“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ตอนที่ 35
เทียบกับการประกบจูบอันกะทันหันแล้ว เอน็อคกลับไม่ได้รีบร้อน ลิ้นที่แทรกซึมเข้ามาอย่างช่ำชองแตะต้องลิ้นของเซร่าอย่างเชื่องช้าราวกับงูเลื้อยกลับรัง สัมผัสเฉอะแฉะของก้อนเนื้อที่บดเบียดเสียดสีแจ่มชัดจนทะลวงผ่านประสาทรับรู้ที่ทื่อลงด้วยพิษไข้สูง
“อื้อออ...”
แม้สติจะเลือนราง แต่เซร่าก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไหนบอกว่าจะช่วยชีวิตไง จู่ๆ นี่มันเรื่องหมาๆ อะไรกัน เธออยากจะโวยวายเอาเรื่องแบบนั้นเหลือเกิน ทว่าปากกลับถูกปิดแน่นจนทำไม่ได้ บางทีต่อให้ปากเป็นอิสระก็คงทำไม่ได้อยู่ดี เพราะตอนนี้เธอเป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤติจนไม่อาจเอ่ยปากพูดได้แม้แต่คำเดียว
สิ่งที่พอจะทำได้ อย่างมากที่สุดก็มีเพียงบิดหน้าหนีเรียวลิ้นที่สอดลึกเข้ามาหมายจะกลั่นแกล้ง
“ไม่ได้”
ทว่าความพยายามอันแสนริบหรี่นั้น กลับถูกเอน็อคขัดขวางไว้ เขาใช้สองมือกดไหล่เซร่าเอาไว้พลางเอ่ยเตือนชิดริมฝีปากที่กำลังหอบหายใจรวยริน
“ต้องอยู่นิ่งๆ สิ”
ริมฝีปากคันยิบยับยามลมหายใจกระซิบกระซาบพัดผ่าน เอน็อคขบกัดริมฝีปากที่เขาทำให้คันคะเยอนั้นเบาๆ ราวกับอ่านใจเธอทะลุปรุโปร่ง จากนั้นจึงกระซิบต่อ
“ฉันก็กำลังช่วยชีวิตเธออยู่นี่ไง”
หลังจากยกเหตุผลที่ยากจะปฏิเสธขึ้นมาอ้าง เขาก็กลืนกินริมฝีปากของเซร่าเข้าไปอีกครั้ง
เอี๊ยด เตียงเอียงยวบไปข้างหนึ่ง เอน็อคที่คุกเข่าคลานขึ้นมาบนเตียงเบียดตัวแทรกเข้ามาเคียงข้างเซร่าอย่างเป็นธรรมชาติ
เขาสอดแขนข้างหนึ่งเข้าไปด้านหลังของเซร่าแล้วประคองยกร่างท่อนบนของเธอขึ้นมากอดไว้ในอ้อมอก ศีรษะที่ทิ้งตัวลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรงต้านทานน้ำหนักไม่ไหวจึงหงายไปด้านหลัง ใบหน้าของเอน็อคเอียงองศาตามคางของเซร่าที่ถูกเชิดขึ้นมาอย่างพอดี เขาตามติดจนถึงที่สุดโดยไม่ยอมปล่อยให้เธอได้พักเลยแม้แต่ชั่วขณะเดียว
ความรู้สึกที่มีอวัยวะส่วนหนึ่งของผู้อื่นดิ้นพล่านมีชีวิตชีวาอยู่ในปากของตน ช่างยากจะทำใจให้คุ้นชินได้ลงจริงๆ
นี่คือการช่วยชีวิตงั้นเหรอ? การกระทำที่มองมุมไหนก็ห่างไกลจากการพยาบาลคนไข้ทำให้เซร่าขมวดคิ้วอย่างคลางแคลงใจ
‘อ๊ะ พอมาคิดดูแล้ว...’
ในตอนนั้นเอง ท่ามกลางสมองที่ล่องลอย ความทรงจำหนึ่งที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ปัจจุบันก็แวบผ่านเข้ามา ในอดีตที่ไม่ไกลนัก เอน็อคเคยรักษาเธอด้วยวิธีแบบนี้มาก่อน พอคิดว่าการกระทำนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต่อการรักษา ความระแวงสงสัยจึงค่อยๆ มอดดับลง
ในเมื่อเคยผ่านประสบการณ์ตรงมาแล้ว สิ่งที่เซร่าต้องทำก็แค่ยอมรับมันไปเสีย ถ้าพูดแบบนี้มันก็ดูง่ายอยู่หรอก แต่ว่านะ...
