คลังเรื่องเร็ว ๆ นี้มาแรงเสนอเรื่องที่อยากให้แปลตารางอัป
–
ลูมอนโซ่ · ผู้รักการอ่านมังฮวาและนิยายอ่านเวอร์ชันต้นฉบับและแปลไทยได้ตามลิงก์ในแต่ละเรื่อง
ข้อมูลเว็บและติดต่อ
ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายเหรียญและการคืนเงินความเป็นส่วนตัวเหรียญติดต่อเรา

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์ตอน 56

ตอน 56

แม้จะไม่ได้ตั้งใจ ทว่าในวันถัดมาโรดี้ก็ได้พบกับชายหนุ่มรูปงามอีกคนจนได้

‘ถ้าเกิดมีข่าวลือแพร่สะพัดในหมู่เลดี้เมืองหลวงขึ้นมาคงเรื่องใหญ่แน่……’

การได้พบปะกับหนุ่มหล่อตัวท็อปแห่งวงสังคมชั้นสูงสลับกันถึงสองคนแบบนี้

ไคลูสยื่นเอกสารให้โรดี้ที่กำลังจมอยู่ในความกังวลไร้สาระ

“อ่ะ นี่”

“นี่อะไรเหรอ”

“อันดับแรกคือรายชื่อจอมเวทที่ฉันรวบรวมไว้ตามแบบของฉันเอง”

“อาฮะ”

โรดี้กวาดสายตามองรายชื่อพลางเอ่ยชมด้วยความประทับใจเล็กน้อย

นั่นเพราะไคลูสได้ลงรายละเอียดประวัติส่วนตัวของเหล่าจอมเวทเอาไว้อย่างประณีตถี่ถ้วนในหลายๆ ด้าน

‘แอบขยันขันแข็งไม่เบาเลยแฮะ’

ถึงจะชอบบ่นกระปอดกระแปดอยู่เสมอ แต่เขาก็จัดการงานที่ได้รับมอบหมายได้เสร็จสมบูรณ์อย่างไร้ที่ติ

‘เดี๋ยวค่อยตรวจดูอย่างละเอียดทีหลังดีกว่า’

โรดี้ที่วางรายชื่อลงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย

“ไคลูส นอกจากเรื่องนี้แล้วฉันยังมีเรื่องอยากถามนายอีกสองสามข้อ”

เขาเผยสีหน้าสงสัยใคร่รู้

“เรื่องอะไรล่ะ”

“เทียบเชิญงานเลี้ยงฉลองการสืบทอดตำแหน่งของมักเซตา นายก็ได้รับเหมือนกันใช่ไหม”

“อือ”

“แล้วก็คงมีกำหนดการจะเข้าร่วมอยู่แล้วด้วยสิ”

ไคลูสที่สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันน่าประหลาดใจยอมรับออกมาด้วยสีหน้าตะขิดตะขวงใจ

“มันเป็นงานเต้นรำที่ไม่ไปไม่ได้นี่ ยังไงก็ต้องเข้าร่วมอยู่แล้ว”

“งั้นคำถามที่สอง”

“……จะพูดอะไรอีกล่ะทีนี้”

“เรื่องนี้ช่วยตอบตามตรงหน่อยนะ”

“เรื่องอะไรกันแน่ถึงได้……”

“มีคนที่ชอบอยู่หรือเปล่า”

ไคลูสแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา เป็นคำถามที่คาดไม่ถึงจริงๆ

‘……อยากจะเปิดสมองของผู้หญิงคนนี้ดูจริงเชียว’

ทว่าตัวโรดี้กลับเพียงแค่เอ่ยเสริมอย่างหน้าตาเฉย

“อย่างเช่น ซิโมเน่ เกรเทีย อะไรแบบนี้”

“ทำไมเลดี้เกรเทียถึงโผล่มาตรงนี้ได้ล่ะ”

“ไม่ได้สนิทสนมกับท่านเซอร์เกรเทียหรอกเหรอ”

“หา”

“ก็นายได้คุยกับเพศตรงข้ามแค่คนเดียวในงานเต้นรำไม่ใช่เหรอไง”

“งั้นเหรอ”

