“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ตอนที่ 48
ลูกบอลลูกเล็กๆ ที่เลนิสยิงออกไปพุ่งตรงเข้าทะลวงหัวใจของเอน็อคและมาร์คัสพร้อมกันในคราเดียว และราวกับนั่นเป็นสัญญาณ มาร์คัสก็เริ่มกระหน่ำทุบตีเอน็อคอย่างไม่ยั้งมือ
“ได้ยินมั้ย! ไอ้ตัวเวรเอ๊ย! ไม่มี! ที่ให้ขโมย! แล้วหรือไง! ถึงได้แตะต้อง! เงินทุนกิลด์! หืม?! แก! ยังกล้าเป็น! หัวหน้าอยู่อีกเรอะ!” “อ๊าก! เดี๋ยวก่อน มาร์คัส!”
เอน็อคไม่อาจสวนกลับได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน และยอมรับการโจมตีของมาร์คัสเข้าไปเต็มๆ ดูท่าข่าวที่ว่าคนรักของตนหอบเงินหนีไปจะทำให้เขาช็อกหนักมาก
“พะ-พวกเราจบเห่กันหมดแล้ว จะต้องตายแน่ จะต้องอดตายกันหมดแน่……!”
เลนิสที่เฝ้ามองหัวหน้าโดนซ้อมจนฝุ่นตลบในวันฝนพรำหลั่งน้ำตาพรากพลางสิ้นหวัง และเซร่าที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ก็……
“แหม เรื่องมันกลายเป็นงี้ไปได้นะเนี่ย”
นั่งอยู่บนเก้าอี้ของเอน็อคและเพลิดเพลินกับสถานการณ์นี้อย่างสบายอารมณ์
พอได้เห็นเอน็อคโดนทุบดังตุ้บตั้บอย่างสะใจ ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานับสิบปีก็พลันมลายหายไปจนโล่งอกโล่งใจไปหมด พลอยนึกถึงความยากลำบากตั้งแต่กลับมาเจอหมอนั่นอีกครั้ง และความแค้นที่มันคอยกัดกินจิตใจและย่ำยีศักดิ์ศรีเซร่ามาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาจนอดไม่ได้ที่จะเชียร์มาร์คัส
ความยุติธรรมย่อมชนะเสมอจริงๆ สินะ? คำพูดที่เคยคิดว่าเป็นแค่สำนวนโบราณคร่ำครึ บัดนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริงต่อหน้าต่อตาแล้วเชียว คำโบราณนี่ไม่เคยผิดเลยจริงๆ และตามธรรมเนียมแล้ว ยิ่งพวกที่รักษาขนบดั้งเดิมและยึดมั่นในรากเหง้าของตนได้มากเท่าไร ก็ยิ่งอยู่รอดได้ยืนยาวเท่านั้น
ในแง่นี้ กิลด์ซิกนัสคงจะเป็นกิลด์ที่เจริญรุ่งเรืองไปอีกยาวนานมากแน่ๆ ทำผิดแล้วแม้แต่หัวหน้ากิลด์ก็ยังโดนซ้อมไม่มียกเว้น ช่างเป็นสถานที่ที่มีการศึกษาสูงส่งและเปี่ยมด้วยอารยธรรมเสียนี่กระไร
‘แต่ว่า ถ้ากิลด์นี้ฉิบหาย ฉันจะไม่ซวยไปด้วยเหรอ?’
ทันใดนั้น เธอก็นึกกังวลขึ้นมาว่าสะเก็ดไฟจะกระเด็นมาโดนตัวเองหรือไม่ จึงได้ตรวจดูโทษทัณฑ์ของตน
400,000,000 โชคดีที่โทษทัณฑ์ของเซร่ายังคงเท่าเดิม เศษเสี้ยวแห่งดวงดาวที่ฝังอยู่ในตาก็ยังคงสงบเงียบ นั่นหมายความว่า……
‘อืม ไม่เกี่ยวกับฉันนี่หว่า’
เมื่อยืนยันความปลอดภัยของตัวเองได้แล้ว เซร่าก็หัวเราะคิกคักอย่างสบายใจ
“นายท่าน! อย่าหนีสิ! สู้เขาสิ!”
