“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ตอนที่ 40
“อย่ามัวแต่เสียเวลาอ้อมค้อมให้ยุ่งยากเลย ยัยทาส”
เอน็อคที่ก้มมองเซร่าด้วยสายตาเหยียดหยามเอ่ยเตือนอย่างทะนงตน การที่เขาทำท่าทางเช่นนั้นอยู่ระหว่างขาของเธอทำให้มองดูแล้วรู้สึกกระดากอายอย่างยิ่ง
ผิดกับเซร่าที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่ท่ามกลางความตกตะลึงและหวาดกลัว เอน็อคดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับสถานการณ์นี้เลยสักนิด
ไม่สิ ตรงกันข้าม แววตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับราวกับกำลังคาดหวังอะไรบางอย่างอยู่ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสนุกกับมัน เคล็ดลับมันคืออะไรกันแน่ เขากำลังคิดอะไรอยู่กันนะ แม้จะนึกสงสัยแต่ถึงจะรู้ไปก็คงไม่ได้มีประโยชน์อะไรเป็นพิเศษอยู่ดี
เพราะไม่ว่าเคล็ดลับนั่นจะเป็นอะไร มันก็คงไร้ประโยชน์สำหรับเซร่าอยู่ดี
การที่ต้องมานอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงกับเอน็อค ซอร์เซอร์ด้วยความจำยอมของตัวเองแบบนี้ เธออยากให้ใครสักคนมาฟาดหัวให้ตื่นจากความฝันเสียจริง หรือไม่อย่างนั้นก็……
“ทำให้ฉันสลบไปอีกรอบยังจะดีกว่า……” “จะว่าไป ตอนนั้นมันก็สบายกว่าหน่อยจริงๆ นั่นแหละ”
ทั้งที่ไม่ใช่คำถามที่ถามเขาแท้ๆ แต่เอน็อคกลับช่วยเออออห่อหมกด้วยอย่างใจดีโดยไม่จำเป็น
จากนั้นเขาก็กระซิบข้างหูเซร่าว่า ตอนที่เธอไม่ได้สติน่ะ เอน็อคป้อนอะไรให้ก็อ้าปากรับกินอย่างว่าง่ายเชียวล่ะ
“ฮี้ก!”
สุ้มเสียงที่เลี่ยนจนเกินทน แถมยังตบท้ายด้วยการใช้ลิ้นตวัดเลียใบหูอย่างแผ่วเบา เป็นการเติมเต็มองค์ประกอบทุกอย่างที่ทำให้เซร่าขยะแขยงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“แต่ว่าตอนนี้มันสนุกกว่านี่นา อยู่เฉยๆ แบบนี้ต่อไปเถอะ”
เอน็อคใช้นิ้วจิ้มแก้มที่ซีดเผือดของเธออย่างหยอกเย้าแล้วสรุปเอาเองตามใจชอบ เซร่าที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะต่อต้านได้แต่เบิกตากะพริบปริบๆ ในสภาพที่แข็งทื่อเป็นหิน และคนที่พูดจ้อในเรื่องที่ไม่มีใครถามแทนเธอซึ่งทำอะไรไม่ได้เลยก็คือเอน็อค ซอร์เซอร์อีกเช่นเคย
“คนไข้ลามกเกินไปหน่อย ฉันเลยเหนื่อยไปนิดนึงน่ะ” “ใครลามกใส่ใครกันยะ ฮ้าาา!”
