“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ตอนที่ 38
“ฮ่า! ฮึก อือ อา…”
เซร่าที่ถูกกระแทกแทงลึกเข้ามาจนดิ้นไม่หลุดกรีดร้องครางปนสะอื้น
ทุกครั้งที่สัตว์ร้ายทุ่มน้ำหนักทั้งตัวโถมบดขยี้เข้ามาจนเอวแทบพังทลาย เธอทำได้เพียงพ่นลมหายใจที่ขาดห้วงออกมาเพื่อประคองชีวิต
ท่วงท่าที่ถูกกดจนแบนราบทำให้รู้สึกได้อย่างแจ่มชัดถึงส่วนปลายที่แข็งแกร่งจนเจ็บปวดกำลังกระแทกกระทั้นปากมดลูกดังปักๆ เป็นครั้งคราวที่สัตว์ร้ายคุมเรี่ยวแรงไม่อยู่แล้วโถมลึกเข้ามาเป็นพิเศษ จนหน้าท้องที่แนบติดกับพื้นเตียงกระเพื่อมไหว
เป็นแบบนี้แล้วชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกตอกตรึงด้วยเสาเข็มจริงๆ สัตว์ร้ายตรึงเซร่าไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ แล้วสาวแทงตามอำเภอใจในจุดที่อ่อนไหวและลึกซึ้งซึ่งแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่คุ้นเคย
ยามที่ร่างกำยำอันบวมเป่งด้วยมัดกล้ามกดทับบั้นท้ายของเธอราวกับการลงทัณฑ์ ท่อนเนื้อแข็งขึงดั่งกระบองเหล็กก็บดขยี้แน่นราวกับจะทะลวงเข้าไปในส่วนลึกของเซร่าให้แหลกลาญ เมื่อนั้นภายในท้องของเซร่าก็สั่นสะท้านหวีดหวิวราวกับเสียงระฆังกังวาน บีบรัดตอดรัดเข้าไปข้างใน ข้างใน ลึกขึ้นเรื่อยๆ
ขั้นตอนนั้นเริ่มต้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนเวียนไม่รู้จบ เอน็อคกระหน่ำแทงย้ำที่เดิมซ้ำๆ อย่างไม่ลดละราวกับช่างตีเหล็กที่กำลังทุบเหล็กกล้าเผาไฟแดงก่ำ
ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น เซร่ารู้สึกราวกับมีประกายไฟปะทุเปรี๊ยะๆ ออกมาจากจุดที่ถูกกระหน่ำตี ร่างกายของเธอบีบรัดตอดรัดหลายต่อหลายระลอกเข้าหาจุดเดียวนั้น
สัมผัสที่หดเกร็งจนท้องน้อยปวดหนึบช่างหมิ่นเหม่ ชวนให้รู้สึกคล้ายกับมีใครสักคนกำลังน้าวสายธนูจนตึงเปรี๊ยะเพื่อเล็งไปยังจุดอ่อนของเธอ
ช่างย้อนแย้งที่คนน้าวสายธนูก็คือตัวเธอเอง และคนที่จะต้องถูกยิงก็เป็นตัวเธอเองเช่นกัน ความตื่นเต้นอันขัดแย้งที่ไม่อยากโดนลูกศรแทงทะลุแต่ก็ใคร่รู้ว่าหากยิงออกไปแล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้นแผ่ซ่านความร้อนผ่าวจนสะท้านยะเยือกไปทั่วไขสันหลังของเซร่า
แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ ระหว่างนั้นผนังเนื้อด้านในที่ถูกกระตุ้นเร้าอย่างไม่เว้นวรรคก็หลั่งน้ำหวานออกมาไม่หยุด เสียงน้ำรักเหนียวหนืดที่เอ่อท้นอยู่ข้างในเกาะติดส่วนปลายแล้วยืดย้อยก่อนจะถูกบดบี้ดังลั่นอย่างโจ่งแจ้ง
“อื้อ! อึ อือ อือออยท์……!”
เสียงครางของเซร่าค่อยๆ ลากยาวขึ้นทีละน้อยตามความหฤหรรษ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
ทว่าในที่สุด ธนูที่เธอเหนี่ยวรั้งไว้จนถึงที่สุดก็หลุดมือ
“ฮืออ๊าาา……!”
