“[นิยาย] สายใยรักของน้องชายข้างบ้าน” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
หลังจากแสงอาทิตย์อัสดงเลือนหายไปจนหมดสิ้น อูฮีก็เลือกนั่งลงตรงโต๊ะอันเงียบสงบบริเวณริมคลับ มันเป็นจุดที่จังหวะบีตอันดังกึกก้องผสมผสานเข้ากับสายลมทะเลอันเย็นฉ่ำได้อย่างลงตัวพอดี
อูฮีอัปโหลดรูปเบียร์เย็นฉ่ำที่เพิ่งได้รับมากับรูปที่ถ่ายโดยมีอาทิตย์อัสดงเป็นฉากหลังลงบนโซเชียลมีเดีย ภาพนั้นดูราวกับหญิงสาวผู้เปี่ยมสุขอย่างสมบูรณ์แบบ
เธอพ่นลมหายใจอย่างพึงพอใจพลางผงกศีรษะตามเสียงเพลงที่ลอยแว่วมา ลึกๆ แล้วเคยสงสัยว่าคลับสุดฮอตในต่างแดนจะเปิดเพลงแบบไหน แต่ก็ยังคงเป็นเพลง ‘Party Rock Anthem’ อยู่ดี ถึงอย่างนั้นการที่มันเป็นจังหวะคุ้นหูที่ใครๆ ก็รู้จักก็ถือว่าไม่เลวเลย
เป็นตอนที่เธอเพิ่งจะกระดกเบียร์เข้าไปอึกหนึ่งนั่นเอง ชายชาวตะวันตกสองคนที่คอยชำเลืองมองเธอมาตั้งแต่ไกลก็เดินเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างๆ โดยไม่ขออนุญาตแล้วเริ่มเอ่ยทัก
“หนีห่าวมา?”
เมื่ออูฮีหลุดหัวเราะหึ ชายคนนั้นก็เปลี่ยนคำทักทายใหม่ราวกับจะหาโอกาสต่อไป
“คมบังวะ?”
อุตส่าห์เดาจากแค่สามประเทศ แต่โอกาสทายถูกก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
“โธ่เอ๋ย จะเดาทั้งทีก็ดัน... ไปให้พ้นเลย หมดโควตาแล้ว”
อูฮีพึมพำเสียงแผ่วเป็นภาษาเกาหลีที่อีกฝ่ายคงฟังไม่รู้เรื่องแล้วหันหน้าหนีจากพวกเขา จากนั้นก็เอาแต่เล่นโทรศัพท์มือถือต่อไปโดยไม่สนใจว่าคนข้างๆ จะพยายามชวนคุยอะไร
ทันใดนั้นเอง สตอรี่ใหม่ที่เพิ่งอัปโหลดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบนโซเชียลมีเดียของยอนจุนก็สะดุดเข้าตาเธอ เป็นรูปแก้วเบียร์หลายใบกำลังชนกัน และในบรรดามือที่ถือแก้วเบียร์เหล่านั้นก็มีมือของผู้หญิงที่ทำเล็บอย่างฉูดฉาดรวมอยู่ด้วย
ตุบ ได้ยินเสียงหัวใจดิ่งร่วงลงสู่พื้น
เสียงเพลงในคลับที่กระหึ่มอย่างสนุกสนานจนถึงเมื่อครู่พลันแว่วไกลออกไปกะทันหัน ดวงตาพร่ามัวมืดดับ รู้สึกพะอืดพะอมในท้องจนเหมือนเบียร์ที่เพิ่งดื่มเข้าไปจะย้อนทะลักออกมา
ตัวเธอยังคงใส่ใจเขาและแสร้งทำเป็นมีความสุข แต่อีกฝ่ายกลับกำลังสั่งสมช่วงเวลาใหม่ๆ ร่วมกับผู้คนใหม่อยู่แล้ว ความจริงอันโหดร้ายที่ว่าน้ำหนักของความเสียใจในการเลิกรานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่แรกโถมซัดเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่น
อูฮีโบกมือไล่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อชายพวกนั้นเห็นว่ารอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าของเธอจนหมดสิ้นและสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ไม่สู้ดีจึงค่อยๆ ล่าถอยออกไปอย่างเงียบๆ