‘จำเป็นต้อง... ใช้ลิ้นแบบนี้เลยเหรอ...’
จะบอกว่ามีเป้าหมายแค่การรักษาก็ดูแปลกเกินไป ในเมื่อการตวัดลิ้นของเอน็อคที่ชอนไชไปทั่วโพรงปากเธอมันช่ำชองและแพรวพราวเกินไป ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้เซร่าจะสติพร่าเลือน แต่เธอก็ไม่อาจลดทอนความระแวดระวังลงได้ และไม่อาจยอมรับจุมพิตของเอน็อคได้อย่างเต็มใจเสียที
“อือ...”
เซร่าหลุดเสียงครางครวญประท้วงใส่เอน็อคที่โหมกระหน่ำรุกรานจนเธอรับมือไม่ไหว
เอน็อคเลียและขบกัดริมฝีปากของเซร่าที่ยังคงมีความขัดขืนอันแสนริบหรี่หลงเหลืออยู่ เขากลั่นแกล้งหยอกเย้าจนกระทั่งเธอยอมเผยอปากออกด้วยความจำยอม และเมื่อเซร่าที่หมดเรี่ยวแรงยอมเปิดริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจ เขาก็กระตุ้นจุดอ่อนไหวของเธอได้อย่างแม่นยำจนน่าหงุดหงิด ทั้งปลายลิ้นที่ไวต่อสัมผัส เพดานปากที่เป็นหลุมเว้า กระพุ้งแก้มด้านในอันอ่อนนุ่ม เขาตวัดเลียอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่งราวกับกำลังละเลียดกินวิปครีม และเมื่อเซร่าทนไม่ไหวจนส่งเสียงหงุดหงิดเบาๆ เขาก็ดึงรั้งลิ้นเล็กๆ เข้าไปในปากตนเองแล้วดูดดึงอย่างตะกละตะกลามราวกับกำลังอมลูกกวาด
มันเป็นจุมพิตที่ตื๊อติดพันและเย้ายวนเกินทน ความรู้สึกเสียวซ่านที่ผุดพรายตื่นตัวเริ่มผสมปนเปเข้ากับความเจ็บปวดที่รุมเร้าเซร่า ประสาทสัมผัสที่อยู่ตรงข้ามกันคนละขั้วเข้าปะทะกันอย่างจัง ร่างกายที่ควรจะหายดีกลับไม่หาย สติยิ่งมายิ่งเตลิดเปิดเปิง มีเพียงประสาทรับรู้เท่านั้นที่ตื่นตัวไวสัมผัสขึ้นเรื่อยๆ
……นี่มันชักจะไม่ใช่การรักษาแล้วมั้ง
สติที่ฟื้นคืนกลับมาอย่างเลือนรางเตือนให้เธอตื่นตัวว่าไม่อาจปล่อยให้เขาทำตามใจชอบได้ ทว่าสติที่เพิ่งเริ่มปรากฏเค้าลางก็ถูกความเจ็บปวดที่ซัดสาดเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์กลืนกินจนปลิวกระจัดกระจายไปอย่างไร้ร่องรอยในทันที
“ฮื่อ……”
ร่างกายของเซร่าขดงอเข้าหากันเพราะความเจ็บปวดที่รุนแรงเป็นพิเศษ ความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้าใส่ราวกับจะเฉือนร่างทั้งร่างเป็นชิ้นๆ ค่อยๆ เลือนรางลงตามกาลเวลา และความรู้สึกแสบร้อนอย่างแสนสาหัสก็ปะทุขึ้นมาจากบาดแผลที่สลักลึกอยู่ในวิญญาณอย่างไม่ผิดเพี้ยน
มันเป็นความทรมานราวกับหัวใจของเธอถูกโยนเข้าไปในกองไฟนรกทั้งดวง เซร่าสูดหายใจเข้าเฮือกด้วยความรู้สึกที่เหมือนลำคอด้านในจะไหม้เกรียมไปหมด
“อึก……”
เซร่าที่ส่งเสียงครางเหมือนคนถูกบีบคอขยับขาสองข้างตะเกียกตะกายไม่หยุดราวกับอยากจะหนีไปจากความเจ็บปวด
“เจ็บเหรอ?”
