถ้าพอเปิดทางให้แล้วเขาเที่ยวเล่นทั้งคืนจนกลับมาในวันรุ่งขึ้น ต่อไปก็ไม่ต้องไปใส่ใจเรื่องของเอน็อคอีก
ถ้าเที่ยวพอเป็นพิธีแล้วกลับมาไม่ดึกนัก ก็คงเป็นแค่ความเกรงใจในฐานะคนที่อาศัยอยู่ร่วมกัน
แต่ถ้าเขากลับที่พักไปตรงๆ ละก็ คำว่าพิเศษนั้นก็อาจจะใช่จริงๆ ก็ได้
ทว่าบทสรุปกลับออกมาอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
‘แค่เปิดทางให้นิดหน่อย ทำไมต้องทำซึ้งขนาดนั้นด้วยยะ’
ปฏิกิริยาของเอน็อคนั้นรวดเร็วและชัดเจนจนทำให้ความกังวลใจตลอดช่วงที่ผ่านมาดูไร้ค่าไปเลย
ทั้งตอนที่เธอบอกว่าเขาเป็นอิสระแล้วช่วยผลักหลังส่ง ทั้งตอนที่บอกว่าคืนนี้ไม่ต้องกลับมาแล้วหันหลังเดินจากไป เขาก็ยังคงเงียบเฉย ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับใดๆ ออกมาเลยว่าชอบหรือไม่ชอบ
มีเพียงสีหน้าเหม่อลอยเหมือนกำลังซาบซึ้งตอนที่กำถุงเงินไว้เท่านั้นที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง
พอลองคิดดูอีกที ท่าทางแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะดีใจจัดจนต้องพยายามกลั้นยิ้มอยู่ก็ได้
เรื่องขี้ประติ๋วแค่นี้ทำไมต้องทำให้คนอื่นเข้าใจผิดด้วยนะ
เซร่าขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด
ถึงกระนั้น เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าผู้ชายที่ทิ้งไว้ท่ามกลางถนนสายโลกีย์นั่นกำลังทำอะไรอยู่ ณ เวลานี้
แยกทางกันไปราวสามสิบนาทีก่อน คนที่พร้อมจะตอบสนองแค่เพียงเขายื่นมือไปก็มีอยู่เกลื่อนกลาด แถมเอน็อคยังเป็นพวกมือไวเสียด้วย ค่ำคืนของเอสเตลลานั้นเปิดกว้างและมีบรรยากาศที่เป็นอิสระอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ป่านนี้ก็คงจะ……
“ไอ้เวรเอ๊ย”
เซร่าที่จินตนาการไปถึงภาพอันวาบหวิวเปลือยเปล่าสบถคำหยาบออกมาอย่างหยาบคาย
ภาพของเอน็อคที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งแก้ผ้ากับหญิงสาวไร้หน้าทำให้ความกระวนกระวายใจที่เคยถูกฤทธิ์เหล้ากดทับไว้ชั่วคราวพวยพุ่งตีตื้นขึ้นมาจนถึงคอหอยอีกครั้ง
ทำไมถึงได้รู้สึกอารมณ์เสียขนาดนี้นะ
แม้จะได้ข้อสรุปตามที่ต้องการแล้ว เซร่าก็ยังไม่พอใจตัวเองที่เอาแต่คิดถึงเอน็อคอยู่อีก
เธอคิดว่าเมื่อรู้บทสรุปแล้วจะสามารถลบเขาออกจากหัวไปได้อย่างหมดจดเสียที แต่ความจริงกลับไม่ใช่เลย
นี่ฉันเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย
การที่ผู้ชายมั่วเซ็กซ์พรรค์นั้นจะไปนอนเกลือกกลิ้งกับใครอีกก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรแล้วแท้ๆ
ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะไปนอนกับใคร เธอก็คิดแค่ว่า อ๋อ คงงั้นแหละ แล้วไม่เคยแม้แต่จะใส่ใจด้วยซ้ำ
คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันอย่างฉันทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยเล่า!