เซร่าที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีต่อหน้าต่อตาพยายามจะทุ่มเถียงเอาความทีหลัง ทว่าความเสียวซ่านประหลาดที่ก้องสะท้อนอยู่ในช่องท้องกลับกดทับจนเธอไม่อาจเอ่ยคำพูดออกมาได้จนจบ
สภาพที่เหมือนเป็นการยื่นหลักฐานให้เห็นตำตาโดยไม่ตั้งใจทำให้เซร่ากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
เอน็อคแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วชวนคุยต่อ
“จำไม่ได้เหรอ ว่าเธอเกาะติดฉันแน่นขนาดไหน” “ไม่จริงสักหน่อย!” “……”
เมื่อเห็นเธอไม่ยอมรับความจริงจนถึงที่สุด เอน็อคจึงนิ่งเงียบไปโดยไม่ตอบอะไร
เขายิ้มตาหยีอย่างมีเลศนัยพลางค่อยๆ คลายมือที่เคยกอดรัดขาของเซร่าไว้แน่นราวกับเป็นของตัวเองออก จากนั้นจึงแทรกกายเข้าไปตรงกลางระหว่างเรียวขาที่อ้ากว้างขึ้นกว่าเดิม แล้วยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้เซร่าราวกับจะจูบ
“ทั้งที่แค่สอดนิ้วเข้าไปให้ เธอก็สั่นระริกด้วยความเสียวแท้ๆ”
หลังจากต่อว่าความลามกของเซร่า เขาก็กระแทกสวนเข้าไปข้างในอย่างดิบเถื่อน พลั่ก! เป็นจริงอย่างที่เขาว่า ผนังเนื้อด้านในที่เคยสั่นระริกเพียงแค่สอดนิ้วเข้าไป ถึงกับอ่อนระทวยและโอบรัดท่อนเนื้อที่กำลังบดขยี้จุดอ่อนไหวทุกจุดเอาไว้แน่น
แจ๊ะ แจ๊ะ บัดนี้ไม่ว่าเขาจะแทงสวนเข้าไปตรงจุดไหนในกายเธอ มันก็ส่งเสียงกระทบของน้ำรักเหนียวข้นที่ถูกบดขยี้ออกมาทั้งสิ้น
จุ๊บ ดูเหมือนเขาจะถูกใจสิ่งนั้น เอน็อคจึงประทับจูบลงบนแก้มของเซร่าอย่างอ่อนโยน
“พอจูบให้หน่อยก็อ้าขาให้ทันทีเลยนี่”
ทว่าคำพูดที่หลุดออกมาจากปากนั้นกลับดิบเถื่อนจนน่าอับอาย ปกติแล้วเขาไม่เคยใช้คำพูดแบบนี้เลย การที่เขาจงใจตัดแปะเอาแต่ถ้อยคำยั่วยุประสาทมารวมกันนั้น แสดงว่าตั้งใจแกล้งเธออย่างไม่ต้องสงสัย
“มะ ไม่มีทาง ฮะ ฮึก?!”
ฮ้า… เซร่าที่กำลังจะเอ่ยปากเถียงกลับต้องเชิดหน้าหงายหลังพลางครางลั่น ร่างที่แอ่นสะโพกขึ้นจนสุดจิกปลายนิ้วเท้าแน่นพลางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ขาที่อ้ากว้างดีดผึงขึ้นไปในอากาศ กล้ามเนื้อต้นขาด้านในและท้องน้อยกระตุกเกร็งราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่
อ๊า… อื้อ… คราวนี้เซร่าส่งเสียงครางครวญยาวเหมือนแมว
จุดสุดยอดจากการสอดใส่ครั้งแรกมาเยือนในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดถึงเพียงนี้ ความสุขสมที่หาได้ยากยิ่งในประสบการณ์ครั้งแรกถาโถมซัดกระหน่ำใส่ร่างของเซร่าอย่างหนักหน่วงจนแทบทนรับไม่ไหว
“ฟู่…”
แรงบีบรัดเหนียวแน่นที่ตอดรัดขย้ำตั้งแต่โคนจรดปลายทำให้เอน็อคไม่อาจทานทนได้ เขาจึงกระแทกสะโพกซอยถี่อย่างป่าเถื่อนรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีกหลายครั้ง
“อ๊ะ อ๊า อื้อ อ๊าย!”