ไคลูสย้อนนึกถึงความทรงจำ ในบรรดาเลดี้ที่เข้าหาในแวดวงสังคม ดูเหมือนเขาจะได้พูดคุยกับซิโมเน่ เกรเทีย เพียงคนเดียวจริงๆ

“เพราะถูกคุมตัวไปกองอัศวินบ่อยๆ ก็เลยพอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่บ้างน่ะสิ”

“งั้น ไม่ได้มีความรู้สึกชอบพอแบบคนรักต่อท่านเซอร์เกรเทียเลยเหรอ”

“ไม่มี”

คำตอบอันเด็ดขาดทำให้โรดี้เผยสีหน้าโล่งอกออกมาเล็กน้อย

ไคลูสจึงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“ทำไมถึงถามเรื่องแบบนั้นล่ะ”

“มันมีเหตุผลของมันอยู่น่า”

“ถ้าฉันบอกว่าชอบขึ้นมา จะใช้เรื่องนั้นมาลองกลั่นแกล้งเลดี้เกรเทียหรือไง”

“ก็เป็นวิธีที่ไม่เลวหรอกนะ…… แต่ตอนนี้ไม่ได้พูดด้วยเจตนาแบบนั้นสักหน่อย”

“แล้วยังไงล่ะ”

โรดี้จ้องมองไคลูสเขม็ง

“ตอนนี้ไม่มีคนที่ชอบ ฐานะก็เหมาะสม แถมยังได้รับเชิญไปงานเลี้ยงฉลองพิธีสืบทอดตำแหน่งด้วย ฉันคิดว่านายเหมาะสมที่สุดเลยล่ะ”

ไคลูสที่สัมผัสได้ถึงกับดักพลันสะดุ้งตัวโยน

“มะ เหมาะกับอะไรนะ”

โรดี้ตอบอย่างหยิ่งทะนง

“คู่เต้นรำของฉันไง”

เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

“……อะไรนะ”

“ท่านเซอร์มักเซตาส่งบัตรเชิญมาให้ฉันเหมือนกัน แต่ฉันไม่มีคู่เต้นรำก็เลยลำบากใจอยู่นิดหน่อย”

“ทางเลือกที่จะไม่ไปล่ะ”

“ฉันติดหนี้บุญคุณท่านเซอร์ไว้เยอะ ก็เลยอยากไปแสดงความยินดีด้วยตัวเองน่ะ”

ไคลูสกรอกตาไปมาด้วยความรู้สึกสับสนงุนงง

‘จู่ๆ ก็ให้เป็นคู่ควงของโรดี้เนี่ยนะ……?’

“แล้วขอร้องให้ท่านเซอร์ช่วยโดยตรงล่ะ”

“เขาเป็นตัวเอกของงานเลี้ยง วันจริงคงจะยุ่งมากแน่ๆ จะให้มารับหน้าที่เป็นคู่ควงด้วยก็เกินไปสิ”

เธอแย้มยิ้มสดใส

“นายนี่แหละเหมาะเจาะที่สุดแล้ว”

การที่สถานการณ์ทุกอย่างหมุนไปตามใจเธอทำให้เขาไม่สบอารมณ์เลยสักนิด

ไคลูสเอ่ยประท้วงอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ”

“คิดว่าตอนนี้ความเห็นของนายสำคัญด้วยเหรอ”

ชายหนุ่มที่จู่ๆ ก็ถูกริบเอาเจตจำนงเสรีไปร้องตะโกนแหวขึ้นมาทันที

“แค่ยอมให้พูดจาเป็นกันเอง ไม่ได้แปลว่าเธอจะมีสิทธิ์มาบงการร่างกายฉันตามใจชอบสักหน่อยนะ!”

“เพราะไม่มีสิทธิ์ ฉันถึงได้ให้เกียรตินายสุดๆ แล้วไงล่ะ”

“ตอนไหนกัน?!”

เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอคำนึงถึงเขาตรงไหนกันแน่

‘ดูสายตาตอนนี้สิ ทำอย่างกับจะลากตัวฉันไปเดี๋ยวนี้แท้ๆ!’