ลูกธนูที่หลุดจากสายพุ่งตรงเข้าปักกลางมดลูกของเธออย่างแม่นยำ เซร่าส่งเสียงหวีดร้องครวญครางยาวเหยียดดั่งสัตว์ป่าที่ถูกล่า
“ฮึก อือ ฮื่อออ!”
เซร่าที่ซุกหน้าฝังลงกับผ้าปูเตียงหดเข่าชิดคู้ตัวเป็นก้อนกลม ปลายเท้าจิกเกร็ง ร่างกายทุกส่วนแข็งทื่อราวกับจะบดขยี้สิ่งที่สอดคาอยู่ระหว่างขาให้แหลกคามือ
อาการกระตุกเกร็งที่เริ่มปะทุจากเนื้อนุ่มส่วนลึกด้านในแผ่ขยายไปทั่วร่าง เซร่าที่ลอยละล่องสู่ห้วงสุขสมสั่นเทิ้มไปทั้งตัวราวกับกำลังเหน็บหนาวในยามที่กรีดครางระบายเสียงอันเย้ายวนออกมาเป็นห้วงๆ
สัมผัสแรก การสอดใส่ครั้งแรก จุดสุดยอดครั้งแรกเกิดขึ้นพร้อมกันในคราวเดียว ทว่าสมองที่หลอมละลายจนพร่าเลือนด้วยพิษไข้และความเสียวซ่านกลับไม่อาจคิดสิ่งใดได้อีก
“ต้องหายใจด้วยสิ” “อื้อ…”
เธอทำได้เพียงเผยอริมฝีปากเพื่อตะกละตะกลามสูดกลืนลมหายใจที่ถูกเป่ารดเข้ามาอย่างเร่งรีบ ช่วงเวลาแห่งการดับกระหายที่ปรารถนามาเนิ่นนาน เซร่าอ้าปากรับเอาเรียวลิ้นรสหวานล้ำเข้ามาอย่างเต็มที่
“เอาล่ะ ทีนี้มาเริ่มกันอีกรอบดีไหม?”
เพิ่งจะรู้สึกว่าพอประทังความกระหายไปได้แท้ๆ ร่างก็ถูกพลิกกลับมาพร้อมกับน้ำเสียงที่เอ่ยปลอบประโลม
ขาทั้งสองข้างถูกจับแยกออกจากกันอีกครั้ง
“ฮื่อ…”
เซร่าที่ปล่อยให้เขาชักนำไปตามใจครางงอแงเสียงแผ่ว ร่างกายที่ได้ปลดเปลื้องทั้งจุดสุดยอดและการดับกระหายไปพร้อมกันกำลังเข้าสู่ช่วงพักผ่อนอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือเย็นเยียบที่เกาะกุมตั้งแต่ข้อเท้าค่อยๆ ลูบไล้ขึ้นมาตามเรือนร่างของเซร่า
เย็นจัง สบายตัวดีชะมัด
ขณะที่พึมพำความรู้สึกอันแสนเรียบง่ายตามสัญชาตญาณ เซร่าก็ค่อยๆ หลับตาลง
สัมผัสได้ว่าพิษไข้ที่น่ารำคาญใจค่อยๆ ลดลงทีละน้อย
‘จริงจังเลย นึกว่าจะตายห่าไปแล้วนะเนี่ย……’
เซร่าที่กำลังค่อยๆ ได้สติตระหนักว่าร่างกายของตนไม่เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว แม้สภาพร่างกายจะเทียบไม่ได้เลยกับช่วงเวลาปกติที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด แต่เมื่อเทียบกับตอนที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างไร้เรี่ยวแรงแล้ว ก็นับว่าดีถมเถไป
“อื้อ…”
เสียงละเมอเล็ดลอดออกจากปากโดยไม่ตั้งใจ ตัวก็ไม่ได้พลิกไปมาแต่ทำไมถึงมีเสียงออกมาได้กันนะ แม้จะสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าเซร่ากลับอยากรู้มากกว่าว่าเขาใช้ยาอะไร ร่างกายของเธอถึงได้ดีขึ้นขนาดนี้
หลังจากกระอักเลือดแล้วหมดสติไป ดูเหมือนเธอจะได้ยินแว่วๆ เรื่องที่ตนกำลังจะตาย ทว่าทั้งคนที่พูดคำนั้นและเรื่องราวหลังจากนั้น ความทรงจำกลับเลือนรางเหลือเกิน