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ธรรมดา เอน็อคจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ตรงไหนล่ะ? เดี๋ยวฉันทำให้หายเจ็บเอง” “ฮึก... หะ... หัวใจ... อะ... อก……” “ตรงนี้เหรอ?”
เมื่อเขาบอกว่าจะทำให้หายเจ็บ เธอจึงนึกว่าเขามีวิธีอะไรดีๆ เลยบอกไป ทว่าเอน็อคกลับใช้นิ้วมือกดลงตรงบริเวณหัวใจของเซร่าอย่างแรง
“ฮ๊าาา……!”
เซร่าจึงแสดงปฏิกิริยาไวเกินไปราวกับคนชักกระตุก แม้ความเจ็บปวดของเธอจะไม่ได้เกิดจากทางกายภาพ แต่เมื่อมีสิ่งกระตุ้นเข้าใส่ตำแหน่งเดียวกัน เธอจึงคิดไปเองว่าบาดแผลกำลังถูกคว้านลึก
แม้จะเป็นเพียงความเข้าใจผิด ทว่ามันกลับเจ็บปวดฉิบหาย เซร่าจึงหลุดร้องไห้โฮออกมาด้วยความน้อยใจในที่สุด
“จะ... เจ็บ... ฮึก... เจ็บ... นะ……!”
เซร่าที่ตกอยู่ในความตื่นตระหนกตะโกนออกมาพลางหอบหายใจกระชั้นสั้นๆ ฮึก ฮึก
“อ่า ขอโทษที ขอโทษ”
เอน็อคที่รีบชักนิ้วออกเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
“บะ... บอกว่าจะ... ช่วย... แท้ๆ……”
เซร่าที่ซุกหน้าลงกับอกของเขาพึมพำด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ท่าทางนั้นดูเหมือนเด็กที่กำลังงอแงไม่มีผิด แต่ด้วยสติที่พร่าเลือนเพราะพิษไข้ เธอจึงไม่มีแรงพอจะคิดไปถึงขั้นนั้น
“ชู่ว— รู้แล้ว รู้แล้ว”
กระนั้นดูเหมือนท่าทางนั้นจะได้ผล ครั้งนี้เอน็อคจึงทำสีหน้ารู้สึกผิดอยู่บ้าง เขาช่วยลูบหลังเธออีกสองสามครั้งราวกับกำลังปลอบประโลมสัตว์ตัวเล็กๆ ก่อนจะเอ่ยยืนยันด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความขี้เล่นโดยสิ้นเชิง
“จะช่วยจริงๆ แล้ว” “……?”
กะแล้วเชียว เมื่อกี้มันไม่ใช่การรักษาจริงๆ ด้วยสินะ! เซร่าที่เพิ่งเข้าใจความหมายของคำพูดช้าไปหนึ่งจังหวะจ้องเขม็งมองเอน็อคด้วยสายตาราวกับมองคนร้ายที่จงใจทำผิด ส่วนเอน็อคก็ยินดีกลืนกินคำสบถที่พ่นออกมาจากไรฟันของเธออย่างเต็มอกเต็มใจ
นายท่านผู้แนบริมฝีปากเข้ากับทาสหัวเราะคิกคักในลำคอราวกับกำลังอารมณ์ดีนักหนา เอน็อคจุ๊บ จุ๊บ พรมจูบสั้นๆ ราวกับจะบอกให้เธอหายโกรธ จากนั้นก็เปิดริมฝีปากของเซร่าออกเพื่อสร้างช่องว่าง
แล้วเป่าลมหายใจเข้ามายาวๆ ฟู่—
“……!”