เซร่าลืมสิ้นกระทั่งความอับอายและแผดเสียงครวญครางเย้ายวนออกมาสุดเสียง ทั้งที่ความรู้สึกซ่านเสียวหลังแตะขอบสวรรค์ยังไม่ทันจางหาย แต่เมื่อจุดกระสันที่เกินขีดจำกัดไปแล้วถูกทิ่มแทงซ้ำสอง ช่องทางรักที่โอบรัดองคชาตแข็งขึงจึงร้อนผ่าวราวกับติดไฟ และน้ำหวานฉ่ำก็ทะลักหลั่งรินออกมาจากส่วนลึกราวกับเขื่อนแตก
เอน็อคที่ชะลอความเร็วลงได้แนบสะดือของตนเข้ากับหน้าท้องแบนราบของเธอ แล้วเริ่มบดถูขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่องศาขององคชาตเปลี่ยนไป เนื้อแนบเนื้อที่เปียกชุ่มจะดูดติดและผละแยกออกจากกัน ส่งผลให้น้ำรักเหนียวข้นทะลักย้อนออกมาตามรอยแยก
“ดูสิ ไหลเยิ้มออกมาอีกแล้ว”
เสียงเสียดสีเปียกแฉะเหนอะหนะนั้น ชวนให้รู้สึกราวกับว่ากลีบผกาของเซร่ากำลังดูดกลืนองคชาตของเอน็อคเสียงดังจ๊วบจ๊าบอย่างหิวกระหาย
“รู้สึกไหมว่ารูกำลังขมิบตอดอยู่ แค่จะดึงออกก็รัดแน่นขนาดนี้จนแทบถอนไม่ออกเลยนะ”
ดูเหมือนไม่ได้มีแค่เซร่าที่คิดเช่นนั้น เอน็อคจึงจงใจขยับให้เกิดเสียงเฉอะแฉะดังยิ่งขึ้น พลางพ่นถ้อยคำลามกออกมาไม่หยุดหย่อน
“อื้อ ฮึก หะ หยุด อื้อ พูด เสีย ที!”
ในที่สุดเซร่าก็ทนไม่ไหวจนต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอุดหูตัวเองเอาไว้
หูจะเน่าแล้ว! ยิ่งได้ยินคำพูดหยาบโลนที่เอน็อคพ่นออกมามากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกราวกับหูดีๆ กำลังถูกแปดเปื้อนไปด้วยมลพิษ
ไม่จริง! นี่มันกับดัก! ฉันไม่มีทางชอบเรื่องพรรค์นี้จริงๆ หรอก! เซร่าที่หลับตาปี๋พยายามปฏิเสธความจริงอันลามกที่กำลังโถมทับเข้าใส่ตัวเองอย่างสุดชีวิต
ทั้งความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปตามเอว ทั้งเสียงครางที่เล็ดลอดออกจากปาก ทั้งเสียงน้ำที่ดังมาจากด้านล่าง อยากให้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝันเหลือเกิน นี่จะต้องเป็นแผนการของเอน็อค ซอร์เซอร์ที่มีความแค้นฝังใจกับเธอแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเซร่าจะไปครางระงมอย่างมีความสุขโดยมีสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวของเอน็อค ซอร์เซอร์สอดคาอยู่ระหว่างขาได้อย่างไร
ใช่แล้ว! มันต้องมีอะไรผิดพลาดไปแน่ๆ! นี่ไม่ใช่ตัวฉันจริงๆ สักหน่อย! การสะกดจิตตัวเองที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทำให้ความคิดที่สับสนวุ่นวายในหัวเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นมาบ้าง
เพียงแต่น่าเสียดายที่เอน็อคไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมปล่อยให้เธอหลบหนีความจริงอย่างสบายใจ
“อย่าหนีสิ ยัยทาส สู้เขาสิ”
เอน็อคที่จับมือเธอแยกออกเอ่ยให้กำลังใจ ทั้งที่เป็นคนต้อนให้เธอต้องหนีแท้ๆ แต่กลับพูดจาเลือดเย็นได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ!