‘ถ้าเป็นแบบนี้มันก็เหมือนกับว่าฉันกำลังมองว่าหมอนั่นเป็นคนพิเศษอยู่น่ะสิ’
เธอฉวยแก้วเหล้าขึ้นมากระดกพรวดเดียวจนหยดสุดท้ายโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครทันได้ห้ามปราม
ชายหนุ่มที่คอยปรนนิบัติอยู่ทำตาโตเป็นกระต่ายมองดูเธอด้วยความประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงอารมณ์อันกะทันหัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะยื่นผลองุ่นส่งให้เซร่าอย่างกระตือรือร้น
“ตัดเรื่องไร้สาระออกไปแล้วพูดมาแค่ธุระก็พอ”
เซร่าที่กระแทกแก้วลงอย่างหงุดหงิดพาลไปลงอารมณ์ใส่เป้าหมายอื่นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
นีร์ชานสูบกล้องยาสูบพ่นควันปุ๋ยๆ รับคำถามที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากจะรีบกลับไปเต็มแก่
“ไม่มีความหมายอะไรลึกซึ้งหรอก แค่อยากทักทายกับคนที่ฉันจ้างมาแล้วก็ให้กำลังใจสักหน่อยเท่านั้นเอง”
น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาช้าๆ นั้นฟังดูยานคางชอบกล
แววตาที่ก้มมองเซร่าดูพร่าเลือนพิลึก ทั้งที่เธอเป็นคนดื่มเหล้าเข้าไปแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาก็กำลังเมามายอะไรบางอย่างอย่างหนักเช่นกัน
ก็นั่นสินะ สภาพแบบนั้นคงยากที่จะคุยเรื่องสลักสำคัญอะไรได้
เรียกมาเพื่อแค่จะทักทายจริงๆ น่ะเหรอ เซร่าเคี้ยวองุ่นเสียงดังกร้วมๆ ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนพลางกวาดสายตามองนีร์ชาน
ผู้ชายที่นุ่งผ้าปิดแค่ท่อนล่างแถมยังพ่นควันขาวโขมงออกมาไม่หยุดคนนี้ ต่อให้มองในแง่ดีแค่ไหนก็เหมาะกับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งอันธพาลตรอกซอกซอยมากกว่าอยู่ดี จะให้เชื่อว่าคนพรรค์นี้มีความตั้งใจอันบริสุทธิ์คงยากไปหน่อย
อึก เซร่ากลืนเนื้อผลไม้ที่เคี้ยวจนแหลกลงคอก่อนจะเหน็บแนมออกไปอย่างไม่เชื่อน้ำหน้า
“นึกว่าจะขอให้ช่วยในการแข่งขันรอบต่อๆ ไป หรือไม่ก็ให้ฉันยอมตกรอบแทนคุณในยามคับขันเสียอีก?”
นีร์ชานทำสีหน้าประหลาดใจราวกับว่านั่นเป็นเรื่องที่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิต
“……ฉันดูไร้รสนิยมขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นสิมันยิ่งแปลกกว่าอีก”
คราวนี้สีหน้าของเซร่ากลับกลายเป็นฝ่ายประหลาดไปบ้าง
หากไม่ใช่เหตุผลตื้นๆ พรรค์นั้น เรื่องราวมันก็ชักจะตลกเกินไปแล้ว
ในเมื่อนีร์ชานและเซร่าลงแข่งในอาร์เคดพร้อมกันทั้งคู่ คำว่าจ้างของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมเสียเงินทองแท้ๆ เพื่อเชื้อเชิญคู่แข่งมาจากแดนไกลเลยสักนิด
“เนื้อหาของคำว่าจ้างไม่เปลี่ยนไปหรอก สิ่งที่ฉันต้องการคือชัยชนะในอาร์เคดของคุณ”
นีร์ชานยอมรับว่าตนเองกำลังวาดภาพที่น่าขันเช่นนั้นอยู่จริงๆ
เอาจริงดิ
แม้ฤทธิ์สุราจะเริ่มแล่นขึ้นมา แต่เซร่าที่สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ชอบมาพากลก็ใช้สายตาอันเฉียบแหลมจับสังเกตเขา
“แล้วถ้าสุดท้ายเหลือแค่คุณกับฉันสองคนล่ะ?”
“ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็จะสละสิทธิ์จากการแข่งขัน เท่านี้คุณก็ชนะบายและคว้าชัยชนะไปได้อย่างง่ายดายแล้ว”
แม้จะอยู่ต่อหน้าข้อสมมติของเธอ แต่นีร์ชานก็ไม่มีท่าทีหวั่นไหวแม้แต่น้อย
ผู้ว่าจ้างที่จิบเหล้าไปคำเล็กๆ ย้ำชัดโดยไม่ลังเลเลยสักนิดว่า ชัยชนะของงานอาร์เคดจะต้องตกเป็นของเธออย่างแน่นอน
มีคำกล่าวของปราชญ์โบราณที่เคยทิ้งไว้ว่า
การจามและความรักเป็นสองสิ่งที่ไม่สามารถปิดบังกันได้
และในบริบทที่คล้ายคลึงกันนั้น เซร่าก็มีคำพูดหนึ่งที่เธอเชื่อฝังหัวอย่างยิ่งยวด
ความโลภและจิตสังหารก็ไม่อาจปิดบังได้เช่นกัน
การที่นีร์ชานครอบครองห้องที่ทั้งเย็นฉ่ำและกว้างขวางขนาดนี้ไว้เพียงลำพัง แถมยังต้อนรับเธอท่ามกลางสาวงามหยาดเยิ้มมากมาย ย่อมมีเจตนาเพื่อโอ้อวดอำนาจของตนเองอย่างแน่นอน เป็นทำนองเตือนว่าฉันมีเพียบพร้อมถึงเพียงนี้แล้วก็จงทำหน้าที่ให้ดี
ทว่าน่าขัดแย้งเหลือเกินที่แม้จะส่งคำเตือนอันเต็มไปด้วยค่านิยมทางวัตถุถึงเพียงนี้ แต่ในแววตาของนีร์ชานกลับไร้ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าความโลภ
“นายน่ะ ไม่ได้สนใจสมบัติเลยสินะ?”
“นับว่าโชคดีที่ลูกจ้างของฉันหัวไว แต่ว่านะ……”
สายตาของนีร์ชานผู้เปิดเผยความในใจอย่างง่ายดายเลื่อนต่ำลงจากใบหน้าของเซร่าเรื่อยไปจนถึงพื้น
“จำได้ว่าบอกจะไม่กินไม่ใช่หรือ?”
ตรงปลายสายตาของเขามีแก้วเหล้าของเซร่าที่ว่างเปล่าไปอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้วางอยู่
นี่ฉันแอบกระดกไปอีกตอนไหนเนี่ย
เซร่าก้มมองแก้วที่ว่างเปล่าด้วยแววตาตื่นตระหนก
จำได้แม่นยำอยู่หรอกว่าเจ้าหนุ่มนั่นรินเหล้าแก้วใหม่ให้ แต่เธอกลับจำไม่ได้ชัดเจนเลยสักนิดว่าตัวเองยกดื่มไปตั้งแต่เมื่อไร
เมื่อเห็นท่าทางที่ทำลงไปเองแท้ๆ แต่กลับจำไม่ได้ นีร์ชานก็หลุดหัวเราะหึออกมาคล้ายเอ็นดูพลางเอ่ยยั่วโมโหเธอ
“ดูเหมือนจะดื่มไปเยอะทีเดียวนี่ ไหวหรือเปล่า? ดื่มไปขนาดนั้นน่าจะเมาแอ๋แล้วนะ”
“ก็แค่มันอร่อยฉันก็เลยกินหรอกย่ะ ฉันยังปกติดีอยู่เห็นไหม?”
