เรื่องหลังจากนั้นดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้สิ่งกีดขวาง
เดนเวอร์สที่รีบประเมินราคาอัญมณีที่โรดี้เทออกมาอย่างลนลาน รีบส่งถุงเหรียญทองให้เธออย่างรวดเร็ว
‘ว้าว’
โรดี้ที่กำลังนับเหรียญทองระยิบระยับตรงหน้าได้แต่อุทานด้วยความทึ่ง
‘จาก 0 โกลด์ มีเงินงอกขึ้นมาขนาดนี้ในพริบตาเดียวเนี่ยนะ’
ตามขนบเดิมๆ ของเรื่องแนวนี้ พวกเลดี้ชนชั้นสูงที่ถูกขับไล่มักจะโดนกดราคาเวลาเอาอัญมณีมาขาย
แต่สถานการณ์พรรค์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับโรดี้เลย
‘ความสามารถนี้ มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้วมั้ง?’
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่บทบาทการเป็นนางร้ายผู้ชั่วร้ายก็ยังมีประโยชน์สารพัด เพราะอาจจะกลัวโดนสาปแช่ง ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องเธอเลยสักคน
หลังจากเก็บถุงเหรียญทองเรียบร้อยแล้ว เธอก็สำรวจดูสภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกหน้าร้าน
ชุดเดรสสีแดงเข้มที่สะท้อนรสนิยมของ ‘โรดี้ตัวจริง’ แบบเต็มเปี่ยม รองเท้าส้นสูงสีเดียวกัน และเล็บยาวที่ทาด้วยสีดำสนิท
แถมเครื่องสำอางที่แต่งไว้จัดจ้านยังเลอะเลือนจากการนอนหลับ ทำให้ดวงตาอันเย็นชาของเธอยิ่งดูดำมืดและน่ากลัวขึ้นไปอีก
ทั้งหรูหรา และน่ากลัว
นั่นคือความรู้สึกที่รูปลักษณ์ภายนอกของโรดี้ในตอนนี้มอบให้
‘ไม่ใช่แนวที่ชอบเท่าไหร่ แต่การรักษาสภาพแบบนี้ไว้ก็อาจจะไม่เลวเหมือนกันนะ?’
ดูน่ากลัวยังดีเสียกว่าดูอ่อนแอจนโดนข่มเหงเป็นไหนๆ
ที่สำคัญที่สุดคือมันสะดวกสบายสุดๆ อีกด้วย
เมื่อได้เงินมาอยู่ในมือแล้ว สิ่งแรกที่โรดี้ทำคือการหาซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นฐานและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน
และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ ‘จอมเวทผู้ชั่วร้าย’ เอาไว้ เธอจึงไม่ลืมที่จะซื้อชุดเดรสสีดำสุดหรูหรากับลิปสติกสีแดงก่ำมาด้วย
หลังจากกว้านซื้อสิ่งของสารพัด เธอก็กระเตงของพะรุงพะรังกลับมายังคฤหาสน์แล้วเริ่มลงมือจัดระเบียบ
คฤหาสน์แห่งนี้ทั้งสกปรกและกว้างขวางเหลือเกิน
แค่ปัดกวาดหยากไย่ที่ชักใยอยู่ทุกหนแห่ง กวาดและถูพื้น ก็กินเวลาไปหลายวันแล้ว
ครั้นพอทำความสะอาดจนพอจะกลายเป็นที่ที่คนสามารถอาศัยอยู่ได้ โรดี้ก็มุ่งหน้ากลับเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง
เพื่อตามหาช่างไม้ที่จะมาช่วยซ่อมแซมบ้าน
‘จะมีเรื่องให้ต้องใช้พลังอีกไหมนะ’
โรดี้ที่เตรียมตัวเสร็จสิ้นพลางคิดเช่นนั้นมีคอนเซ็ปต์ที่แน่วแน่ชัดเจน
ชุดวันพีซสีดำยาวถึงเข่ากับถุงมือสีดำที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว อายไลเนอร์เข้มถูกกรีดตามแนวหางตาอันเย็นเยียบ ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยสีแดงสด
‘จะยอมให้ใครมาดูถูกไม่ได้เด็ดขาด’
ลำพังชื่อเสียงก็ย่ำแย่อยู่แล้ว หากยังดูอ่อนแอไร้ทางสู้อีก ก็อาจจะมีคนคิดร้ายโผล่มาเล่นงานเอาก็ได้
“ดูผู้หญิงคนนั้นสิ……”
“เหมือนกับในข่าวลือไม่มีผิดเลยนะ”
ชาวบ้านต่างพากันฮือฮาให้กับภาพลักษณ์ของเธอที่ดูราวกับดอกกุหลาบอาบยาพิษ
โรดี้ไม่ใส่ใจสายตาเหล่านั้นและก้าวเข้าไปในร้านของช่างไม้
“ยินดีต้อนรับครับ― เฮือก!”