เมื่อเหลือตัวคนเดียว อูฮีก็เรียกบริกรแล้วกวาดสายตามองเมนูเครื่องดื่ม ค็อกเทลทั้งหลายที่มีชื่อหรูหรา ขนาดตกอยู่ในสภาพนี้เธอยังข้ามพวกเหล้าราคาแพงที่รู้สึกว่าเป็นการผลาญเงินทิ้งไป แล้วสั่งบริกรให้เอาเหล้าที่แรงที่สุดมา
ครู่ต่อมา เหล้าสีใสไม่ทราบชนิดที่บรรจุอยู่ในแก้วทรงสวยก็ถูกนำมาเสิร์ฟ โดยมีเลมอนชิ้นหนึ่งเสียบอยู่ตรงขอบแก้ว
อูฮีถ่ายรูปแก้วใบนั้นแล้วอัปโหลดลงบนโซเชียลมีเดียเพื่อประชดโดยไม่มีข้อความใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นจึงกรอกเหล้าแก้วนั้นลงคอรวดเดียว ความร้อนรุ่มราวกับแผดเผาไหลลู่ไปตามหลอดอาหาร
เธอสั่งแก้วต่อไป ถ่ายรูป โพสต์ลง แล้วก็ดื่มมันอีกครั้ง
การโอ้อวดอันว่างเปล่าและการกระทำอันบุ่มบ่ามวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ดั่งจะพิชิตเหล้าแรงทุกชนิดบนเมนูให้ได้
ไม่รู้ว่าเป็นแก้วที่เท่าไรแล้ว เมื่อความเมามายพุ่งสูงจนตัวอักษรบนหน้าจอโทรศัพท์พร่าเลือน ในที่สุดเธอก็ตระหนักได้ถึงความไร้สาระที่ตัวเองทำลงไปและหลุดหัวเราะเยาะตัวเองออกมา
ทำแบบนี้แล้วคิมยอนจุนจะมารับรู้ด้วยหรือไง ไม่มีทางหรอก เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือการประท้วงอันไร้ค่า ป่านนี้อาจจะกำลังโอบกอดผู้หญิงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ แค่จินตนาการถึงเรื่องนั้น ความสะอิดสะเอียนก็ตีตื้นขึ้นมาอีกระลอก
การที่ยังรู้สึกแบบนี้มันก็แปลกพิลึก ทั้งที่เลิกกันไปแล้วแท้ๆ...
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ คำพูดของเพื่อนที่บอกว่า ‘จงลืมผู้ชายด้วยผู้ชาย’ ก็ผุดขึ้นมาในหัว
ท้ายที่สุด อูฮีที่ไม่อาจต้านทานฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้ก็โซซัดโซเซเดินออกไปยังฟลอร์เต้นรำ เธอปล่อยกายไปตามเสียงเพลงที่ดังกึกก้องและโยกย้ายเรือนร่างท่ามกลางผู้คนด้วยความเมามายสะลึมสะลือ ไม่ว่าจะความเศร้าหรือความโกรธ ขอเพียงแค่ชั่วขณะนี้เท่านั้นที่เธออยากจะลืมมันไปให้หมดสิ้น
ตอนนั้นเอง มีเงาดำทะมึนทอดตัวลงมาเบื้องหน้าของอูฮี ร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำกำลังโยกย้ายเข้าจังหวะไปกับเธอประหนึ่งเต้นด้วยกันมาตั้งแต่แรก อูฮีเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ทว่าสิ่งที่เห็นแทนใบหน้ามนุษย์กลับเป็นมิลเลอร์บอลที่สะท้อนแสงไฟหลากสีของคลับวูบวาบจนตาลาย