“ก็ฉันถามนายไปแล้วนี่นาว่ามีคนที่ชอบหรือยัง แค่นี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะ”

โรดี้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“นายมีหน้าที่ต้องยอมให้ฉันจิกหัวใช้ด้วยความเต็มอกเต็มใจยังไงล่ะ”

“หน้าที่พรรค์นั้นจะมีได้ยังไงกันเล่า!”

“แต่ท่านเจ้าหอคอยเวทมนตร์บอกว่าฉันจะจิกหัวใช้นายยังไงก็ได้นี่นา”

“ตาแก่นั่นพูดกระทั่งเรื่องแบบนั้นกับเธอเลยเรอะ”

“อื้อ ไม่เชื่อไว้ค่อยไปถามดูเองสิ”

เขาถอนหายใจยาวเหยียดออกมา

“โธ่เอ๊ย ตาแก่เฮงซวยเอ๊ย……”

“ตกลงตามนี้นะ”

ไคลูสมั่นใจเลยว่าตนเองตกหลุมพรางผู้หญิงคนนี้เข้าให้อีกจนได้

เขาที่เริ่มจะปลงตกไปครึ่งหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา

“ทำไมถึงเจาะจง…… เลือกฉันเป็นคู่ควงไปงานเลี้ยงเต้นรำด้วยล่ะ”

โรดี้ไหวไหล่

“เพราะในบรรดาคนที่ฉันรู้จัก นายดันกลายเป็นคนที่อยู่ในสถานะที่จิกหัวใช้ได้ง่ายที่สุดน่ะสิ”

“บัดซบเอ๊ย……”

จู่ๆ ไคลูสก็รู้สึกเวทนาในชะตากรรมของตัวเองขึ้นมาจับใจ

◆ ◆ ◆

หนึ่งวันก่อนหน้างานเลี้ยงฉลองพิธีสืบทอดตำแหน่งของมักเซตา มีสิ่งของที่ไม่คาดคิดส่งมาถึงบ้านของโรดี้

เอลมา สาวใช้ที่เพิ่งถูกจ้างมาได้ไม่นานยกกล่องใบใหญ่เข้ามาพลางเอ่ยขึ้น

“คุณหนูคะ มีของขวัญส่งมาค่ะ”

“ของขวัญเหรอ”

“เห็นบอกว่าส่งมาจากตระกูลมักเซตาน่ะค่ะ”

“จากมักเซตาเนี่ยนะ”

โรดี้เปิดกล่องออกด้วยความประหลาดใจ

“คุณพระช่วย……”

เอลมาที่เห็นของข้างในกล่องหลุดเสียงอุทานออกมา

“ชุดเดรสละค่ะ!”

เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

ภายในกล่องของขวัญมีชุดเดรสสำหรับงานเลี้ยงที่เห็นได้ชัดว่าตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นเลิศ

เอลมาดวงตาเป็นประกาย

“คุณหนูรู้จักกับท่านผู้สืบทอดตำแหน่งดยุคสินะคะ หรือว่าจะเป็นของขวัญที่ท่านผู้สืบทอดตำแหน่งดยุคส่งมาให้หรือเปล่าคะ”

เมื่อได้ยินคำพูดของสาวใช้ โรดี้ก็ครุ่นคิด

‘เอ่อ แบบนั้นก็ลำบากใจแย่น่ะสิ’

การได้รับของขวัญเป็นชุดเดรสจากเพศตรงข้ามที่ไม่ได้เป็นคนรักกันนั้น ชวนให้รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย

‘ควรส่งคืนไปดีไหมนะ’

โรดี้ที่เกิดความรู้สึกสับสนเปิดการ์ดใบเล็ก ๆ ที่อยู่ในกล่องออกดู

- เป็นการตอบแทนที่ยอมอยู่คุยเป็นเพื่อนคนแก่ที่น่าเบื่อ จากวิลเลียม มักเซตา

ทันทีที่เห็นชื่อที่เขียนอยู่บนการ์ด เธอก็โล่งอก

“ไม่ใช่ของขวัญที่ท่านเซอร์มักเซตาส่งมาหรอก”

“……คะ”