ช่างไม้ที่กำลังต้อนรับลูกค้าด้วยสีหน้ายินดีถึงกับสะดุ้งตกใจเมื่อได้เห็นเธอ
“มีธุระอะไรหรือครับ……?”
โรดี้เชิดคางขึ้นแล้วตอบกลับไปสั้นๆ
“ฉันอยากจะรื้อปรับปรุงภายในบ้านใหม่น่ะ”
ความจริงแล้วเธอเองก็คิดหนักอยู่ไม่น้อยว่าจะใช้น้ำเสียงแบบไหนดี
เดิมทีตั้งใจว่าจะใช้คำสุภาพเพราะตนเองถูกลดขั้นลงมาเป็นสามัญชนแล้ว ทว่า
[ฮะ ฮึก ได้โปรดพูดตามสะ สบายเถอะครับ……]
เนื่องจากเจ้าของร้านอัญมณีที่เธอไปเยือนก่อนหน้านี้กลับยิ่งทำหน้าอึดอัดหนักกว่าเดิมยามที่เธอพูดจาสุภาพด้วย เธอจึงตัดสินใจที่จะยึดการพูดแบบเป็นกันเองไปก่อนในระหว่างนี้
“มะ มานั่งทางนี้ก่อนสิครับ”
เมื่อตระหนักได้ว่าเธอคือลูกค้า ช่างไม้จึงเอ่ยเชื้อเชิญให้นั่งอย่างระมัดระวัง
“ต้องการจะซ่อมแซมบ้านในรูปแบบไหนหรือครับ?”
“ก่อนอื่นก็……”
โรดี้พรั่งพรูสิ่งที่คิดไว้ในหัวออกมาอย่างลื่นไหล
ช่างไม้ที่ตั้งใจฟังพยักหน้ารับ
“มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากเลยนะครับ แต่ว่ารูปแบบที่คุณเพิ่งพูดมานั้นดูไม่ค่อยเหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไปสักเท่าไหร่นะครับ……”
“ฉันรู้อยู่แล้ว”
“เอ่อ…… จะดีจริงหรือครับ? ผมเคยทำอินทีเรียร์ตามสมัยนิยมมาเยอะนะครับ ถ้าคุณต้องการ จะทำไปในทิศทางที่พวกท่านขุนนางชื่นชอบก็ได้―”
“ไม่ล่ะ รบกวนทำตามที่ฉันบอกเถอะ”
ช่างไม้เกาศีรษะแกรกๆ
“เดิมทีบ้านก็เก่ามากอยู่แล้ว ถ้ายังทำข้างในให้แปลกประหลาดขนาดนั้นอีก ภายภาคหน้าคงจะขายไม่ออกเลยนะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก”
โรดี้กระตุกยิ้มที่มุมปาก
“เพราะฉันตั้งใจจะขายบ้านหลังนั้นต่อทันทีอยู่แล้ว”
ดูเหมือนว่าช่างไม้จะไม่เข้าใจเอาเสียเลย
“หา……? ไม่ใช่ว่าตกแต่งเพื่อให้คุณหนูอยู่อาศัยในตอนนี้หรอกหรือครับ?”
“ไม่ใช่หรอก ทันทีที่ตกแต่งภายในเสร็จ ฉันตั้งใจจะปล่อยขายบ้านหลังนี้ทันที”
เธอเสริมขึ้นด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ
“แถมยังจะขายในราคาที่แพงลิบลิ่วอีกด้วย”
“…….”