“เฮือก?!”
เซร่าที่เผลอได้ยินเสียงของเขาอีกครั้งจึงเปลี่ยนเป้าหมายในคราวนี้ด้วยการทำให้ปากของเอน็อคหุบลง สองมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการช่วยเหลือผู้คนยกขึ้นมาอุดปากของวีรบุรุษไว้
แม้จะรีบปิดปากเขาไว้เพราะความรีบร้อน ทว่าเซร่าก็คาดว่าครั้งนี้เอน็อคคงจะปัดมือของเธอออกอย่างง่ายดายอีกเช่นกัน
ทว่าเอน็อคกลับยอมปล่อยให้เธอปิดปากเขาไว้แต่โดยดีอย่างผิดคาด
“……?”
ซ้ำยังหยีตาทั้งสองข้างลงอย่างงดงามราวกับกำลังพึงพอใจ
“……มือ บาดเจ็บนี่นา?”
เอน็อคที่ฉีกยิ้มกว้างเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่ค้นพบของเล่นแสนสนุก
หัวเราะทำไม? จังหวะที่เซร่าผู้สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้ายโดยสัญชาตญาณหรี่ตาลงเล็กน้อยนั้นเอง―
เดี๋ยวฉันรักษาตรงนี้ให้ด้วยนะ เอน็อคกระซิบอย่างมีความหมายพลางแลบลิ้นสีแดงสดออกมาเลียปลายนิ้วของเซร่า
“ฮึก……!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อเปียกชื้นที่ขยับไหวอยู่ระหว่างซอกนิ้ว เซร่าก็รู้สึกถึงกระแสไฟแล่นพล่านอันแปลกประหลาดจนขนหัวแทบลุกชัน
เธอที่สูดหายใจเข้าเฮือกสะดุ้งตกใจราวกับถูกไฟลวกพลางดึงมือที่เคยอุดปากเอน็อคถอยหนี ทว่ายังไม่ทันได้หนีพ้นก็ถูกเอน็อคคว้าหมับแล้วดึงกลับไปที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง
“ฉันก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าตรงนี้บาดเจ็บด้วย”
เอน็อคที่ดึงมือของเซร่าไปยอมหยุดการขยับสะโพกที่แสนโปรดปรานลง แล้วค่อยๆ บรรจงเลียลากขึ้นไปตามนิ้วมือที่มีบาดแผลทีละนิ้ว
มิหนำซ้ำสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เซร่า การเคลื่อนไหวที่ลากลิ้นเลียขึ้นไปตามเรียวนิ้วยาวเหยียดตรงจึงยิ่งดูหยาบโลนลามกขึ้นไปอีกโดยใช่เหตุ
เรือนผมสีแดงที่ย้อนแสงไฟจนขอบเปล่งประกายสีเหลืองยังคงงดงามเจิดจ้าราวกับกลีบกุหลาบเช่นเคย และใต้เรือนผมนั้น ดวงตาสีเพริดอตที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งก็กำลังวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงราคะสีแดงก่ำ ริมฝีปากที่ถูกมือของเซร่าบดบังไปครึ่งหนึ่งก็เป็นสีแดง ลิ้นที่กำลังเลียตามนิ้วมือของเธอก็เป็นสีแดง
เอน็อคที่โอบล้อมไปด้วยสีสันอันจัดจ้านเริ่มขยับสะโพกอย่างนุ่มนวลจนแทบจะมีเสียงถอนหายใจหลุดรอดออกมา เพียะ เพียะ เสียงเนื้อชุ่มเหงื่อที่กระทบกระทั่งกันฟังดูราวกับระลอกคลื่นซัดสาดชายหาด