หญิงสาวผู้เอาคำพูดที่เอน็อคเคยพูดกับเธอมาคืนให้อย่างสาสมแสร้งทำเป็นส่งเสียงเชียร์พลางเยาะเย้ยนายท่าน เสียงกวนประสาทที่แทรกซึมเข้าหูอย่างชัดเจนทำให้เอน็อคตวัดสายตาน่าหมั่นไส้มองค้อนเซร่า
“เธอ……!” “แกยังกล้ามองใครอยู่อีก!”
แน่นอนว่าทำไปก็มีแต่จะเพิ่มโทษฐานทำตัวน่าหมั่นไส้จนโดนมาร์คัสอัดเละกว่าเดิมเท่านั้น เขาที่เลือกฟาดเฉพาะจุดตายตะโกนด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นราวกับพ่อแม่ที่อกตรมเพราะลูกนอกลู่นอกทาง
“เรื่องนี้! จะ! รับผิดชอบยังไง! กันแน่! ไอ้! ตัวเวรตะไลเอ๊ย!”
เพียะ เพียะ เพียะ! แค่ใช้ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงบนแผ่นหลัง แต่กลับเกิดเสียงน่าสะพรึงกลัวราวกับแส้กรีดลงบนเนื้อสดๆ เอน็อคสะบัดแขนมาร์คัสออกจากการลงทัณฑ์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น
“รับผิดชอบสิ! ยังไงก็รับผิดชอบให้ได้ก็พอแล้วไม่ใช่เรอะ!”
เขาที่ถอยฉากทิ้งระยะห่างออกไป ทั้งที่ไม่มีแผนการอะไรเลยสักนิด แต่ก็แหกปากตะโกนสุดเสียงว่าตัวเองจะรับผิดชอบได้
“มันก็แน่อยู่แล้ว! ถ้าไม่ใช่แกแล้วใครจะรับผิดชอบวะ ไอ้บ้านี่!”
แน่นอนว่าคราวนี้ก็ไปสะกิดต่อมโมโหของมาร์คัสเข้าอีก จนต้องโดนกำปั้นประเคนใส่อีกรอบ
“แก…! ตามออกมานี่!”
มาร์คัสที่ซ้อมเอน็อคไปพักใหญ่ ราวกับยังไม่หายแค้น จึงกระชากคอเสื้อด้านหลังของเอน็อคที่ไม่ขัดขืนแล้วลากถูลู่ถูกังออกไปข้างนอก
เอน็อคที่ถูกลากออกไปปล่อยตัวตามสบายราวกับจะปล่อยให้มันเป็นไปตามเวรตามกรรม ดูท่าคงกะว่าจะไม่ไปยั่วโมโหมาร์คัสที่กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงให้มากไปกว่านี้ และรอให้อีกฝ่ายอารมณ์เย็นลงเสียก่อน ก็แหม ตัวเองทำผิดจริง เรื่องนี้เลยไม่มีอะไรจะแก้ตัวได้
“……นี่”
เพียงแต่ว่า ทาสที่กำลังยืนมองดูสภาพน่าสมเพชนี้อย่างโจ่งแจ้งมันชวนให้หงุดหงิดลูกตา มองอะไรวะ ไม่หลบตาอีก? ขนาดถูกลากไปด้วยสภาพที่เสียฟอร์มสุดขีด เขาก็ยังไม่วายคอยปรามทาสของตัวเองจนถึงวินาทีสุดท้าย
“โฮะๆๆ”
ทว่าก็เหมือนเช่นเคย ทาสของเขาไม่เคยยอมลงให้ใครสักคำ และเป็นพวกไม่เคยปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป เซร่าที่แสร้งทำเป็นสุภาพออกมาส่งเจ้านาย ได้ยกกำปั้นซ้ายขึ้นใส่เขา จากนั้นก็กำมืออีกข้างแล้วเอาไปประกบข้างๆ ก่อนจะหมุนวนไปมาเหมือนกำลังหมุนรอกตกปลา
และแล้ว นิ้วกลางก็ค่อยๆ ชูขึ้นตรงหน้าเอน็อค ทาสสาวที่ชูนิ้วนั้นขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจแสยะยิ้มมุมปาก
แดกนี่เข้าไปซะ ในดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังมองดูเจ้านายถูกลากไปเหมือนหมา กำลังทอประกายความเหยียดหยามและเย้ยหยันที่ไม่อาจซ่อนเร้นไว้อย่างงดงามแวววาว
“…….”