เจโอซึ่งเป็นช่างไม้ประจำหมู่บ้านนึกกังขาในคำพูดของโรดี้
‘ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด’
‘หมู่บ้านราโกร’ สถานที่ที่เขาอาศัยอยู่นั้นเป็นเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมพอสมควรในหมู่ขุนนางชั้นล่าง
และคฤหาสน์ที่เหล่าขุนนางผู้มาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ชื่นชอบ ก็คือบ้านพักตากอากาศผนังภายนอกสีขาวโพลนที่เพิ่งสร้างใหม่ริมชายหาด
ในทางกลับกัน บ้านที่ผู้หญิงตรงหน้าถือครองอยู่นั้น เป็นบ้านพักตากอากาศอิฐแดงซอมซ่อที่สร้างมานานหลายสิบปีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นทำเลก็ยังตั้งอยู่ห่างจากชายหาดมากทีเดียว
กล่าวคือ ไม่มีปัจจัยอะไรที่พวกขุนนางชั้นล่างจะยอมซื้อเลยสักนิด
‘แล้วไหนจะ’
การตกแต่งภายในอันพิลึกกึกกือที่ไม่เข้ากับบ้านพักอาศัยแม้แต่น้อยที่ผู้หญิงคนนี้เพิ่งอธิบายไปอีกล่ะ
‘โง่หรือเปล่าเนี่ย?’
เขาคิดว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ประสีประสาต่อโลกเอาเสียเลยแถมยังโง่เง่าอีกต่างหาก
‘ชิๆ โลกนี้น่ะมันมีเรื่องของอุปสงค์และอุปทานอยู่นะ’
ช่างเถอะ มันไม่ใช่กงการอะไรที่เจโอต้องไปใส่ใจ
“……งั้นก่อนอื่น เรามาคุยเรื่องเงินมัดจำกันก่อนดีกว่าครับ”
ผู้ว่าจ้างจะโง่เง่าแค่ไหนก็ช่างปะไร ขอแค่ได้รับเงินตรงเวลาก็พอแล้ว
‘ขอแค่อย่ามางอแงใส่ฉันทีหลังว่าขายไม่ออกก็พอ’
เจโอคิดเช่นนั้นพลางอธิบายราคาค่าซ่อมแซมตกแต่งภายในให้โรดี้ฟัง
“ครับ ก่อนอื่นเลยเงินมัดจำก็คือ……”
ในระหว่างที่กำลังพูดต่อ ความคิดดีๆ พลันแล่นเข้ามาในหัวของเจโอ
‘นี่มัน โอกาสกอบโกยเงินชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?’
ผู้หญิงตรงหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราวของโลกภายนอกเลยสักนิด ถึงขนาดกล้าประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจว่าจะขายบ้านอิฐผุพังนี่ในราคาสูงลิ่ว
‘ถ้าเราโก่งราคาให้สูงเข้าไว้ ยัยนี่ก็คงไม่รู้เรื่องหรอกมั้ง?’
ข่าวลือเรื่องที่เธอใช้เวทมนตร์คำสาปยังติดอยู่ในใจอยู่บ้าง แต่ยังไงเสียผู้หญิงคนนี้ก็ไม่มีทางรู้ราคาประเมินค่าตกแต่งภายในอยู่แล้ว
‘ถ้าเจ้าตัวไม่รู้ว่าโดนต้มตุ๋น ก็ไม่มีความเสี่ยงที่จะโดนล้างแค้นด้วย’
เจโอที่คิดได้ดังนั้นจึงเอ่ยเรียกเงินมัดจำออกไป
“อะแฮ่ม จ่ายแค่มัดจำ 450 โกลด์ก็พอครับ”
“…….”
เมื่อได้ยินคำนั้น คิ้วข้างหนึ่งของโรดี้ก็เลิกขึ้นทันที
‘เจ้านี่’
ตามปกติแล้ว เงินมัดจำจะเรียกเก็บล่วงหน้าประมาณครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม
‘คิดจะต้มตุ๋นกันงั้นเหรอ?’