เขาแผ่ซ่านเสน่ห์อันเย้ายวนชวนหลงใหลออกมาราวกับนางเงือกในตำนานที่คอยล่อลวงกะลาสีเรือไปสู่ความตาย เซร่าที่ไร้ภูมิคุ้มกันต่อสิ่งเร้าเช่นนี้แหงนหน้ามองเขาตาค้างด้วยแววตาครึ่งเคลิบเคลิ้ม ก่อนที่―
“ฮื่อ… ปล่อย… หน่อยสิ―”
เธอจะเค้นสติกลับมาได้อย่างหวุดหวิดแล้วขู่ฟ่อปนอ้อนวอน เมื่อละสายตาที่เคยจ้องมองราวกับจะถูกดูดกลืนออกไป ความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านขึ้นสู่ศีรษะก็พลันมลายหายไป
เกือบจะเลือดกำเดาไหลอีกรอบแล้วเชียว ให้ตายสิ ช่างลามกสิ้นดี เซร่าที่กัดฟันกรอดพยายามดิ้นขลุกขลิกเพื่อดึงมือของตนกลับมาจากเอน็อค
เอน็อคที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวอันขัดขืนจึงคว้าข้อมือของเซร่าไว้แน่นราวกับกุญแจมือในคราวนี้ จากนั้นเขาก็เลียนิ้วมือของเธออย่างโอเวอร์ยิ่งกว่าเมื่อครู่
“ไม่เป็นไรน่า คิดเสียว่าทายาก็แล้วกัน”
ใครเขามาทายากันแบบนี้ยะ! ทั้งที่ตัวคนพูดเองก็ไม่ได้คิดแบบนั้นแท้ๆ แต่กลับพูดจาเพ้อเจ้อได้ไหลลื่นเป็นน้ำไหลไฟดับ เซร่าที่ขนลุกซู่ส่ายหน้าระอาพลางกำหมัดแน่น
เอน็อคที่มองกำปั้นที่กำแน่นนั้นอย่างเอ็นดู อมเอานิ้วโป้งที่โผล่ออกมาอย่างไม่ทันระวังเข้าปากแล้วดูดจ๊วบๆ ทันที
ความรู้สึกที่ถูกเยื่อบุอันอ่อนนุ่มโอบล้อมและถูกดูดกลืนเข้าไปไม่หยุดหย่อนทำให้เธออดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้
“ยะ อย่าดูดนะ!” “เข้าใจแล้ว” “อย่าเคี้ยวด้วย!” “เรื่องมากจริง”
หลังจากนั้นเอน็อคก็ยังคงเล่นกับนิ้วมือของเซร่าด้วยสารพัดวิธี ทั้งแงะกำปั้นออกจนได้แล้วขบกัดปลายนิ้วเบาๆ หรือไม่ก็ฮุบนิ้วเข้าไปทีละสองสามนิ้วแล้วถูไถไปมาบนลิ้นราวกับกำลังเลียนแบบการขยับสะโพกกระแทกกระทั้น
ตลอดการกระทำเหล่านั้น เซร่าต้องเหงื่อตกเพื่ออดทนต่อความเสียวซ่านยะเยือกที่แล่นผ่านมือขึ้นมาจนถึงหัวไหล่ กระแสความรู้สึกที่ทำให้ขนอ่อนตรงกกหูลุกชันนั้น บางส่วนยังแล่นปราดลงไปจนถึงหว่างขาของเธออีกด้วย
เมื่อนิ้วมือก็ถูกดูด ส่วนเบื้องล่างก็ถูกทิ่มแทง จุดกระสันที่ไวต่อสัมผัสขึ้นเป็นเท่าตัวจึงทำให้น้ำรักในช่องทางของเซร่าหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย
“ฮือ อื้อ ฮืออ”
ทว่าเสียงครางที่เล็ดลอดออกมาจากปากของเซร่านั้นไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เซร่าที่หมดแรงและทรุดลงไปเองทำได้เพียงปล่อยให้ตัวเองสั่นคลอนไปตามจังหวะที่เอน็อคโยกคลอนร่างกายเธออย่างว่าง่าย
ขาที่อ้ากว้างสั่นระริก ส่วนท้องที่ถูกกระแทกกระทั้นไม่หยุดยังคงกระตุกเกร็ง ร่างกายที่ผ่านการถึงจุดสุดยอดมาหลายครั้งถูกความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเข้าครอบงำจนแทบจะกรีดร้องขอให้ปล่อยเธอหลับไปเสียที