ถ้าจะพูดให้ถูกคือ มีผู้ชายคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อกมิลเลอร์บอลกำลังเต้นอยู่กับเธอ ลำคอที่โผล่พ้นมาให้เห็นแวบๆ นั้นขาวผ่องเจือสีชมพูระเรื่อ ส่วนรูปร่างก็ใหญ่โตเหมือนบานประตู
คนตะวันตกงั้นเหรอ ไม่สิ ตอนนี้จะเป็นใครก็ช่างเถอะ เมื่ออูฮีไม่ได้ถอยหนี ชายหนุ่มจึงยื่นมือเข้ามาหาเธอ ท่าทางดั่งจะบอกให้จับมือเขาไว้
พอไม่เห็นใบหน้า เขาก็ดูไม่เหมือนมนุษย์ในความเป็นจริง แต่กลับคล้ายจิตวิญญาณที่ลงมาเพื่อปลอบประโลมความหดหู่ในค่ำคืนนี้มากกว่า อูฮีจับมือเขาไว้ประหนึ่งต้องมนตร์ มืออันใหญ่โตนั้นร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด ดั่งปลายนิ้วที่แตะต้องกันจะละลายไปเสียให้หมด
อูฮีถูกมือของเขาชักนำให้หมุนตัวไปตามเสียงเพลง และก้าวเท้าสะเปะสะปะเหมือนกำลังเต้นเพลงบลูส์อย่างเก้ๆ กังๆ ความกล้าที่พุ่งพล่านจากฤทธิ์สุราทำให้เธอเลียนแบบนักเต้นมืออาชีพใต้แสงไฟสีแดงบนฟลอร์ ส่ายสะโพกพลางใช้ร่างกายกำยำของชายหนุ่มต่างเสารูดตัวลงอย่างนึกสนุก เธอสัมผัสได้ว่าร่างกายของชายหนุ่มที่แตะโดนนั้นเกร็งแน่นขึ้นกว่าเดิม
ในจังหวะที่ลีลาการเต้นเริ่มดุเดือดขึ้นจนเท้าพันกันและตัวเซไปด้านหลัง ท่อนแขนอันแข็งแกร่งของชายหนุ่มก็โอบรัดเอวของเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้าสู่อ้อมอก อูฮีที่เมามายจนถึงขีดสุดกลับมองว่าสถานการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่าขำไปเสียอย่างนั้น
ระหว่างที่เธอทิ้งตัวพิงร่างของชายหนุ่มนิรนามต่างกำแพงอยู่ครู่หนึ่ง มือใหญ่โตคู่นั้นก็เลื่อนขึ้นมาลูบไล้ปลายผมของเธออย่างแผ่วเบา
“เมาแอ๋เลยนะ ไปกอดใครสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ได้ยังไง”
เสียงทุ้มต่ำแทรกผ่านเสียงเพลงเข้ามากระทบโสตประสาท น้ำเสียงก้องกังวานในภาษาที่คุ้นเคยทำให้อูฮีที่กำลังสะลึมสะลือเริ่มดึงสติกลับมาจับโฟกัสได้อย่างเลือนราง
อูฮีเงยหน้าขึ้น ท่ามกลางสายตาที่พร่ามัว ชิ้นส่วนกระจกแต่ละชิ้นบนมิลเลอร์บอลกำลังสะท้อนภาพใบหน้าบิดเบี้ยวของตัวเธอเอง
“...นาย พูดภาษาเกาหลีได้ด้วยเหรอ”
ชายมิลเลอร์บอลไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่เล่นปลายผมของอูฮีต่อเหมือนเมื่อครู่ แม้จะไม่เห็นใบหน้า แต่อูฮีกลับมั่นใจอย่างประหลาดว่าภายใต้หมวกกันน็อกใบนั้นเขากำลังยิ้มอยู่
ชั่วพริบตานั้นเอง ผู้หญิงที่ถ่ายรูปให้อูฮีเมื่อครู่ก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วโผเข้ากอดแขนของชายมิลเลอร์บอล
{นี่! นายหายไปไหนมา พวกเพื่อนๆ ตามหานายกันหมดเลย แล้วนี่ไปเอามาใส่จากไหนเนี่ย}