หรือก็คือ ช่างไม้ตรงหน้ากำลังเสนอราคารวมถึง 900 โกลด์เลยทีเดียว
หากเทียบดูแล้ว ค่าตกแต่งภายในโดยทั่วไปจะอยู่ที่ราวๆ 200 ถึง 300 โกลด์เท่านั้น
‘กล้าโก่งราคาขึ้นไปตั้งสามเท่าเชียวเรอะ’
ต่อให้วงการนี้ใครไม่รู้เรื่องแล้วโดนหลอกจะถือเป็นคนโง่ก็ตามเถอะ แต่การมาโก่งราคาใส่กันโต้งๆ แบบนี้มันช่างน่าโมโหนัก
ช่างไม้ยังคงปั้นน้ำเป็นตัวต่อไปหน้าตาเฉย
“ฮะๆ ความจริงแล้วค่ามัดจำต้องคิดสัก 500 โกลด์ด้วยซ้ำนะครับ แต่ผมลดราคาให้เป็นกรณีพิเศษเลยนะขอรับ”
“…….”
โรดี้จ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง
‘จะรับมือยังไงดีนะ’
ถ้าปล่อยผ่านไปแบบประนีประนอมล่ะก็ หมอนี่คงมองว่าเธอเป็นหมูในอวยแล้วทำพฤติกรรมเดิมซ้ำอีกเป็นแน่
เธอวางข้อศอกลงบนโต๊ะพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“จริงหรือ”
“ครับ?”
“ฉันหมายถึง ค่ามัดจำมัน 450 โกลด์จริงๆ งั้นหรือ”
เมื่อเจอเข้ากับปฏิกิริยาที่เหนือความคาดหมาย ช่างไม้ก็อึกอักอย่างลนลาน
“ครับ…… 450 โกลด์ครับ”
โรดี้ยกยิ้มหวาน
‘อุตส่าห์ให้โอกาสแก้ตัวแท้ๆ ไร้ความหมายชะมัด’
“นายชื่อเจโอสินะ?”
“ใช่ครับ แต่ว่า……?”
ขณะที่ตอบออกไป เจโอก็พลันตระหนักได้ว่าตนเองไม่เคยบอกชื่อกับผู้หญิงคนนี้เลยสักครั้ง
“ชื่อเจโอ อายุ 38 ปี”
โรดี้จ้องมองหน้าต่างระบบของเขา
[ชื่อ: เจโอ
อายุ: 38 ปี
จุดอ่อน: มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคุณนายออสตินข้างบ้าน ?? ??]
เธอเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“คุณนายออสตินข้างบ้านสบายดีไหมล่ะ”
เจโอตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
“มะ หมายความว่ายังไง…….”
“อย่ามาแกล้งไขสือหน่อยเลย นายกับเธอมีความสัมพันธ์ที่พิเศษมากๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือไง”
เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“ระ เรื่องนั้น…… มะ ไม่ใช่ ลู ลูกค้าพูดเรื่องอะไรกันครับเนี่ย ฮะๆ ……”
แม้เจโอจะเหงื่อแตกพลั่กพลางปฏิเสธพัลวัน แต่โรดี้ก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
“นายเองก็น่าจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับตัวฉันมาแล้วนี่”
เธอเอียงคอไปข้างหนึ่ง
“เวทมนตร์บอกอะไรให้ฉันรู้เยอะแยะเลยล่ะ”
หากพูดกันตามตรงนี่ไม่ใช่เวทมนตร์สักนิด แต่เธอตัดสินใจโกหกออกไปอย่างหน้าตาเฉย
“ภรรยานายรู้เรื่องหรือเปล่านะ ว่านายกับคุณนายออสตินมีซัมติงกันน่ะ”
ยิ่งคำพูดเอ่ยออกมาเรื่อยๆ ใบหน้าของเจโอก็ยิ่งซีดเผือดลงจนเขียวคล้ำ
“จะ จริงๆ แล้วรู้ได้ยัง……”
“นอกใจทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้วเนี่ย น่ารังเกียจจริงๆ เลยนะ”
ริมฝีปากสีแดงสดของเธอยกยิ้มขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“น่ารังเกียจจนฉันอาจจะเผลอบอกออกไปหมดเลยก็ได้นะ”
สีหน้าของเจโอพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
“ขอ ได้โปรด อย่าทำแบบนั้นเลยครับ!”
โรดี้หัวเราะหึออกมา
“ถ้าคิดจะวางแผนหลอกจอมเวทชั่วร้ายล่ะก็ มันก็ต้องมีความมั่นใจว่าจะรับมือกับผลลัพธ์ที่ตามมาได้ไม่ใช่หรือไงกัน?”