โยกสะโพกกระหน่ำใส่มานานขนาดนี้ ตามมารยาทแล้วเอน็อคควรจะหลั่งออกมาสักครั้งได้แล้ว ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะทำเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
การกระทำนี้จะมีจุดสิ้นสุดหรือไม่นะ เซร่าที่เคยหลอมละลายไปกับความหฤหรรษ์เริ่มหมดเรี่ยวแรงลงเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป นอกเหนือจากความรู้สึกเสียวซ่านแล้ว ความรุนแรงของการร่วมรักนั้นหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่พละกำลังอันอ่อนแอของเธอจะทนรับไหว
“พะ พอ… ได้แล้ว… หยุดสักที……”
ด้วยเหตุนี้เซร่าจึงลืมแม้กระทั่งเรื่องที่ตนเองเคยขอร้องไม่ให้เขาถอนตัวออกแล้ววิงวอนขอให้เขาไสหัวไปเสีย
ปั่ก! ราวกับตอบรับคำขอนั้น เอน็อคกระแทกสวนเข้าไปลึกสุดโคนเป็นครั้งสุดท้าย น้ำรักข้นเหนียวที่ถูกดันออกมาด้วยแรงอัดมหาศาลสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนหว่างขาของเขา
เซร่าที่ไม่เหลือแม้แต่แรงจะส่งเสียงครางได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ส่งเสียงแค่ ‘อา’ ออกมา
เขาที่ควงสะโพกวนเป็นวงอย่างเชื่องช้าไปรอบหนึ่งเอียงคอพลางผุดรอยยิ้มที่ดูชวนขนลุกพิลึกขึ้นมา
“พูดจาห้วนขึ้นตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ?”
ชายหนุ่มที่หยีตายิ้มอย่างอ่อนโยนเอ่ยทักมารยาทของเซร่าที่หลุดลอยไปอย่างแนบเนียน
เซร่าที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดอ้าปากค้างส่งเสียง ‘อ๊ะ’ ออกมาเหมือนถูกจี้ใจดำ เพราะมัวแต่ทรมานจนสติหลุด เธอจึงลืมใช้คำสุภาพที่พยายามรักษาไว้ไปเสียสนิท
“ตอนนี้ชักจะเอาใหญ่แล้วสินะ หืม?”
เอน็อคที่คำรามอย่างดุดันแกล้งขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างรุนแรงและรวดเร็วด้วยสีหน้าเปี่ยมอารมณ์ ทุกครั้งที่เอน็อคตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม น้ำรักก็สาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทางอย่างบ้าคลั่ง
“อื้อ! ฮึก! ปะ เปล่า! ไม่ใช่ค่ะ! ไม่ใช่แล้วค่ะ!”
เซร่าที่ตระหนักได้ว่าดื้อดึงไปก็ไม่มีอะไรดีรีบเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาตะโกนอย่างสุภาพอ่อนน้อมทันที
“ก็นั่นสิ มาทำเป็นเคารพฉันเอาป่านนี้มันก็น่าตลกดีเหมือนกัน ว่าไหม?”
แม้เธอจะเปลี่ยนท่าทีจนดูน่าสมเพชเพียงใด ทว่าเอน็อคก็ยังคงเหน็บแนมราวกับยังไม่สบอารมณ์อยู่ดี
“ทั้งที่เธอผลักไสฉันออกไปซึ่งๆ หน้าขนาดนั้นแท้ๆ”
กำลังโหลดความเห็น...