สิ้นคำ ชายมิลเลอร์บอลก็ชี้มือไปยังที่แห่งหนึ่งโดยไม่พูดไม่จา ตรงนั้นมีพนักงานของคลับสวมสูทสีขาวและสวมหัวมิลเลอร์บอลกำลังเดินวนไปรอบๆ เพื่อถ่ายรูปกับผู้คน และหนึ่งในคนที่ใส่สูทสีขาวกำลังหันรีหันขวางมองไปรอบๆ อย่างร้อนรนเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง ซึ่งเดาได้ไม่ยากเลยว่าสิ่งที่พนักงานคนนั้นกำลังตามหาอยู่ที่นี่นี่เอง
{นายเมาเหรอ ทำไมทำอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้ รีบเอาไปคืนเขาเลยไป เขาหาอยู่นั่นไง}
แม้หญิงสาวจะพูดเช่นนั้น แต่มิลเลอร์บอลกลับยังคงก้มมองอูฮีตาไม่กะพริบ อูฮีเองก็รับรู้ถึงสายตาเลือนรางคู่นั้น จึงได้แต่มองตอบเขาด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หญิงสาวจึงแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง
{สองคนคุยกันแล้วเหรอ คนนี้คือคนที่ถ่ายรูปให้ฉันเมื่อกี้น่ะ เห็นว่ามาคนเดียว ไปสนุกที่โต๊ะพวกเราด้วยกันได้ใช่ไหม}
อูฮีรอคอยคำตอบของชายหนุ่ม รอคอยที่จะได้ยินภาษาเกาหลีทุ้มต่ำเมื่อครู่นั้นอีกสักครั้ง
ทว่าถ้อยคำที่เล็ดลอดออกมาจากใต้หมวกกันน็อกกลับเป็นภาษาที่ต่างไปจากที่คาดคิด
{แน่นอนสิครับ มาสนุกด้วยกันเลย}
ภาษาอังกฤษอันสุภาพและนุ่มนวลไร้ที่ติทำให้อูฮีแวบคิดไปว่าตัวเองหูแว่วไปเพราะฤทธิ์เหล้าหรือเปล่า ภาษาเกาหลีเมื่อครู่นี้เธอหูฝาดไปเองงั้นเหรอ ชายหนุ่มบอกว่าจะเอาหมวกกันน็อกไปคืนแล้วเดินหายลับเข้าไปในฝูงชนโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้คิดอะไรต่อ
ท่ามกลางผู้คน เธอเห็นแผ่นหลังของเขาขณะถอดมิลเลอร์บอลส่งคืนให้พนักงาน ในจังหวะที่ชายหนุ่มสะบัดผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วหันกลับมาทางนี้ ชายหนุ่มร่างยักษ์อีกคนก็เดินตัดหน้าไปอย่างน่าเจ็บใจจนบดบังสายตาเธอจนมิด
พอทัศนวิสัยกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง ก็มองเห็นเพียงแผ่นหลังของชายหนุ่มคนนั้นเสียแล้ว หญิงสาวที่ยืนมองตามแผ่นหลังของเขาอยู่ข้างๆ อูฮีก็เริ่มอธิบายอย่างตื่นเต้น
{ผู้ชายเกาหลีที่ฉันเล่าให้ฟังเมื่อกี้คือคนนั้นแหละค่ะ เท่ใช่ไหมล่ะคะ}
เท่ไหมน่ะเหรอ สิ่งที่ได้เห็นมีเพียงเรือนร่างใหญ่โตและแผ่นหลังเท่านั้นจึงไม่อาจตอบได้เต็มปาก ทว่าหากถามว่ารูปร่างและโครงสร้างร่างกายดูดีไหม เธอก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เป็นร่างกายที่กำยำและใหญ่โตชนิดที่หาดูได้ยาก อูฮีพยักหน้าส่งๆ หญิงสาวจึงดึงแขนอูฮีอย่างเป็นกันเอง
{อย่ามัวยืนตรงนี้เลยค่ะ ไปเล่นด้วยกันที่โต๊ะพวกเราดีกว่า}
