“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ตอนที่ 1
ในชาติก่อน เซร่า โรเซนบอม เคยขายชาติ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ตั้งสองครั้ง ครั้งแรกขายอาณาจักรบ้านเกิดให้จักรวรรดิ ครั้งที่สองขายจักรวรรดินั้นให้กองทัพปฏิวัติอีกรอบ
หากพูดแบบนี้ใครต่อใครคงพากันก่นด่าเธอ ว่าไม่มีอะไรจะขายแล้วหรือถึงได้ขายชาติบ้านเมืองกิน ทว่านั่นเป็นคำพูดของพวกคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเท่านั้น
ขายได้ก็เลยขาย และเธอก็ไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจนั้น การกระทำเช่นนั้นโดยทั่วไปแล้วไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เรื่องนี้เซร่าเองก็รู้ดีแก่ใจ แต่แล้วมันจะทำไมล่ะ ก็เพราะเธออุตส่าห์ขายชาติให้ถึงสองครั้งสองคราไม่ใช่เหรอถึงไม่เกิดสงครามขึ้น มีผู้คนนับไม่ถ้วนรอดชีวิตมาได้ เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่าการพากันตายตกไปตามกันหมดทุกคนหรอกหรือ
เรื่องบนโลกน่ะ ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาดี กระบวนการมันจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันสิ
ด้วยเหตุนี้ เซร่าจึงยังคงผงาดได้อย่างภาคภูมิเสมอท่ามกลางคำประณามที่ถาโถมเข้าใส่ เธอไม่ได้ก่อเรื่องพรรค์นั้นขึ้นเพราะแรงกระตุ้นชั่วร้ายเลยสักนิด แค่ใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลาอย่างเต็มที่ที่สุดก็เท่านั้น
คนพวกนั้นไม่รู้หรอกว่ามีความหมายลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เอาแต่ชิงชังเซร่าเพียงคนเดียว แล้วพอเธอต้องมาจบชีวิตลงด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์เข้าจริงๆ พวกเขาก็โห่ร้องยินดีกันจนสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงฟ้า
ทั้งจอมเวทมนตร์ดำผู้ชั่วร้าย นังสารเลวใจอำมหิตที่ขายชาติกิน ไอ้ระยำปีศาจที่ฆ่าไม่ตาย สมน้ำหน้าตายห่าไปได้ซะที
เซร่าไม่เข้าใจเรื่องนั้นเอาเสียเลย ผู้คนเอาแต่รุมด่าเธออยู่คนเดียวด้วยเหตุผลกลใดกัน
จะขายชาติไปทำไมงั้นเหรอ ก็เพราะมีคนซื้อมันถึงได้ขายยังไงล่ะ
มีอุปสงค์มันถึงมีอุปทาน เพราะงั้นถ้าจำเป็นต้องรับโทษจริงๆ คนที่ควรโดนก็ไม่น่าจะใช่เซร่า แต่เป็นพวกตัวต้นเหตุตั้งแต่แรกโน่นไม่ใช่เหรอ
ทั้งที่พวกที่ก่อสงคราม หลอกลวงประชาชน และทำให้ทวีปพังพินาศเป็นคนอื่นแท้ๆ แต่ไฉนกรรมทั้งหมดถึงตกเป็นของเซร่าแต่เพียงผู้เดียวกันเล่า
“เพราะฉะนั้นแล้ว ข้าแต่ท่านเทพเจ้าคะ”
หลังจากจบการว่าความแก้ต่างอันยืดยาว เซร่าก็เปล่งวาจาสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงขึงขังจริงจัง ทว่านอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ช่วยยกโทษบาปให้ฉันเสียทีไม่ได้เหรอคะ”
เพราะงั้นก็ปรานีฉันหน่อยเถอะ ถึงเรื่องเล่าจะยาวเหยียดเวิ่นเว้อ แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง
“ช่วยให้ฉันไปเกิดใหม่เหมือนคนอื่นเขาสักทีเถอะค่ะ”
จบชีวิตอันยาวนานในขุมนรกแล้วไปเกิดใหม่เหมือนดวงวิญญาณดวงอื่น ถึงแม้ว่าการมีสถานะเป็นคนบาปจะทำให้ชีวิตอันแสนทารุณรอคอยอยู่เมื่อได้ไปเกิดใหม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็คงดีกว่าการถูกย่างสดในเปลวเพลิงนรกเป็นไหนๆ
“ถ้าท่านปล่อยฉันไป ฉันจะไม่ลืมพระคุณนี้ไปชั่วนิรันดร์เลยค่ะ”
เซร่าที่อ้อนวอนอย่างจริงใจก้มหัวลงต่ำ สองมือที่ประสานกันแน่นราวกับกำลังสวดภาวนาและใบหน้าที่แหงนมองพระผู้เป็นเจ้านั้น ไม่อาจมองเห็นท่าทีดื้อรั้นเหมือนตอนที่ตกนรกมาทีแรกได้อีกต่อไปแล้ว ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว หากได้ลิ้มรสเปลวเพลิงนรกที่แผดเผาดวงวิญญาณ ไม่ว่าใครก็ต้องเชื่องเหมือนหมาที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทั้งนั้น
เซร่าเข้ารับการบำบัดนิสัยพรรค์นั้นมานานถึง 300 ปีเต็ม หากสามารถหลุดพ้นจากบ่วงความทรมานอันน่าสะอิดสะเอียนนี้ไปได้ ให้เธอคลานไปเลียฝ่าเท้าของพระผู้เป็นเจ้าตอนนี้เลยก็ยังได้
“…….”