สีหน้าของเอน็อคพลันเหือดหายไป เขากลอกตากลับมาจ้องเซร่าเขม็งด้วยสายตาที่บอกว่าจะไม่มีวันลืมความอัปยศครั้งนี้ เซร่าดูออกได้ไม่ยากเลยว่าเจ้านายใจแคบของตนนั้นเกิดอาการงอนตุ๊บป่องเข้าให้อีกแล้ว
แต่แล้วยังไงล่ะ ใครสนกัน เธอไม่ใส่ใจสักนิดและสะบัดมือขวาไปมาอย่างเอิกเกริกราวกับกำลังเล่านิทานประกอบท่าทาง มือที่กวาดผ่านความว่างเปล่าลงมาราวกับละอองดาวที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ได้ทิ้งตัวลงมาประกบข้างมือซ้ายอันหนักแน่น
จากนั้นนิ้วกลางอีกข้างก็ชูขึ้นมาอีก เซร่าที่แจกกล้วยคู่ให้เขา ได้ยกสองมือขึ้นสูงแล้วโบกไปมาอย่างเริงร่าเป็นการล้อเลียน
ความสุขที่เอ่อล้นออกมาทำให้ใบหน้าของเธอลืมเลือนคำสาบานที่ว่าจะไม่ยอมให้ไอ้หมอนั่นจับผิดได้อีกไปเสียสนิท แต่จะให้ทำยังไงได้ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะไปหาโอกาสหัวเราะเยาะเอน็อค ซอร์เซอร์ได้จากที่ไหนอีกล่ะ? เซร่าที่ลุ่มหลงไปกับผลไม้อันหวานหอมตรงหน้าจึงไม่ได้คิดถึงอนาคตข้างหน้าแม้แต่น้อย และเพลิดเพลินกับปัจจุบันอย่างสุดเหวี่ยง
เซร่าที่มีรอยยิ้มเปื้อนหน้าค้อมตัวลงบอกลาอย่างเว่อร์วัง หลังจากโบกไม้โบกมือให้อย่างมีน้ำใจ ในที่สุด เมื่อเจ้านายที่ถูกลากคอไปลับสายตา
“เป็นอิสระแล้วโว้ย!”
เธอก็ตะโกนกู่ร้องออกมาด้วยความดีใจ
“เลิกทำความสะอาดมันแล้ว!”
เซร่าที่ได้รับอิสรภาพในที่สุดตะโกนออกมาอย่างภาคภูมิใจ เธอปล่อยห้องรับแขกที่ราวกับเพิ่งโดนพายุพัดถล่มทิ้งไว้แบบนั้น แล้วฮัมเพลงเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเล็กๆ ของตนเอง แม้เตียงในห้องของเอน็อคจะนุ่มและดีกว่ามาก ทว่าด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ต่อให้สบายแค่ไหนเธอก็ไม่อยากไปนอนที่นั่นอยู่ดี
“อัยย่ะ สบายจัง”
เซร่าที่ได้เข้ามายังพื้นที่ที่พักผ่อนได้อย่างสบายใจรีบมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มทันที การได้นอนนิ่งๆ แบบนี้โดยไม่มีใครมากระซิบคำลามกใส่ ช่างเป็นอะไรที่รื่นรมย์เหลือเกิน จิตใจที่ผ่อนคลายในรอบหลายวันปลดเปลื้องการระแวดระวังลงแล้วค่อยๆ ละลายหายไป