อูฮีไม่ได้ปฏิเสธและยอมเดินตามแรงดึงดูดของหญิงสาวไปแต่โดยดี เพราะนอกจากจะไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืนเนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้ว เธอยังเริ่มเบื่อหน่ายกับความโดดเดี่ยวที่ต้องเผชิญอยู่คนเดียวท่ามกลางเสียงเพลงอึกทึกนี้พอดี
สถานที่ที่เธอพาไปเป็นไปตามที่คาดไว้ โต๊ะที่ตั้งอยู่ใจกลางคลับมองลงไปเห็นเวทีและสระว่ายน้ำได้ในคราวเดียว คงจะเป็นที่นั่งที่แพงที่สุดของที่นี่ บนโซฟายาวที่เชื่อมต่อกันมีชายหญิงหลากหลายเชื้อชาตินั่งปะปนกันพลางดื่มสุรา
‘รวมตัวกันอีท่าไหนเนี่ย นัดพบปะทายาทมหาเศรษฐีระดับโลกกันหรือไง’
ยังไม่ทันได้คลายความสงสัย หญิงสาวก็พาอูฮีไปนั่งลงที่มุมหนึ่งของโซฟาแล้วแนะนำให้กลุ่มเพื่อนรู้จัก
{คนที่เจอตรงชายหาดเมื่อกี้น่ะ เห็นว่ามาคนเดียวเลยพามาด้วย เป็นคนเกาหลีแหละ}
บรรดาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนั้นหันขวับมามองเธอเป็นจุดเดียว ใบหน้าแต่ละคนแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ พวกเขาหัวเราะคิกคักด้วยภาษาที่ฟังไม่ออกขณะไล่มองสำรวจเธอ ก่อนจะเอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตรในเวลาต่อมา
{คนเกาหลีจริงดิ ผู้หญิงสำหรับลี (Lee) หรือเปล่าเนี่ย}
{ยินดีต้อนรับเลย อีกเดี๋ยวเหล้าโคตรแพงจะมาเสิร์ฟแล้ว}
เป็นไปตามคำพูดนั้นได้ไม่นาน เปลวไฟที่เจิดจ้าแทบแผดเผาจอประสาทตาก็ฉีกผ่านความมืดมิด พนักงานในชุดบิกินีสีเงินจุดพลุไฟสว่างไสวพร้อมกับยกเหล้าราคาแพงระยับขวดหนึ่งเข้ามา ในชั่วพริบตานั้น ทุกผู้คนอันคลุ้มคลั่งทั่วทั้งคลับต่างพุ่งความสนใจมายังโต๊ะนี้ เหล่าชายหนุ่มต่างพากันมองหาเจ้าของเหล้าขวดนั้น
{ลี ลีอยู่ไหนวะ}
‘ลี (Lee)’ ที่พวกเขากำลังตามหา คงจะเป็นผู้ชายที่สวมมิลเลอร์บอลคนเมื่อกี้นี้แน่ๆ ระหว่างที่อูฮีกำลังมองซ้ายมองขวาเพื่อหาว่าเขาอยู่ที่ไหน
ด้านข้างใกล้ๆ กันนั้น ผิวน้ำที่เคยสงบนิ่งในสระว่ายน้ำซึ่งอาบไปด้วยแสงไฟสีฟ้าก็กระเพื่อมไหวระลอกใหญ่อย่างกะทันหัน
แผ่นหลังกว้างผุดขึ้นเหนือน้ำเป็นสิ่งแรก หยาดน้ำที่ต้องแสงไฟคลับไหลรินผ่านกล้ามเนื้อหลังอันไร้ที่ติดั่งภาพสลัก
ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเดินขึ้นมาจากน้ำพร้อมกับสะบัดผมที่เปียกชุ่ม พลันที่ชายหนุ่มค่อยๆ หันตัวก้าวขึ้นบันได เงามืดก็ไม่อาจซ่อนรอยหยักของกล้ามหน้าท้องอันคมชัดเอาไว้ได้
ทั้งท่วงท่าการเสยเส้นผมที่เปียกชื้น ลำคอที่มีหยดน้ำเกาะพราว ไปจนถึงแนวสันกรามอันแกร่งกร้าว
แม้ท่อนบนจะเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้า แต่อูฮีกลับมั่นใจอย่างประหลาดว่าเขาคือชายหนุ่มมิลเลอร์บอล หรือลี (Lee) คนที่เคยโอบกอดเอวเธอไว้แน่นในอ้อมแขนอย่างแน่นอน
กำลังโหลดความเห็น...