ทว่าความกระตือรือร้นอันแรงกล้านี้กลับไร้ความหมาย เทพเจ้าผู้โอบล้อมด้วยแสงเจิดจรัสยังคงมีสีหน้าที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เซร่าที่เริ่มร้อนใจจึงรีบยกเหตุผลเพื่อยืนยันความชอบธรรมในการไปเกิดใหม่ของตนขึ้นมาเสริม
“แม้แต่ทรราชแห่งยุคอย่างรากไฮม์ หรือจอมมารเชเชนที่ทำให้พวกมนุษย์ต้องหวาดผวากลัวจนตัวสั่นถึง 150 ปี ยังเกลือกกลิ้งอยู่แค่ 200 ปีก็ได้ไปเกิดใหม่กันแล้ว แต่ฉันที่เคยมีชีวิตอยู่แค่ร้อยปีเศษๆ กลับต้องมาถูกเผาในไฟนรกตั้ง 300 ปีเชียวนะคะ ไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยเหรอคะ”
เซร่ารัวคำพูดออกมาเป็นชุด พลางวิงวอนขอให้ช่วยส่งตนไปเกิดใหม่ในตอนนี้เหมือนที่บรรดาคนชั่วสารพัดคนก่อนหน้านี้เคยได้รับเสียที
“ฉันใช้ชีวิตผิดพลาดตรงไหนนักหนากันคะ!”
ทว่าจู่ๆ โทสะที่พวยพุ่งขึ้นมาดั่งเหล็กแหลมทิ่มแทงก็ทำเอาเธอทนไม่ไหวจนเกือบจะปรี๊ดแตก ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงแล้วเอ่ยปากพล่ามต่อ
“ถ้าคิดดูให้ดีแล้ว พวกนั้นเป็นวายร้ายที่ร้ายกาจกว่าฉันตั้งเยอะนะคะ พวกมันชอบรังแกคนอื่นจนทำเรื่องระยำแล้วค่อยตกลงมาในนรกไม่ใช่เหรอคะ แต่ฉันน่ะ ฉันต่างออกไปนะ ถ้าเทียบกับรากไฮม์หรือเชเชนแล้ว ฉันนี่ลูกแกะแสนเชื่องชัดๆ เลย ฉันสำนึกผิดไปตั้งเยอะแล้วด้วย ต่อไปนี้ฉันมั่นใจว่าจะใช้ชีวิตเป็นคนดีจริงๆ แน่นอนค่ะ เพราะงั้นถ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง ก็น่าจะใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่ากว่าไม่ใช่เหรอคะ”
เซร่าขายเพื่อนร่วมรุ่นในนรกที่ครั้งหนึ่งเคยเรียกกันว่าเป็นพี่น้องได้อย่างหน้าตาเฉยเพื่อการไปเกิดใหม่ของตัวเอง ยังไงเสียไอ้พวกนั้นก็ไปเกิดใหม่จนไม่อยู่แล้ว การจะถูกนินทาลับหลังในนรกมันจะไปส่งผลอะไรกับชาติปัจจุบันกันล่ะ เมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์ของตัวเอง คุณค่าที่มองไม่เห็นอย่างความภักดีหรือมิตรภาพก็เป็นแค่ของไร้ประโยชน์ทั้งนั้น