ของีบสักตื่นแล้วค่อยตื่นมาคิดแล้วกัน เมื่อรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะค่อยๆ ปลดปล่อยอย่างน่ารื่นรมย์ มุมปากของเซร่าก็เผลอยิ้มแป้นออกมาเอง ดูจากท่าทีของมาร์คัสแล้ว คงกะจะหนีบเอน็อคไว้ข้างกายแล้วเค้นคอรีดไถจนกว่าจะสะสางเรื่องนี้เสร็จแน่ๆ เงินที่หมอนั่นแอบยักยอกไปก็ไม่ใช่แค่บาทสองบาท แต่เป็นเงินก้อนโตที่เลนิสอุตส่าห์ตรากตรำบริหารกิลด์มาตลอดหนึ่งปีเต็มเชียวนะ……
‘เร็วสุดก็น่าจะกินเวลาหลายเดือนล่ะนะ’
เซร่าที่ลองกะระยะเวลาอิสรภาพชั่วคราวที่ได้รับมา ก็ใจเต้นตึกตักเมื่อคิดว่าช่วงเวลานั้นอาจจะยาวนานกว่าที่คิด ถ้าไม่มีเอน็อค ซอร์เซอร์คอยตามติดก่อกวนไปทุกที่ เธอก็น่าจะลดหย่อนโทษทัณฑ์ได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนตอนโดนลอบโจมตีคราวก่อน ไว้ตื่นนอนแล้วค่อยไปเดินเล่นรอบกิลด์สักรอบ เผื่อจะเจอใครที่มีชะตากรรมบิดเบี้ยวอีกบ้าง…… แล้วถ้าอารมณ์ดีก็ทำความดีสักหน่อยเพื่อลดโทษทัณฑ์ลงทีละนิดละหน่อย…… ใบหน้าของเซร่าที่ฝันถึงชีวิตประจำวันอันไร้เงาของเอน็อคดูผ่อนคลายอย่างยิ่ง
เซร่าที่ได้นอนหลับอย่างสบายใจหลังจากไม่ได้สัมผัสมานาน ไม่สงสัยเลยสักนิดว่าชีวิตประจำวันอันอิสระและเปี่ยมชีวิตชีวากำลังจะเริ่มต้นขึ้น ใช่แล้ว ไม่สงสัยเลยสักนิดแท้ๆ แต่ทว่า……
“……ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ?”
เซร่าที่มองดูดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ เธอหันกลับไปมองเอน็อคที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าต้องการคำอธิบาย
กุบกับ กุบกับ เสียงเกือกม้าดังแทรกเข้ามาเป็นระยะระหว่างเสียงของเซร่า ชัดเจนว่าเธอเพิ่งผล็อยหลับไปพร้อมความฝันถึงชีวิตประจำวันอันไร้เงาของเอน็อค ซอร์เซอร์แท้ๆ แต่ยังไม่ทันข้ามวัน เธอกลับกำลังขี่ม้าเดินทางไปกับเขาเสียอย่างนั้น
“อืม…….”
เอน็อคส่งเสียงครางในลำคอยาวเหยียดราวกับกำลังเลือกสรรคำตอบให้แก่คำถามของเซร่า วีรบุรุษผู้ทอดสายตาเปี่ยมความหม่นหมองมองไปยังอาทิตย์อัสดงอันไกลโพ้น หวนรำลึกถึงช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาซึ่งเซร่าไม่เคยล่วงรู้
สถานที่ที่มาร์คัสพาตัวเอน็อคไปนั้นไม่ใช่ที่ไหนอื่นนอกจากบ้านของเขาเอง ตอนแรกเอน็อคนึกว่าจะถูกขังไว้ในบ้านแล้วประเคนหมัดใส่เสียอีก แต่โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องนั้น
‘หัวหน้า……’ ‘ที่เลนิสพูดเป็นเรื่องจริงเหรอครับ?’