ไอพลังอันแสนสดชื่นไหลบ่าเข้ามาหาเซร่าตามลมหายใจของเขา ความสดชื่นที่เอ่อล้นเต็มปากทำให้เธอเผลอกลืนมันลงคอไปโดยสัญชาตญาณ อึก พลังที่ไหลผ่านลำคอของเซร่าละลายซึมซาบอย่างนุ่มนวลและแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่างของเธอในทันใด
“ฮา—”
เซร่าเผลอเปล่งเสียงครางอย่างพึงพอใจออกมาให้กับสัมผัสอันแสนสดชื่นนั้น เมื่อกลืนพลังที่เอน็อคส่งผ่านมาให้ ความเจ็บปวดที่คอยทรมานเซร่าก็พลันมลายหายไป ทว่านั่นก็เป็นเพียงชั่วครู่เดียว ความเจ็บปวดที่ขาดช่วงไปกลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง
สำหรับเซร่าแล้ว เธอไม่มีเหตุผลที่จะไม่มองหาเอน็อคอีกครั้ง
คนที่เริ่มจูบก่อนในคราวนี้คือเซร่า เธอใช้มือที่สั่นระริกประคองใบหน้าของเอน็อคเอาไว้แล้วโถมเข้าหาเขาอย่างมุทะลุ เซร่าเผยอริมฝีปากออกเหมือนอย่างที่เขาเคยทำกับเธอ แล้วสอดลิ้นเล็กๆ เข้าไประหว่างนั้น
“…….”
แม้จะรีบร้อนสอดลิ้นเข้าไปก่อน แต่เซร่าไม่มีทางมีชั้นเชิงแพรวพราวเหมือนเอน็อคอยู่แล้ว เธอพยายามเลียนแบบกวาดต้อนไปทั่วโพรงปากของเอน็อคอยู่สองสามครั้ง ทว่ามันกลับเก้งก้างเสียจนแทบจะหลุดขำออกมา เอน็อคที่ผุดยิ้มเจ้าเล่ห์แกล้งไม่ยอมตอบสนอง ยิ่งทำให้ท่าทางของเธอดูไม่จืดเข้าไปใหญ่ เธอที่จับต้นชนปลายไม่ถูกจนต้องส่งเสียงครางหงิงๆ ในคอ ในที่สุดก็ดึงลิ้นของเอน็อคที่ดูไร้เรี่ยวแรงออกมาแล้วเริ่มดูดดุน จุ๊บ จุ๊บ
มันเป็นจูบที่ชวนให้นึกถึงลูกสัตว์กำลังหานมแม่มากกว่าจะเรียกว่าวาบหวาม
“ฮา— ให้ตายสิ”
ตั้งอกตั้งใจเกินไปแล้ว แม้จะเงอะงะไม่เป็นท่าเมื่อเทียบกับจูบที่เขามอบให้ แต่เอน็อคก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ จากนั้นราวกับทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงเอียงคอปรับองศาแล้วสอดลิ้นลึกล้ำเข้าไปให้
ทันใดนั้น ไอพลังสดชื่นเมื่อครู่ก็ทะลักทะล้นเข้ามาจนไม่อาจเทียบกับคราวแรกได้เลย
“อื้มม อื้อ—”
เซร่าตั้งหน้าตั้งตาดูดกลืนการช่วยชีวิตที่ถวิลหาเหลือเกินนั้นลงไป อึก อึก เอน็อคยังคงส่งสิ่งที่เซร่าต้องการมาให้อย่างต่อเนื่อง และเซร่าก็รับสิ่งที่เขาป้อนให้เข้าไปไม่ตกหล่นแม้แต่หยดเดียว เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างรุกเข้าหากันอย่างกระตือรือร้น ระยะห่างระหว่างร่างทั้งสองจึงแนบชิดกันอย่างรวดเร็ว
บัดนี้เอน็อคขึ้นมาทาบทับอยู่บนตัวของเซร่าอย่างสมบูรณ์พลางก้มมองเธอจากด้านบน ชายหญิงที่กอดก่ายพัวพันมัวเมาในกันและกันอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งจูบยาวนานขึ้นเท่าไร ความเจ็บปวดที่เคยทรมานเซร่าก็ยิ่งค่อยๆ จางหายไปเท่านั้น ความสดชื่นรื่นรมย์แทรกซึมเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวดที่อันตรธานไป
ราวกับกำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางเมฆหมอกอันนุ่มละมุน เซร่าที่หลงใหลในความรู้สึกเบาสบายอันเปี่ยมสุขราวกับกินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม เธอจึงกอดรัดเอน็อคแน่นราวกับจะเค้นเอาออกมาอีก