แม้จะต้องขอโทษเซร่าด้วยก็เถอะ แต่สภาพของเธอไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าปกติดีเลยสักนิด
สุราฤทธิ์แรงที่กระดกลงไปตอนท้องว่างกำลังขดตัววนเวียนอยู่ในท้องของเซร่าและแผ่ไออันร้อนผ่าวคละคลุ้งไปทั่ว
ทันทีที่รับรู้ได้ว่าตัวเองดื่มหนักเกินไป สติที่ร้อนรุ่มก็พลันพร่าเลือนลงในชั่วพริบตา
เซร่ารู้แก่ใจได้ในทันที
บัดซบ เมาแล้วสิเรา
ทว่าการจะมาปล่อยตัวปล่อยใจเสียท่าต่อหน้าผู้ว่าจ้างที่มีเป้าหมายแอบแฝงน่าสงสัยเช่นนี้ มันช่างขัดกับความต้องการของเธอเหลือเกิน
เพื่อที่จะแสร้งทำเป็นยังปกติดีที่สุด เธอจึงจงใจเบิ่งตาโพลงอย่างสุดกำลัง
นีร์ชานที่เพิ่งกระดกหมดไปเพียงแก้วเดียวยังคงเกาะติดซักไซ้ไม่เลิกรา ราวกับพบเรื่องสนุกเรื่องใหม่เข้าให้แล้ว
“เวลาที่เหล้าหวานเจี๊ยบก็มีอยู่แค่ตอนที่ชีวิตขมขื่นเท่านั้นแหละ ท่าทางจะมีเรื่องให้กลุ้มใจอยู่สินะ?”
ในตอนนั้น ชายหนุ่มที่รินเหล้าลงในแก้วจนเต็มอีกครั้งก็ยื่นผลองุ่นมาจ่อตรงปากของเซร่าอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“……ไม่ได้มีเรื่องพรรค์นั้นสักหน่อย เพราะงั้นอย่ามาแส่”
เซร่าตีสีหน้าเย็นชาแสร้งทำเป็นไม่เมา พลางอ้าปากงับผลองุ่นนั้นเข้าไปกินกลบเกลื่อน
เอ๊ะ ชายหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มน่ามองส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจไปชั่วขณะ ทว่าเซร่ากลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงนั้น
เธอเพียงจดจ่ออยู่กับความจริงที่ว่า ปลายนิ้วของชายหนุ่มที่เฉียดผ่านด้านในริมฝีปากของตนนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
การที่รู้สึกว่าคนอื่นเย็นเยียบถึงเพียงนี้ เป็นเพราะอุณหภูมิร่างกายของเธอสูงผิดปกติ
มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด
ทั้งที่ตอนเดินเข้ามาในที่แห่งนี้ชัดๆ มันยังเย็นสบายกำลังดีแท้ๆ
เซร่าที่จู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความร้อนผะผ่าวที่พลุ่งพล่านจนพวงแก้มร้อนฉ่าจึงเริ่มใช้มือพัดกระพือระบายความร้อน
“ที่นี่มัน…… ร้อนไปหน่อยไหม?”
“เมาแล้วสินะเนี่ย”
เมื่อเจอบทสนทนาที่จับต้นชนปลายไม่ถูก นีร์ชานก็เดาะลิ้น จึ๊ดๆๆ ราวกับเวทนา
คล้ายกับว่าเธอจะได้ยินคำหยอกเย้าติดตลกแว่วมาว่า ชีวิตคงขมขื่นมากสินะ? แต่สมองที่ลอยเคว้างกลับเชื่อมโยงไปไม่ถึงความคิดที่จะต้องตอบกลับ
“หากมีเรื่องกลัดกลุ้มมาก ร่างกายก็ย่อมหนักอึ้ง ถ้ามีเรื่องกังวลใจอยู่ในอก สลัดมันทิ้งไปให้หมดก่อนจะข้ามวันได้ย่อมดีที่สุด”
เพราะหลังจากนั้น หัวสมองก็จะปลอดโปร่งในวันรุ่งขึ้น
นีร์ชานที่คาบกล้องยาสูบไว้ในปากเอ่ยคำแนะนำที่ดูสมเป็นผู้อาวุโสอย่างยิ่ง
“แล้วจะสลัดทิ้งยังไงล่ะ?”