ทว่าเขาต้องถูกซักฟอกอย่างหนักจากเหล่าคนที่รอคอยเขาอยู่พร้อมแผ่รังสีอำมหิตอันน่าขนลุก
‘สวะเอ๊ย’ ‘ทำไมยังหน้าด้านมีชีวิตอยู่อีกวะ?’ ‘แถมยังโดนเขาทิ้งอีกเหรอ? น่าสมเพชชะมัด……’ ‘คิดไว้แล้วว่าสักวันความโอหังนั่นจะย้อนกลับมากลืนกินแก’
สมาชิกกิลด์ที่จ้องมองเอน็อคด้วยสายตาเหยียดหยามพากันผลัดกันสาดคำด่าใส่เขายกใหญ่ จากนั้นก็เปิดฉากถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าจะจัดการอย่างไรกับหัวหน้าที่ยักยอกเงินกองทุนของกิลด์ไปในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
‘จับแก้ผ้าแล้วแขวนประจานไว้กลางถนนดีไหม?’ ‘มันขโมยเงินไปก็ต้องตัดข้อมือสิ!’ ‘เพราะเอาควยไปร่อนไม่เลือกที่จนเรื่องบานปลายขนาดนี้ไม่ใช่เรอะ ตัดไอ้นั่นทิ้งไปเลย’ ‘ต้องโดนซ้อมให้สาสมกับจำนวนเงินที่ยักยอกไป’
คงเป็นเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามีความแค้นสุมอกกับเอน็อคไว้มาก วิธีการแต่ละอย่างที่เสนอมาจึงมีแต่เรื่องโหดเหี้ยมเลือดพล่านทั้งสิ้น
‘เอาละๆ ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน การระบายอารมณ์ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรอกนะ’
คนที่เข้ามาห้ามทัพผู้คนที่กำลังคลั่งราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมาร์คัส ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายระบายอารมณ์ได้สะใจที่สุดแท้ๆ เขากลับคืนร่างเป็นมนุษย์อีกครั้งแล้วดัดเสียงขรึมทำทีเป็นสุภาพชน แม้ในมุมมองของเอน็อคมันจะไม่ใช่ภาพที่น่าดูสักเท่าไร แต่เขาก็รีบโหนกระแสมาร์คัสเพื่อช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในทันที
‘ใช่แล้ว ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องขี้ปะติ๋วพรรค์นี้หรอก’
เอน็อคแสร้งทำสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง พลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า
‘มีคนทรยศอยู่ภายในกิลด์’
เหตุผลที่เขาจงใจพูดเรื่องนั้นออกมาในจังหวะนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะคนที่จำเป็นต้องรับรู้ดันมารวมตัวกันอยู่ที่นี่พอดีเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะต้องการเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อหลบเลี่ยงการถูกซักฟอกอันดุเดือดที่พุ่งเป้ามายังตนเองอีกด้วย
‘…….’ ‘…….’
สมกับที่เป็นข่าวชวนตกตะลึง เหล่าสมาชิกกิลด์ที่ทำท่าเหมือนจะจับเขากินเลือดกินเนื้อพลันเงียบกริบลงในพริบตา จนถึงตอนนั้นเอน็อคยังคิดว่าความสนใจของสมาชิกกิลด์คงจะเบนไปทิศทางอื่นแล้ว แต่ทว่า……
‘ทั้งที่รู้อย่างนั้นแล้วยังจะยักยอกเงินอีกเหรอวะ?!’ ‘แล้วมันเกี่ยวเหี้ยอะไรกันล่ะ หืม? กิลด์กำลังจะเจ๊งอยู่รอมร่อเนี่ย!’ ‘ต่อให้เป็นสายลับ มันก็ต้องมีกิลด์เหลืออยู่ให้สืบสิวะไอ้เวร!’
เขากลับโดนเก้าอี้ฟาดซ้ำจากเหล่าสมาชิกกิลด์ที่ยิ่งเดือดดาลกว่าเดิม เจตนาของเขามันโปร่งใสโจ่งแจ้งเกินกว่าจะใช้ตบตาคนพวกนี้ที่รู้เช่นเห็นชาติคนอย่างเอน็อค ซอร์เซอร์จนเอียนได้ ครั้งนี้แม้แต่เลนิสเองก็คงฟิวส์ขาด ถึงได้กวัดแกว่งแขนผอมบางนั่นพุ่งเข้ามาหยิกเอน็อคอยู่ตั้งหลายหน
หลังจากสั่งสอนเอน็อคจนหนำใจแล้ว พวกเขาก็ไล่ตะเพิดเขาออกมาข้างนอกโดยไม่ยอมให้อะไรติดตัวมาสักชิ้นเดียว
‘ไสหัวออกไปหาเงินมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!’