รู้สึกเหมือนว่า... ลืมเรื่องสำคัญมากๆ ไปเรื่องหนึ่งเลยแฮะ……
“ฮื่อ…”
พอรู้สึกเสียดาย เสียงก็เล็ดลอดออกมาอีก วันนี้ละเมอหนักเป็นพิเศษแฮะ เซร่าคิดว่าเพราะป่วยจนมีอาการแปลกๆ สารพัดโผล่มาจึงปล่อยผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ
เธอรวบรวมสติอีกครั้งเพื่อคุ้ยหาความทรงจำที่ขมุกขมัวราวกับมีหมอกลง ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดกระจ่างชัดขึ้นมาให้จับต้องได้ มีเพียงความรู้สึกหงุดหงิดใจที่คว้าจับไม่ได้เสียที
คงไม่ใช่ความทรงจำที่สำคัญอะไรกระมัง เซร่าที่คิดเช่นนั้นจึงตัดสินใจไม่ขุดคุ้ยความทรงจำที่ถูกลืมเลือนไปขึ้นมาให้เสียเวลา
อย่างที่เธอเคยพูดไว้เสมอ สิ่งสำคัญไม่ใช่กระบวนการแต่เป็นผลลัพธ์ต่างหาก เซร่าจึงชอบผลลัพธ์ที่กระโดดข้ามกระบวนการและมอบให้เธอราวกับของขวัญนี้อย่างยิ่ง
‘ได้ขนาดนี้ก็ไม่เลวแล้ว’
อาจเพราะหายป่วยแล้วละมัง เมื่อเทียบกับอาการโคม่าทรมานเจียนตายก่อนหน้านี้ สภาพร่างกายก็นับว่าไม่เลวเลย ไม่สิ ออกจะรู้สึกผ่อนคลายหมดเรี่ยวหมดแรงจนนับว่าสบายตัวมากด้วยซ้ำ เซร่าที่ถูกโอบล้อมด้วยความเคลิบเคลิ้มอันน่ารื่นรมย์พ่นลมหายใจอย่างพึงพอใจราวกับแมวครางครืดคราด
ประสาทสัมผัสที่เคยกวัดแกว่งคว้าความว่างเปล่าอยู่ไกลๆ ค่อยๆ ชัดเจนแจ่มชัดขึ้นมา และแล้ว……
“หือ……?”
เซร่าพลันตระหนักได้ว่าขาของตนกำลังอยู่ในท่าทางที่อึดอัดอย่างยิ่ง ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนนอนดิ้นสักเท่าไร แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ในท่าที่ขากางอ้ากว้างจนต้นขาด้านในตึงเปรี๊ยะขนาดนี้กัน ซ้ำร้ายขาข้างหนึ่งยังชี้โด่ขึ้นฟ้าเหมือนถูกจับแขวนห้อยหัวไว้กลางอากาศอีกต่างหาก
จะว่าไป รู้สึกเหมือนในท้องมันแน่นอึดอัดพิกลชอบกลแฮะ……
ในจังหวะที่คิดว่ามีเรื่องผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของตน
เพียะ! ประกายไฟแล่นแปลบปลาบขึ้นระหว่างเรียวขาพร้อมกับเสียงเนื้อกระทบกันอันเหนียวหนับ
“ฮะ… อ๊าง!”
เซร่าที่กรีดร้องครางออกมาโดยสัญชาตญาณเบิกตากว้างโพลง
“อื้อ… อือ…”
ทันทีที่ลืมตา ท้องน้อยก็พลันเกร็งแน่นจนขาสั่นระริก เมื่อเป็นเช่นนั้น ส่วนที่ควรจะแนบสนิทกลับไม่ได้แนบชิด ทว่ากลับรู้สึกได้ชัดเจนถึงสัมผัสที่กำลังขมิบรัดสิ่งแปลกปลอมทื่อตันเอาไว้แน่น
“ฮะ… ฮึก ตรงนี้มัน… ทำไม…”
แฮ่ก แฮ่ก เซร่าที่หอบหายใจถี่กระชั้นก้มสายตามองลงไปด้วยตาที่เบิกโพลง
และภาพแรกที่ได้เห็นหลังจากเฉียดความตายมาได้นั่นก็คือ……
“ตื่นแล้วเหรอ”
เอน็อคที่ขึ้นมาคร่อมอยู่บนตัวเธอกำลังแย้มยิ้มอย่างหมดจดงดงาม
“……!”