สิ่งสำคัญคือการได้ไปเกิดใหม่ ในความคิดของเซร่า ข้อโต้แย้งของเธอมันสมเหตุสมผลทั้งในแง่ตรรกะ สถิติ และเหตุผลแล้ว ดังนั้นได้โปรดเถอะ ขอให้พระเจ้าทำลายความเงียบอันน่าเบื่อหน่ายนี้แล้วตรัสออกมาว่า ‘ลองมาคิดดูแล้ว สิ่งที่เจ้าพูดมันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน’ เสียที
“……หืม-”
คำอธิษฐานของเธอส่งไปถึงหรืออย่างไร พระเจ้าที่ขยับตัวนั่งหลังตรงจึงส่งเสียงครางฮือในลำคออันยาวนานออกมา พระเจ้าผู้ไร้อารมณ์รอจนกระทั่งเธอหุบปากสนิทถึงค่อยทอดสายตามองคนบาปเบื้องล่างนิ่งๆ ราวกับกำลังเรียบเรียงความคิด จากนั้นจึงเอ่ยปากตัดสินโทษในที่สุด
“มีความผิด”
มันเป็นบทสรุปสั้นๆ ที่ตัดหัวตัดท้ายทิ้งไปจนหมดสิ้น ค้อนตุลาการที่สร้างขึ้นจากแสงสว่างฟาดลงบนแท่นพิพากษาดังปัง!
“ว่าไงนะ?!”
ความเด็ดขาดไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อยทำเอาเซร่าลืมคำสุภาพที่เพียรพยายามรักษามาตลอดแล้วผุดลุกขึ้นยืนพรวด ดวงตาที่ฉายแววดื้อดึงโผล่พรวดขึ้นมาในชั่วพริบตา ทำให้พระเจ้าเค่นหัวเราะหึอย่างนึกสมเพชพลางขานชื่อคนบาป
“เซร่า โรเซนบอม” “……เพคะ” “กาลเวลา 300 ปีที่ผ่านมาหาได้มีความหมายไม่ เจ้ายังมีบาปที่ยังชดใช้ไม่หมดเหลืออยู่อีกมากถึงเพียงนี้”
เพียงแค่พระหัตถ์ของพระเจ้าสะบัดเบาๆ แผ่นทองแดงเคลือบทองคำก็ร่วงกราวลงมาจากความว่างเปล่าสู่แท่นพิพากษา แผ่นทองแดงที่กองพะเนินสูงเสียดฟ้านั้นสุมทับกันไม่จบไม่สิ้น สุมทับ ทับถม แล้วก็สุมทับลงมาอีก
และเมื่อแผ่นทองแดงแผ่นสุดท้ายร่วงลงสู่แท่นพิพากษา พระเจ้าก็ทรงบอกโทษทัณฑ์ที่ยังเหลืออยู่ของเธอ
“หากจะชดใช้เวรกรรมนี้ให้หมดสิ้น คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยราวๆ 504 932 781 ปีเชียวล่ะ” “ห้า…”
ห้าร้อยล้านปีงั้นเหรอ?! ชั่วพริบตานั้นลมหายใจของเธอติดขัดจนความตกใจไม่อาจหลุดรอดออกมาเป็นเสียงได้ บ้าอะไรกัน เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันไปก่อบาปใหญ่อะไรขนาดนั้นกัน โทษทัณฑ์ที่ไม่เคยได้ยินหรือพานพบมาก่อนทำให้เซร่าพึมพำออกมาด้วยใบหน้าเหม่อลอย
“ก่อสิ”
มันเป็นแค่การบ่นพึมพำกับตัวเองแท้ๆ แต่พระเจ้ากลับอุตส่าห์ตอบกลับมาอย่างใจดี
“เจ้าขายชาติไปมิใช่หรือ?”