มาร์คัสที่ก้มมองเอน็อคด้วยใบหน้าเย็นชาตะคอกขู่ว่า ก่อนที่เขาจะป่าวประกาศเรื่องการยักยอกเงินให้รู้กันทั่วทั้งกิลด์ จงรีบไสหัวออกไปหาเงินมาซะ เอน็อคที่หมดทางเลือกจึงจำใจลุกขึ้นเดินคอตกออกมา……
ด้วยเหตุฉะนี้ เรื่องราวจึงกลายมาเป็นอย่างตอนนี้นี่เอง เมื่อเขากลับไปถึงบ้านก็อุ้มเซร่าที่กำลังหลับปุ๋ยขึ้นมา เลือกม้าที่ดูพอดูได้ที่สุดซึ่งผูกอยู่ริมถนนมาหนึ่งตัว แล้วควบพุ่งออกจากกิลด์มาทันที
“เพราะมาร์คัสไล่ฉันออกมาไงล่ะ”
เอน็อคที่เพิ่งจมดิ่งในความทรงจำอันยาวนาน ตัดเรื่องราวเยิ่นเย้อออกไปจนหมดเกลี้ยงอีกครั้งแล้วเอ่ยออกมาเพียงแค่บทสรุป
“เรื่องนั้นไม่ต้องบอกฉันก็รู้น่า!”
แน่นอน สำหรับเซร่าที่พอจะเดาออกอยู่แล้ว นั่นไม่ใช่ข้อมูลใหม่อะไรเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่ได้อยากรู้เหตุผลที่เอน็อค ซอร์เซอร์ถูกเฉดหัวออกจากกิลด์เลยแม้แต่น้อย
“ปัญหาคือฉันต่างหากล่ะคะ ฉันมาอยู่ที่นี่ทำไมกัน คนที่เขาไล่ออกมามีแค่นายท่านคนเดียวนี่!”
สิ่งที่เซร่าสงสัยคือทำไมตัวเองถึงต้องมาอยู่ที่นี่กันแน่ ทำไมกันนะ ถ้าจะไปหาเงินก็รีบไปคนเดียวเสียสิ ตัวเธอจะมีประโยชน์อะไรถึงได้จับขึ้นมาขี่ม้าทั้งที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรเลยแบบนี้
“อ้อ เธอ—”
ก็นึกว่าเรื่องอะไร หลังจากเซร่าวีนแตกใส่อีกรอบ เอน็อคถึงเพิ่งเข้าใจคำถามของเธออย่างถ่องแท้
“……เธอก็แบบ—”
นึกว่าจะพ่นเรื่องไร้สาระออกมาเป็นน้ำไหลไฟดับเหมือนเคย ทว่าเขากลับอ้ำอึ้งทอดเสียงท้ายประโยคอย่างคลุมเครือผิดคาด
“……?”
ทำไมไม่มีคำพูดต่อล่ะ? เซร่าเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าสงสัย ราวกับเอน็อครอให้เธอมองอยู่แล้ว สายตาของทั้งคู่จึงประสานกันทันที
“…….”
เอน็อคที่สบตากับเซร่าส่งสายตาบอกใบ้ให้เธอมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ตรงนี้ น่าจะเป็นทางมือของเธอที่กุมบังเหียนม้าอยู่ เซร่าที่สงสัยว่าเขาทำบ้าอะไรจึงยอมก้มหน้ามองตามทิศทางที่เอน็อคชี้ไปแต่โดยดี และแล้ว……
“ว้าว—”
เธอเผลออุทานออกมาอย่างทึ่งจัดจากใจจริงในรอบหลายปี
สิ่งที่เอน็อคชี้คือมืออันใหญ่โตของตนเอง สองมือของวีรบุรุษที่กุมบังเหียนม้าและมือของเซร่าเอาไว้ กำลังชูนิ้วกลางใส่เธออย่างมาดมั่น
“โคตรเจ้าคิดเจ้าแค้นเลยจริง ๆ……”
เมื่อโดนแจกกล้วยคืนเต็มเม็ดเต็มหน่วย เซร่าจึงพึมพำด้วยน้ำเสียงเอือมระอาเต็มทน
นิ้วกลางของเขาส่ายไปมาซ้ายขวาอย่างกวนประสาทราวกับจะตอบรับคำพูดของเธอ คล้ายจะบอกว่า ยังต้องให้อธิบายอะไรไปมากกว่านี้อีกเหรอ
กำลังโหลดความเห็น...