กับเสาเนื้อสีแดงก่ำที่กำลังแหวกเนินเนื้ออวบอูมแล้วตอกตรึงฝังแน่นเข้ามาภายในกายของเธอ
“ตื่นช้ากว่าที่คิดไว้อีกนะ”
เอน็อคที่หอบหายใจด้วยความตื่นเต้นยังคงขยับสะโพกโยกคลอนโดยไม่ยอมผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาทำเช่นนั้น ท่อนเอ็นที่ปูดโปนไปด้วยเส้นเลือดจนน่าขนลุกก็มุดทะลวงเข้าไปหว่างขาของเซร่าได้อย่างลื่นไหล การกระทำอันลามกอนาจารที่เผยให้เห็นคาตาอย่างหน้าตาเฉยทำให้เซร่าตกตะลึงไปไม่น้อย
ทุกครั้งที่หว่างขาถูกครูดถูอย่างหนักหน่วง ความรู้สึกอ่อนระทวยอันแสนรื่นรมย์ที่เคยรู้สึกตอนหลับใหลก็พลันแล่นมาจุกรวมกันที่หน้าท้องจนปั่นป่วนเสียวซ่าน
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย?! เซร่าที่เพิ่งมารู้สึกตัวถึงสถานการณ์ในภายหลังแผดเสียงลั่น
“นะ… ฮึก นี่มันอะไรกัน!”
‘สิ่งนี้’ ที่ทำให้เธอตกตะลึง แม้ในตอนนี้จะมอบความรู้สึกอึดอัดคับแน่นจากสิ่งแปลกปลอมให้อย่างเหลือล้นแล้วก็ตาม ทว่าส่วนที่ยังเข้าไปไม่หมดและหลงเหลืออยู่ภายนอกก็ยังมีอยู่อีกมากโข
“อะไรกันน่ะเหรอ พูดแบบนี้คนฟังเขาก็น้อยใจแย่สิ”
เธอคิดว่าปฏิกิริยาของตนนั้นช่างสุภาพเรียบร้อยมากแล้วเมื่อเทียบกับสถานการณ์อันน่าตกตะลึง ทว่าเอน็อคกลับดุว่าเธอพูดจารุนแรงเกินไปเสียนี่ น้อยใจ? เมื่อกี้เขาพูดว่าน้อยใจงั้นเหรอ? เซร่าที่อึกอักพูดไม่ออกกับการเลือกใช้คำที่ไม่เข้าท่าได้แต่แหงนมองเขาด้วยสายตาที่วิญญาณหลุดลอย
“ทั้งที่เมื่อกี้ยังกอดฉันแน่นบอกว่าชอบอยู่แท้ๆ”
เอน็อคที่สบตากับเธอแย้มยิ้มอย่างน่ารักน่าชังพลางงับเข้าที่ตาตุ่มของเซร่าดังงับ
“ฮื้อ… อ๊าง!”
เพียงเท่านั้นสะโพกที่ถูกกระตุ้นก็ดีดเด้งขึ้นมาราวกับคันศรอย่างกะทันหัน เมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง ความรัญจวนที่สะสมไว้เนิ่นนานเท่ากับช่วงเวลาที่หลับใหลก็พุ่งเข้าเกาะกุมเซร่าพร้อมกันในคราวเดียว มือหลายร้อยข้างที่ยื่นออกมาจากจุดที่เชื่อมต่อกับเอน็อคต่างบีบนวดคลึงเค้นภายในกายของเซร่าตามอำเภอใจ
ทว่าสวนทางกับปฏิกิริยาของร่างกาย สติสัมปชัญญะที่เพิ่งจะรับรู้ถึงการสอดใส่กลับหวีดร้องโวยวายว่าสิ่งแปลกปลอมที่ฝังตรึงอยู่หว่างขานั้นมันแน่นคับจนเกินจะรับไหว
“ฉันไปทำ… ฮึก… แบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!”