แถมยังตั้งสองครั้งด้วยซ้ำ พระองค์ที่ย้ำเตือนจำนวนครั้งอย่างเจาะจงได้อธิบายด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำว่าลูกบอลลูกเล็กๆ ที่เซร่ายิงออกไปนั้นลอยไปไกลถึงเพียงไหน
“เพราะเจ้าขายอาณาจักรเฟย์เดน กษัตริย์แห่งเฟย์เดนที่ตามกำหนดควรจะมีอายุยืนยาวจึงต้องมาด่วนตายกะทันหัน”
บาปของเธอเริ่มต้นขึ้นจากเฟย์เดน บ้านเกิดที่เธอขายทอดตลาดไปเป็นแห่งแรก ข้อความนั้นบอกว่าตาแก่นั่นที่แค่นั่งอยู่เฉยๆ ก็พะงาบๆ จะตายวันตายพรุ่งอยู่รอมร่อ แท้จริงแล้วมีชะตาที่จะอายุยืนยาว นับเป็นคำพูดที่ปาฏิหาริย์เหลือเกิน
“มิใช่เพียงเท่านั้น เพราะได้เฟย์เดนมาอย่างง่ายดาย จักรพรรดิซอร์เซอร์ที่ตามกำหนดจะต้องมีชื่อเสียงเลื่องลือในฐานะกษัตริย์ผู้ทรงธรรมไปอีกยาวนาน กลับกลายเป็นทรราชแห่งยุคที่หลงระเริงกับการพิชิตดินแดน”
ส่วนเรื่องที่สองคือไอ้หมอนั่นที่สติเฟื่องมาตั้งแต่ตอนที่เจอกันครั้งแรกดันมีแววจะได้เป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมเสียนี่
“และเพราะเจ้าขายจักรวรรดิโซเซอร์ให้แก่กองทัพปฏิวัติ คนที่ควรจะต้องตายจึงรอดชีวิตกลับมาทำการปฏิวัติได้สำเร็จ”
คำพูดที่ว่าพวกกองทัพปฏิวัติที่รอดตายมาราวกับแมลงสาบไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วล้วนเป็นพวกที่ต้องตายกันหมด ก็ฟังดูเป็นนิยายเพ้อเจ้อไร้สาระสิ้นดีเช่นกัน
‘ถึงไม่มีฉัน เรื่องพวกนั้นก็คงไม่เกิดขึ้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ’ เซร่าสบตากับพระเจ้าด้วยแววตาที่เจือความกังขาเช่นนั้นอย่างชัดเจน พระเจ้ายังคงตรัสต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้านราวกับเห็นความสงสัยของเธอเป็นเรื่องน่าขัน
“ผลพวงจากเรื่องนั้นทำให้ระบอบกษัตริย์ที่ควรจะดำรงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อยหลายศตวรรษต้องปิดฉากลงโดยสิ้นเชิง เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่านี่หมายความว่าอย่างไร” “ไม่รู้สิคะ ถ้าจบลงได้เร็วก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอคะ”
เซร่าที่ไม่อินกับเรื่องราวดังกล่าวแม้แต่น้อยลืมความนอบน้อมเมื่อครู่ไปเสียสนิทแล้วส่งเสียงขึ้นจมูกดัง ‘ฮึ’ ออกมา
ตึง―! ทันใดนั้นเอง พระเจ้าก็ทุบแท่นพิพากษาลงมาอย่างน่าเกรงขาม ดูไม่ได้ออกแรงทุบแรงเท่าไรแท้ๆ แต่คลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากจุดนั้นกลับสั่นสะเทือนฟ้าดินตลอดจนชั้นบรรยากาศจนดังครืนๆ และซัดกระหน่ำเข้าใส่เซร่าราวกับเกลียวคลื่น
“……!”
เบื้องหน้าพายุคลั่งที่พัดกระหน่ำอย่างดุร้าย เซร่าหลับตาปี๋ลงโดยสัญชาตญาณ กว่าจะยืดไหล่ที่ห่อลงด้วยความหวาดผวาขึ้นมาได้ เธอก็คุกเข่าอยู่บนแท่นพิพากษาเสียแล้ว
“…….”