สาวใช้ที่คาดเดาไปว่าคุณหนูที่ตนปรนนิบัติคงจะเป็นคนรักกับท่านผู้สืบทอดตำแหน่งดยุคถึงกับทำตัวไม่ถูก

“เป็นของขวัญที่ท่านดยุควิลเลียมส่งมาให้น่ะ”

“ท่านดยุคหรือคะ”

“ใช่ ท่านเอ็นดูฉันเหมือนหลานสาวน่ะ ถึงได้ส่งมาให้”

หากไม่ใช่ของขวัญจากริเคนส์แต่เป็นของวิลเลียม โรดี้ก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก

‘ของที่ผู้หลักผู้ใหญ่ให้มา จะส่งคืนก็ใช่ที่’

ท่านคงจะเกรงใจและนึกถึงเธอที่กลายเป็นสามัญชน จึงรู้สึกลำบากที่จะไปเยือนห้องเสื้อที่รับเฉพาะลูกค้าชนชั้นสูงเป็นแน่

“ช่วยเอาชุดเดรสไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าให้ดีนะ แล้วพอฉันบอกค่อยเอาออกมา”

“เข้าใจแล้วค่ะ!”

หลังจากส่งสาวใช้ออกไปแล้ว โรดี้ก็แย้มยิ้มน้อย ๆ พลางลูบมุมการ์ดเบา ๆ สองสามครั้ง

‘ไว้ค่อยหาโอกาสไปกล่าวขอบคุณให้ได้เลย’

งานเลี้ยงที่เคยรู้สึกว่าเป็นเหมือนการบ้านที่ต้องทำเริ่มกลายเป็นสิ่งที่น่าเฝ้ารอขึ้นมาทีละน้อย

◆ ◆ ◆

วิลเลียมที่มีสีหน้าเคร่งขรึมเปิดประตูห้องทำงานของหลานชายพลางเอ่ยขึ้น

“ฉันเอง”

หลานชายที่แต่งกายด้วยชุดสำหรับงานเลี้ยงอย่างเรียบร้อยหมดจดกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่เหมือนเช่นเคย

วิลเลียมทำสีหน้าระอาใจเต็มทน

“เจ้าเด็กคนนี้นี่ ในวันดีๆ แบบนี้ยังจะต้องทำงานอีกเรอะ”

ริเคนส์เอ่ยตอบ

“กว่างานเลี้ยงจะเริ่มก็ยังพอมีเวลาเหลือนี่ครับ”

ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานจนหยดสุดท้าย

วิลเลียมเดาะลิ้นพลางมองดูหลานชายที่ไม่แสดงความหวั่นไหวใดๆ ต่อการได้ขึ้นเป็นดยุคนคนใหม่เลยสักนิด

‘ไม่มีความน่าเอ็นดูเอาเสียเลย’

เขาแค่อยากจะเห็นท่าทางประหม่าหรือตื่นเต้นของอีกฝ่ายบ้างแท้ๆ

‘ต้องทำยังไงถึงจะได้เห็นปฏิกิริยาจากไอ้เด็กหน้าตายคนนี้กันนะ’

ทันใดนั้น วิลเลียมก็แย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย

“จริงสิ วันนี้ฉันละอยากรู้จริงๆ ว่าคุณโรดี้จะใส่ชุดเดรสตัวนั้นมาหรือเปล่า”

ได้ผลชะงัดในทันที

ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘โรดี้’ สายตาของหลานชายที่เคยจับจ้องอยู่กับเอกสารก็ขยับไหว

‘เป็นเด็กที่อ่านง่ายจริงๆ’

วิลเลียมที่กลั้นขำเอาไว้เอ่ยขึ้น

“ฉันสงสัยมาตลอดเลยนะ ไอ้ชุดเดรสที่ส่งไปให้คุณโรดี้น่ะ ทำไมแกถึงต้องส่งไปในนามของฉันด้วยล่ะหือ”

“…….”