เซร่าพยายามสะกดกลั้นร่างกายที่สั่นสะท้านอย่างยากลำบาก ก่อนจะแผดเสียงแหลมสูงสวนกลับไปในเวลาต่อมา พลางเกร็งบีบแน่นจนปลายเท้างองุ้มเพื่อผลักดันไม่ให้ท่อนเอ็นของเอน็อครุกล้ำลึกเข้ามาข้างในมากไปกว่านี้
ทว่าด้วยผนังด้านในที่เปียกชุ่มจนเยิ้ม ท่อนเอ็นของเอน็อคจึงเลื่อนไถลถอยร่นออกไปได้อย่างง่ายดาย
“เมื่อกี้นี้ไง”
ราวกับมองไม่เห็นความโกรธเกรี้ยวของเซร่า เอน็อคปรายตามองลงมาที่เธออย่างหยิ่งยโส
“แค่ฉันแตะริมฝีปากลงไป เธอก็ดูดดึงจ๊วบจ๊าบแทบจะกลืนกินฉันทั้งตัวแล้วไม่ใช่เหรอ”
คำพูดที่พ่นออกมาแต่ละอย่างช่างน่าดูชมเสียนี่กระไร ไอ้บ้านี่กำลังใส่ร้ายคนที่เพิ่งรอดตายจากอาการป่วยเจียนตายแบบนี้ได้ยังไงกัน
ในตอนที่เซร่าซึ่งมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากกำลังจะอ้าปากเอาเรื่องอย่างจริงจังนั่นเอง―
“ฮะ… อ๊าส์?!”
พั่บ! เอน็อคกระแทกสะโพกสวนเข้ามาอย่างรุนแรงราวกับรอคอยจังหวะนั้นอยู่แล้ว การรุกคืบเพียงครั้งเดียวหลังจากถอยร่นไปจนถึงปากทางเข้า ส่วนปลายที่บวมเป่งอย่างดุดันจนสัมผัสได้ถึงรูปทรงได้แหวกเปิดช่องทางคับแน่นที่พยายามขับไสตนออกอย่างฝืนใจ แล้วตอกกระแทกหัวบานเข้าไปจนมิดลึก
“……!”
เซร่าที่ถูกแทงทะลวงลึกเกินกว่าที่คาดคิดสะโพกสั่นระริก ดวงตาทั้งสองที่เบิกโพลงร่วงหล่นลงมองยังจุดที่เชื่อมประสานกัน เนินเนื้ออวบอูมของเธอแนบชิดติดสนิทกับหว่างขาของเอน็อค สัมผัสสากระคายของขนลับที่เสียดสีกับเนินเนื้อเกลี้ยงเกลาไร้ขนของเธอนั้นแจ่มชัดจนเกินไป
“……?!”
ช่างเป็นภาพที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ไม่อาจคุ้นชินได้ลงคอ ของพรรค์นั้นเข้าไปหมดเลยงั้นเหรอ ยิ่งเพราะรู้ดีว่าท่อนเอ็นของเอน็อคมันทั้งใหญ่ ยาว หนา และมีหน้าตาน่าสะพรึงกลัวเพียงใดก็ยิ่งตระหนก เมื่อคิดว่าเสาเนื้อหน้าตาน่ากลัวจนขยาดนั้นกำลังฝังตรึงอยู่หว่างขาของตน ส่วนลึกที่เดิมทีก็ปวดแปลบอยู่แล้วจึงคล้ายจะยิ่งเจ็บแสบแล่นพล่านขึ้นมามากกว่าเดิม
“โอ้ คราวนี้เข้าไปได้หมดเลยแฮะ”
ราวกับตัวเองก็รู้สึกประหลาดใจที่สอดใส่เข้าไปได้หมดจดจนมิดโคน เอน็อคเบิกตากว้างพลางอุทานด้วยความทึ่ง
ฮา… เขาพรูลมหายใจแผ่วต่ำแล้วลองขยับสะโพกตื้นๆ เพื่อสะกิดแทงส่วนลึกเป็นการหยั่งเชิง เฮือก เซร่าสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ น้ำหนักที่รุกไล่เข้ามาในช่องทางที่เปิดอ้ารับโดยที่เธอเองก็ไม่ทันรู้ตัวนั้นหนักหน่วงเอาการ
“อึก อั่ก น-นาย……!”