การที่จู่ๆ ก็นึกอยากฟังคำแนะนำขึ้นมานั้นเป็นเพราะฤทธิ์ของความเมาล้วนๆ
หากมีเรื่องราวมหัศจรรย์ราวกับเวทมนตร์ที่สามารถสลัดความคิดคำนึงอันน่ารำคาญใจที่คอยเกาะติดอยู่ตลอดเวลาทิ้งไปได้ละก็ มันก็คงไม่เลวที่จะลองดูสักครั้ง
ดูเหมือนนีร์ชานจะถูกใจที่เห็นเธอเริ่มตั้งใจฟังบทสนทนา เขาจึงคลี่ยิ้มอันตรายออกมา จากนั้นก็พยักพเยิดคางไปทางชายหนุ่มที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายเธอมาโดยตลอด
“เด็กคนนั้น ดูเข้าท่าไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?”
สายตาของเซร่ากวาดมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นครั้งแรก
ร่างกายที่มีกล้ามเนื้อกระชับพอดิบพอดี ใบหน้าเล็กกระจิริด และเครื่องหน้าที่แต่งแต้มอยู่บนนั้นก็คมคายหมดจดทีเดียว
ตั้งแต่มาที่นี่ก็เห็นแต่พวกผู้ชายบึกบึนล่ำบึ้ก ไม่นึกเลยว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ด้วย
“……ก็หน้าตาสะสวยดีนี่”
โดยเฉพาะดวงตาสีสว่างที่ทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนั้นดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ
คงจะดีใจล่ะมั้งที่ความงดงามของทาสตนเองได้รับการยอมรับ หางตาของนีร์ชานจึงโค้งลงด้วยความพึงพอใจ
“ใช่แล้ว หมอนี่เป็นตัวท็อปที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงในฐานะทาสบนเตียงเลยล่ะ”
แล้วเขาก็พ่นเรื่องพรรค์นั้นออกมาหน้าตาเฉย
“เป็นไงล่ะ คืนนี้ลองไปพึ่งพาเจ้านั่นดูหน่อยไหม”
“…….”
ได้ยินแบบนั้น ความสนใจเพียงน้อยนิดบนใบหน้าของเซร่าก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
นึกว่าจะเสนอทางออกที่วิเศษวิเศษอะไรให้ ที่แท้ก็เรื่องเซ็กซ์เนี่ยนะ
ทั้งที่น่าจะรับรู้ได้ถึงความรังเกียจ แต่นีร์ชานก็ยังคงเทศนาต่อเพื่อให้เธอจำใส่หัวไว้
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอมีเรื่องกลุ้มใจอะไร แต่พอได้เสียเหงื่อสักยกสองยก เธอก็จะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยทรมานเพราะเรื่องอะไร”
ช่างเป็นความสบายใจอันมั่นคงไม่สั่นคลอนเสียจริง
อุตส่าห์เก๊กท่าทำเป็นขรึมดูมีภูมิขนาดนั้น แต่ถ้อยคำแต่ละคำที่หลุดออกมาจากปากกลับเบาหวิวราวกับขนนกได้ขนาดนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ
ทัศนคติการใช้ชีวิตที่คุ้นตาเหมือนเคยเห็นจากที่ไหนสักแห่งทำให้เซร่าทำหน้าตาเอือมระอาหมดอารมณ์สิ้นดี
ไอ้คนนู้นก็ที ไอ้คนนี้ก็ที มีแต่พวกคลั่งเพราะอดอยากปากแห้งเรื่องเซ็กซ์กันหรือไงนะ
มันดีถึงขนาดต้องไปเกลือกกลั้วกับใครก็ได้เชียวเหรอ
“ไม่ล่ะ ฉันน่ะ...”