“ทั้งที่คนที่เลือกชุดเดรสตัวนั้นจริงๆ ก็คือแกแท้ๆ”

ริเคนส์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเฉยในทันใด

“ถ้าส่งไปด้วยชื่อของผม เธอคงส่งคืนกลับมาทันทีน่ะสิครับ”

วิลเลียมเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“ทำไมล่ะ”

“นิสัยเดิมของเธอเป็นแบบนั้นครับ หากเข้าใกล้เกินความจำเป็นก็จะผลักไสออกมาทันที”

คิ้วข้างหนึ่งของวิลเลียมเลิกขึ้นสูง

“ฟังดูเหมือนแกเคยมีประสบการณ์โดนคุณโรดี้ผลักไสมาแล้วอย่างนั้นแหละ”

ริเคนส์เอ่ยแก้ต่างออกไป

“ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายแอบแฝงเลยแม้แต่น้อยครับ เป็นเพียงความพยายามที่จะลดระยะห่างในฐานะคนคนหนึ่งเท่านั้น”

วิลเลียมเดาะลิ้นอย่างระอา

“ใครว่าอะไรแกหรือยัง เจ้าเด็กนี่ ร้อนตัวไปได้”

ริเคนส์ที่หมดคำจะพูดจำต้องปิดปากเงียบ

“แต่ไหนแต่ไรมา แกไม่เคยแม้แต่จะพยายามลดระยะห่างกับคนอื่นเลยด้วยซ้ำ”

วิลเลียมที่พอจะจับต้นชนปลายสถานการณ์ได้แล้วหัวเราะคิกคัก

“เจ้าเด็กนี่ เจอเนื้อคู่เข้าอย่างจังแล้วสิ”

“…….”

“ทำตัวเย็นชาจนทำให้เลดี้คนอื่นต้องร้องไห้มาตลอด ถึงคราวต้องชดใช้คืนแบบนี้สินะ ฮ่าๆ!”

เมื่อเสียงหัวเราะของผู้เป็นปู่ดังขึ้นเรื่อยๆ ริเคนส์จึงเอ่ยแย้งด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย

“……ผมยังไม่ได้คิดจริงจังถึงขั้นนั้นสักหน่อยครับ”

วิลเลียมตวาดแหวขึ้นมาทันที

“พูดจาไร้สาระ! คนที่ไม่จริงจังที่ไหนเขาจะขายชื่อปู่ตัวเองเพียงเพื่อจะส่งชุดเดรสกับเครื่องประดับไปให้กันฮะ?!”

คราวนี้ก็ไม่มีข้อแก้ต่างที่เข้าท่าเช่นเคย

“ธรรมดาของคนที่เริ่มตกหลุมรัก มันก็ถอนตัวไม่ขึ้นทั้งนั้นแหละ อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ แล้วไปคิดหาทางจีบต่อจากนี้ซะดีกว่า!”

วิลเลียมที่เทศนาสั่งสอนด้วยน้ำเสียงกังวานเสร็จสรรพก็เดินออกไปข้างนอก

“…….”

ริเคนส์ที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังจ้องมองเอกสารแผ่นเดิมอยู่นานหลายนาที

‘ให้ตายสิ’

ตัวอักษรไม่แล่นเข้าหัวเลยสักตัวเดียว

สุดท้ายเขาก็วางเอกสารลงแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง

พอก้าวเข้าไปใกล้ริมหน้าต่าง ก็แลเห็นสวนที่ประดับตกแต่งอย่างสว่างไสวเพื่องานเลี้ยง

แม้จะเป็นทิวทัศน์อันงดงาม ทว่ายามนี้กลับไม่อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวคือใบหน้าของโรดี้ที่บึ้งตึงใส่คำว่า ‘ตัวก่อเรื่อง’

ริเคนส์ที่เผลอนึกไปถึงคำว่า ‘น่ารัก―’ รีบตัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว

เขาพึมพำถ้อยคำหยาบคายออกมาอย่างหาได้ยาก

“บ้าเอ๊ย……”

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์จบตอน 56
อ่านตอน 57 ต่อ
อ่านตอนล่าสุดได้ที่ลงถึงตอน 188
↗Readtoon
☆ ให้คะแนน / เขียนรีวิวเรื่องนี้

ความคิดเห็นตอนนี้

กำลังโหลดความเห็น...

ดูความเห็นทุกตอนของเรื่องนี้
‹ ตอน 55กลับหน้าเรื่อง
ตอน 55ตอน 57