“ไม่ได้ พอแค่นี้ก่อน”
ทว่าในตอนนั้น เอน็อคก็ผละออกจากเซร่าอย่างเด็ดขาด แขนที่เคยโอบรอบคอของเขาไม่อาจยื้อระยะห่างที่ถอยออกไปได้จึงร่วงหล่นลงมา ตุบ ถึงตอนนี้เซร่าไม่เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว แม้ไข้สูงจะยังไม่ลดลง ทว่าอย่างน้อยความเจ็บปวดที่เกือบจะฉุดรั้งเธอไปถึงหน้าประตูนรกก็อันตรธานหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ถึงกระนั้นเซร่าก็ยังคงเสาะหาเอน็อคอยู่ดี เพราะเธออยากลิ้มรสไอพลังที่ทำให้เธอรู้สึกดีนั่นอีกครั้ง
“อีก…… ขออีกกก……”
เอาอีก เอาอีก ทำให้อีกสิ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอที่งอแงขอร้องไม่หยุดหย่อนนั้นหรี่ปรือเลื่อนลอยไปหมดแล้ว
มือที่ลูบสะเปะสะปะขึ้นไปตามท่อนแขนจับชายเสื้อของเขาแน่นแล้วออกแรงดึง มันมีความหมายว่าให้จูบเธอเหมือนเมื่อครู่อีกครั้ง
การกระทำที่ดูราวกับกำลังออดอ้อนนั้นทำให้เอน็อคผุดยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ
“อยากให้ทำอีกเหรอ?” “อื อื้อ……”
เซร่าพยักหน้าหงึกๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย เธอตกอยู่ในสภาพสติพร่าเลือนอย่างสิ้นเชิงให้กับรสชาติแห่งการช่วยชีวิตอันแสนเคลิบเคลิ้มที่เพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิต
“ได้สิ—”
เอน็อคลูบไล้ใบหน้าที่เขาเป็นผู้รังสรรค์ขึ้นด้วยสีหน้าพึงใจ แม้ว่า…
“ผู้มีพระคุณผู้ยิ่-งใหญ่ของเราขอมาทั้งที ก็ต้องจัดให้หมดทุกอย่างอยู่แล้วสิ”
ทว่าแววตาที่เขามองเซร่านั้นกลับไม่ได้ดูเป็นมิตรเอาเสียเลย
เอน็อคฉีกยิ้มเพียงมุมปากก่อนจะเลื่อนสองมือลงไปด้านล่าง สองมือที่กุมหัวเข่าอย่างนุ่มนวลลูบไล้ย้อนขึ้นมาตามต้นขา เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายอันร้อนผ่าวของเธอแล้ว สองมือของเอน็อคกลับเย็นเยียบจนรู้สึกได้ถึงความสดชื่น
ฮา... เซร่าเผลอพรูลมหายใจออกมาจากปากด้วยความยินดีในไออุ่นที่มือคู่นั้นส่งผ่านมาให้
ชายกระโปรงที่เคยจัดไว้อย่างเรียบร้อยถูกร่นขึ้นตามสัมผัสที่รุกไล่ขึ้นมาอย่างไร้ความลังเล สองมือที่ลูบย้อนขึ้นมาตามเรียวขาจนสุดทางมาบรรจบกันที่จุดเดียว เอน็อคสอดนิ้วเข้าไปเกี่ยวกับขอบชั้นในแล้วดึงมันรูดลงไปด้านล่างโดยไม่รีรอ
ความรู้สึกโหวงเหวงที่ช่วงล่างอย่างกะทันหันทำให้เซร่าหุบขาทั้งสองข้างเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ชู่ว ไม่เป็นไร เอน็อคดึงเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกพลางปลอบประโลมเซร่าว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร
“คราวนี้ฉันจะให้สิ่งที่ดีกว่าเดิมนะ”
วีรบุรุษแนบริมฝีปากชิดกับใบหูอันร้อนผ่าวแล้วกระซิบบอกอย่างหวานหูราวกับปีศาจที่กำลังล่อลวงมนุษย์
“…….”
น้ำเสียงที่ช่วยปลดปล่อยเธอให้พ้นจากความทรมาน เซร่าที่จดจำความสงบสุขที่เขาเคยมอบให้ได้จึงคลายความระแวดระวังลงแล้วแอบขยับเปิดเรียวขาที่หุบไว้ตามที่เขาปรารถนา ในตอนนั้นเอง—
จ๊อก นิ้วมือก็สอดแทรกเข้ามาด้านใน
กำลังโหลดความเห็น...