เขามองสบตากับอีกฝ่ายด้วยสายตาตื่นตะลึง
‘นึกว่าเป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ไม่ประสีประสาต่อโลกซะอีก……’
เมื่อสบตากัน หญิงสาวก็คลี่รอยยิ้มงดงามเจิดจ้าดั่งดอกกุหลาบที่เพิ่งเบ่งบานเต็มที่
ในตอนนั้นเองที่เจโอเพิ่งจะนึกย้อนถึงข่าวลือเกี่ยวกับตัวเธอที่แพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้านขึ้นมาได้อีกครั้ง
นางร้ายใจโฉดผู้ถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง
จอมเวทชั่วร้ายผู้ใช้เวทมนตร์คำสาป
‘ผู้หญิงคนนี้เป็นจอมเวทที่ร้ายกาจมาก!’
หากไม่ใช่แบบนั้นแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่เธอจะล่วงรู้เรื่องราวระหว่างเขากับคุณนายออสตินได้อย่างแน่นอน
เพราะนั่นคือความลับอันยิ่งใหญ่ที่มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่เก็บงำเอาไว้
“เอาล่ะ คงเตรียมใจชดใช้ค่าตอบแทนที่กล้ามาหลอกฉันไว้แล้วสินะ”
เล็บยาวสีดำขลับของหญิงสาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ต๊อก ต๊อก……
“อ๊ะ หรือว่าเวลานี้จะเป็นเวลาที่ภรรยานายจะกลับมาแล้วกันแน่นะ?”
“……!”
ภายในร้านที่เงียบสงัด น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยนั้นฟังดูราวกับถ้อยคำสาปแช่งที่บีบรัดคอเขาจนหายใจไม่ออก
หลังจากความเงียบงันผ่านไปราวสองวินาที
“ขอ ขอยกโทษให้ด้วยครับ!”
เขารีบก้มหัวลงทันที
“ผะ ผมหน้ามืดตามัวเพราะเงินชั่ววูบจนหลอกลวงท่านจอมเวทไปครับ!”
เจโอสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
“ได้โปรดช่วยเก็บเป็นความลับแค่ครั้งเดียวเถอะครับ……!”
“คิดว่าแค่เอ่ยปากขอโทษแล้วฉันจะยอมปล่อยผ่านไปหรือไง?”
เขารีบเค้นสมองคิดหาเงื่อนไขที่น่าจะทำให้เธอพึงพอใจอย่างรวดเร็ว
“คะ ค่าตกแต่งภายในผมจะคิดแค่ 200 โกลด์ ไม่สิ 150 โกลด์เลยครับ!”
“หืม…….”
เจโอที่คอยสังเกตสีหน้าอยู่รีบสวนตอบกลับมาเร็วปานสายฟ้าแลบ
“130 โกลด์ครับ! ได้โปรดยกโทษให้ด้วยข้อเสนอนี้เถอะครับ…… ทางผมเองก็มีลูกเมียต้องเลี้ยงดู หากลดมากกว่านี้คง…….”
โรดี้ถึงกับอึ้งไปเลยเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
‘มีลูกมีเมียต้องเลี้ยงดูแล้วจะนอกใจไปทำไมกันล่ะยะ?’
น่าขันสิ้นดี
ทั้งที่ไปคบชู้มาแท้ๆ แต่ดูเหมือนจะยังรักและหวงแหนภรรยากับลูกอยู่สินะ
เขาที่ตีหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ยังคงอ้อนวอนขอความเมตตาต่อไป
“เอาเถอะ ก็ได้”
โรดี้พยักหน้าพลางทำสีหน้าเปี่ยมความเมตตา
“ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยผ่านไปเท่านี้แล้วกัน แต่ถ้ายังกล้าทำเรื่องแบบนี้อีกละก็ ตอนนั้นเตรียมใจไว้ได้เลย”
“คะ ครับ!”
หลังจากนั้น ทั้งสองคนจึงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
เจโอก้มหัวคำนับแทบติดพื้นส่งโรดี้ที่กำลังเดินออกจากร้าน
“ผมจะซ่อมแซมบ้านของท่านจอมเวทอย่างสุดความสามารถเลยครับ!”
“ดีมาก”
โรดี้แย้มยิ้มอย่างพึงพอใจพลางก้าวเดินออกไปข้างนอก
กำลังโหลดความเห็น...