เธอที่บ่นพึมพำว่ามั่วโลกีย์สิ้นดีกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเหมือนเช่นเคย
“……?”
ทว่าจู่ๆ ก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้จนเสียงค่อยๆ แผ่วลง
ในชั่วพริบตานั้น คำถามพื้นฐานพลันผุดขึ้นมาในหัวว่าทำไมเธอจะต้องปฏิเสธด้วยเล่า
ทำไมฉันถึงคิดจะปฏิเสธไปตามความเคยชินล่ะ
ต่อให้พยายามเค้นหาเหตุผลเท่าไร เธอก็นึกอะไรไม่ออกสักอย่าง
การมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนอื่นที่ไม่ใช่เอน็อค
มันเป็นพัฒนาการที่ไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน พอคิดขึ้นมาก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมาจางๆ อยู่หรอก แต่ความดื้อรั้นที่ว่า ‘แล้วทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะ’ ดันพุ่งแซงหน้าขึ้นมาก่อน
ปกติแล้วครั้งแรกมันยากเสมอแหละ พอมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม เดี๋ยวมันก็ง่ายเอง
บางทีเหตุผลที่ในหัวของเซร่ายังจัดระเบียบไม่ได้
ความคิดที่เตลิดไปคนละทิศละทางจากปกติบวกกับฤทธิ์สุราที่ทวีขึ้น ส่งผลให้ความคิดของเธอพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับม้าแข่งที่ไม่รู้จักวิธีหยุด
“มันได้ผลดี... ขนาดนั้นเลยเหรอ”
และปลายทางที่ความคิดวิ่งเตลิดไปถึง สิ่งที่กำลังรอคอยเธออยู่ก็คือแรงกระตุ้นอันตรายที่สวมหน้ากากแห่งความอยากรู้อยากเห็นอันไร้เดียงสาเอาไว้
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ฉันเอาทั้งชีวิตของตัวเองเป็นประกันได้เลย
นีร์ชานยืนยันอย่างหนักแน่นไปยังเซร่าที่กำลังเริ่มคล้อยตาม
เธอไม่ได้คิดเลยสักนิดว่า ‘ทำไมต้องถึงขั้นเอาชีวิตมาเดิมพันด้วย’
ตรงกันข้าม พอเขาพูดถึงขนาดนั้น ความเชื่อมั่นที่ไม่เคยมีก็ดันพลุ่งพล่านขึ้นมา
ทั้งเอน็อค ทั้งนีร์ชาน และคนอื่นๆ อีกมากมายต่างก็ใช้ชีวิตกันแบบนั้น ความมั่นใจอย่างไร้ที่มาจึงพวยพุ่งขึ้นมาว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะทำไม่ได้
“……เอาสิ”
นั่นสิ บางทีนะ
ถ้าได้ลองทำกับคนอื่นดูแล้ว เอน็อคก็จะไม่ใช่เพียงหนึ่งเดียวสำหรับเธออีกต่อไป และเธออาจจะไม่ต้องคอยใส่ใจเขาอีกเลยก็ได้
“เรื่องแค่นี้ ลองดูก็ไม่เสียหา-...”
ด้วยเหตุนี้ ในเสี้ยววินาทีที่เซร่าตัดสินใจขั้นเด็ดขาดและยื่นมือออกไปหาชายหนุ่มที่กำลังรอคอยเธออยู่
“สัดเอ๊ย”
จากด้านหลังของเธอ ภายในเงามืดที่แสงไฟในห้องส่องไปไม่ถึง คำสบถอันเย็นเยียบก็ดังแทรกขึ้นมา
กำลังโหลดความเห็น...