สายตาอันตกตะลึงแหงนมองขึ้นไปยังพระเจ้าที่จ้องมองลงมาราวกับเห็นเธอเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ หัวของเธอต้องแหงนไปข้างหลังจนแทบไร้ที่สิ้นสุด เมื่อเผชิญกับความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่แผ่กลิ่นอายอันโอฬารราวกับเทือกเขาตระหง่าน เซร่าก็แข็งทื่อจนไม่อาจหายใจได้ทั่วท้อง
“ชิ”
เมื่อเห็นสภาพที่ขลาดกลัวจนหดหัวตูดลีบ พระเจ้าก็เดาะลิ้นด้วยสีหน้าที่ฉายชัดถึงความรำคาญใจ ร่างอันมหึมาของพระองค์ที่ดูราวกับจะปกคลุมโลกทั้งใบพลันหดเล็กลงจนกลับคืนสู่ขนาดของมนุษย์
“มันหมายความว่า มนุษยชาติได้มาถึงหายนะที่ควรจะต้องเผชิญเมื่อผ่านพ้นเวลาไปอย่างเพียงพอแล้วเร็วขึ้นถึงเพียงนั้นอย่างไรเล่า” “……”
พระเจ้าที่ข่มพลังเอาไว้ราวกับจะละเว้นให้เพราะเห็นว่าไร้ค่านั้นเป็นผู้ตอบคำถามของตนเองแทนเซร่า
“ชะตากรรมที่บิดเบี้ยวในลักษณะนี้ตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมามีมากมายจนนับไม่ถ้วน คนที่ควรมีชีวิตกลับต้องตาย คนที่ควรตายกลับรอดชีวิต ชะตากรรมที่พึงดำเนินไปอย่างถูกต้องจึงพันกันยุ่งเหยิงไปหมด…”
ทว่าในวินาทีถัดมา สีหน้าของพระองค์กลับเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตาและเค้นเสียงเคี้ยวคำพูดออกมาทีละคำ
“ตอนนี้ บนโลกมนุษย์ มัน เละเทะ ชิบหาย”
‘เพราะเจ้านั่นแหละ’ แม้จะไม่ได้ตรัสคำนั้นออกมาจริงๆ แต่เซร่ากลับรู้สึกราวกับได้ยินคำก่นด่าที่พุ่งตรงมายังตนเองอย่างแจ่มชัด
“ตราบใดที่สภาพการณ์ในปัจจุบันยังไม่คลี่คลาย เซร่า โรเซนบอม เจ้าจะไม่มีวันได้ก้าวออกไปจากนรกแห่งนี้ชั่วกัปชั่วกัลป์”
พระเจ้าลูบแผ่นทองแดงที่กองพะเนินเป็นภูเขาเลากาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ในดวงตาที่ก้มมองโลหะอันเย็นเยียบนั้นเป็นประกายความเยือกเย็นที่คล้ายคลึงกัน แย่ละสิ เซร่าที่ประจักษ์แก่สายตากับภาพนั้นแบบเรียลไทม์ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ด้วยลางสังหรณ์ขนพองสยองเกล้าที่แล่นผ่านต้นคอ
“เพราะฉะนั้น จงไปรับผิดชอบซะ”
ก่อนที่เธอจะทันได้หยั่งรู้ความหมายของลางสังหรณ์นั้น พระเจ้าก็บีบคอเซร่าเอาไว้แน่นประดุจสัตว์ร้ายตะปบเหยื่อ
และเมื่อเซร่าที่ถูกพันธนาการไว้กระพริบตาลงได้เพียงครั้งเดียว พระพักตร์อันเปล่งประกายของพระองค์ก็ยื่นเข้ามาประชิดอยู่ตรงหน้าแล้ว
อื้อหือ จู่ๆ เป็นอะไรขึ้นมาเนี่ยคะ เซร่าที่รู้สึกอึดอัดกับระยะห่างที่ประชิดเกินไปจึงหลุบตาลงต่ำด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พระเนตรทั้งสองข้างของพระเจ้าที่คว้าคอเสื้อของคนบาปเอาไว้นั้นเป็นประกายวาววับด้วยแสงที่ไม่อาจล่วงรู้ น่ากลัวชะมัด พระเจ้าที่ถลึงตาจ้องมองเซร่าด้วยสายตาที่เจือแววคลุ้มคลั่งเคี้ยวฟันตรัสออกมาทีละตัวอักษรว่า
“จงขึ้นไปยังโลกมนุษย์เดี๋ยวนี้ แล้วทำให้ชะตากรรมที่บิดเบี้ยวเพราะเจ้า และชะตากรรมที่จะต้องบิดเบี้ยวเพราะเจ้ากลับคืนสู่สภาพเดิมเสีย”
พระองค์ทรงบัญชาให้ไปกู้คืนโลกมนุษย์ที่กลายเป็นความฉิบหายวายปวงให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
กำลังโหลดความเห็น...