ท้องไส้ที่โอบรับท่อนเอ็นยาวเหยียดเข้าไปทั้งลำรู้สึกแน่นตึงและหนักอึ้ง แม้จะเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิตจนไม่อาจบรรยายออกมาได้ดีนัก แต่หากมีใครมาบอกว่าเรื่องเมื่อครู่จะทำให้ช่องทางเบื้องล่างของเธอไม่มีวันหุบสนิทได้อีก เธอก็คงพยักหน้ายอมรับอย่างเห็นพ้องว่าคงเป็นเช่นนั้นจริงๆ
“หืม เรียกฉันทำไมเหรอ”
ทั้งที่เป็นคนทำให้เธอตกอยู่ในสภาพนี้แท้ๆ แต่เอน็อคกลับกะพริบตาปริบๆ ตีหน้าซื่อได้อย่างหน้าด้านๆ
เอน็อคที่รอคอยเซร่าราวกับจะบอกว่ามีอะไรก็พูดมาสิ เมื่อเห็นว่าเธอไม่สามารถต่อประโยคได้ในทันที เขาก็ดำเนินสิ่งที่ตนเองต้องทำต่อไปอย่างใจเย็น
มือข้างหนึ่งจับเอวของเซร่าไว้ ส่วนมืออีกข้างยึดเรียวขาเพรียวบางที่พาดอยู่บนบ่าแน่น เอน็อคกระแทกกระทั้นสะโพกเสยขึ้นมาอย่างทรงพลังตั้งแต่เริ่มแรก
เพียะ! เพียะ! เสียงเนื้อกระทบกันเหนอะหนะดังลั่นเมื่อร่างสองร่างที่มีความแข็งแกร่งต่างกันบดเบียดและผละออกจากกัน เนื่องจากเป็นร่างกายที่เคยแตะถึงจุดสุดยอดไปแล้วหนหนึ่ง แม้ภายในของเซร่าจะคับแคบจนไร้เหตุผล แต่ก็ลื่นชุ่มชื้นเพียงพอที่จะให้ขยับเคลื่อนไหวได้
“ฮา…”
เอน็อคที่ดื่มด่ำกับสัมผัสนั้นพรูลมหายใจเจือความชื่นชมออกมา ปากทางเข้าที่ถูกหยอกเย้าคลายตัวจนนุ่มนวลอยู่นานกลับหดรัดคับแคบลงอีกครั้งในชั่วพริบตา ในขณะที่เนื้อในซึ่งถูกฝืนดันเข้าไปกลับค่อยๆ คลายการต่อต้านและยอมโอบรับเขาไว้แต่โดยดี
มันให้ความรู้สึกราวกับถูกโอบรัดไว้อย่างสมบูรณ์แบบเสมือนจะยอมรองรับเขาไว้อย่างไร้ขีดจำกัดแม้เขาจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วสอดแทรกกายเข้าไปต่อเรื่อยๆ ความร้อนในท้องน้อยของเขาเดือดพล่านขึ้นมาจากการต้องสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบที่อยากจะกระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างโหดเหี้ยมเพื่อทดสอบสิ่งนั้น
ในทางกลับกัน ทุกคราที่ท่อนเอ็นของเขาบดเบียดเสียดสีผนังเนื้อเยื่ออันบอบบาง เซร่าแทบจะทนไม่ไหวกับความเสียวซ่านแปลบปลาบภายในจุดที่ถูกทิ่มแทงอย่างไร้ทิศทาง ความซ่านสยิวอันหนาวเยือกราวกับบาดแผลถูกคว้านกรีดแล่นปราดลงไปจนถึงปลายนิ้วเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“อ๊ะ ฮึก ดะ-เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งขยับนะ!”
เซร่าที่เข้าใจผิดว่าสัมผัสนั้นคือความเจ็บปวดร้องตะโกนโวยวายว่าเจ็บอย่างไม่ลืมหูลืมตา เมื่อเห็นเธอดิ้นพล่านราวกับปลาโดนเกลือ เอน็อคจึงเอียงคออย่างแปลกใจ
“……เจ็บเหรอ ไม่น่าเป็นไปได้นี่……”
เขาที่หยุดการเคลื่อนไหวจ้องมองเซร่าด้วยสีหน้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอถึงเจ็บปวด จากนั้นก็ชักท่อนเอ็นเนื้อที่สอดลึกเข้าไปออกมาจนเกือบสุดให้เหลือเพียงส่วนปลายค้างไว้ ราวกับต้องการยืนยันอะไรบางอย่าง
“อ๊า…”
เอน็อคที่มองดูแก่นกายของตนพยักหน้าหงึกหงักราวกับเพิ่งกระจ่างแจ้งในที่สุด ก่อนจะเบือนสายตากลับมามองเซร่าแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ
“ครั้งแรกงั้นเหรอ”
กำลังโหลดความเห็น...