“[นิยาย] เมื่ออดีตชาติ ฉันเคยขายชาติมาแล้วค่ะ” มีฉากหรือเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ กดยืนยันเพื่อเข้าชม เว็บจะจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้
ตอนที่ 19
พลอยให้เอน็อคที่ค่อยๆ โน้มตัวลงมาเริ่มทิ้งน้ำหนักลงบนร่างสตรีที่อยู่ด้านล่างอย่างช้าๆ สัมผัสที่สะดือแนบชิดติดกันนั้นชวนให้อับอายจนไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
แม้จะมีเนื้อผ้าบางๆ คั่นกลางไว้ราวกับม่านคุ้มกัน แต่ตัวตนอันแข็งแกร่งเป็นมัดกล้ามและกำลังขยับไหวของเอน็อคก็ส่งผ่านความรู้สึกมาอย่างแจ่มชัด
“เอ่อ ดะ เดี๋ยวก่อนสิ…”
สติสัมปชัญญะของเซร่าที่หยุดทำงานโดยสิ้นเชิงในเวลานี้ไม่อาจประมวลผลไปถึงข้อสรุปที่ว่าเธอควรผลักเขาออกไปได้เลย
ดังนั้นเมื่อได้สติขึ้นมาอีกที เอน็อคก็แทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างขาของเธอแล้ว พร้อมกับกดท่อนล่างอันหนักอึ้งลงมาแนบแน่น
“ต ส ตั้งแต่เมื่อไหร่…”
เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่ตอนไหนกัน เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขาตัวเองแยกออกจากกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เซร่าได้แต่ตื่นตระหนกตกใจ
“อย่าเร่งสิ—”
บทสนทนาที่ผิดเพี้ยนไปไกลตั้งแต่แรกไม่มีทีท่าว่าจะหวนกลับสู่ภาวะปกติได้เลย เอน็อคที่ตีความประโยคที่ขาดหายไปว่าเป็นคำเร่งเร้าว่า ‘เมื่อไหร่จะสอดใส่เข้ามา’ จึงบอกให้เธอใจเย็นๆ พลางกุมสะโพกของเซร่าเอาไว้แน่น
ร่างเล็กของเธอพอดีกับมือของเขาราวกับสร้างขึ้นมาคู่กัน เอน็อคดูจะถูกใจสัมผัสนั้นมาก จึงเคล้นคลึงเรือนร่างอันนุ่มนิ่มของสตรีที่ติดตรึงอยู่ใต้ปลายนิ้ว
“ต้องเปียกก่อนถึงจะใส่ได้สิ”
น้ำเสียงที่เอ่ยถึงการสอดใส่ออกมาหน้าตาเฉยนั้นช่างหวานหยดย้อย หวานจนหูแทบจะเน่าเปื่อยไปเสียให้ได้
หลังจากพ่นคำพูดลามกออกมา มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็เลิกชายกระโปรงของเซร่าที่ร่นขึ้นมาจนหมดหน้าที่ของเสื้อผ้าไปแล้วให้สูงขึ้น พลางบดเบียดท่อนล่างที่แนบชิดขึ้นลงอย่างเนิบนาบ
“……!”
สัมผัสจากสิ่งร้อนผ่าวที่อยู่ระหว่างขาของเซร่าแจ่มชัดจนสัมผัสได้ อวัยวะเพศที่แข็งขืนเต็มที่ขยับไหวอยู่ใต้เนื้อผ้าบางๆ ราวกับพร้อมจะทะลวงผ่านออกมาได้ทุกเมื่อ
เอน็อคใช้สองมือจับเอวคอดกิ่วของเซร่าเอาไว้ ยามที่เขากางมือออกกว้าง นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างก็เฉียดเข้าใกล้กันจนแทบจะจรดกันได้
“เล็กจริงๆ เลย”
หลังจากพึมพำกับตัวเองอย่างพึงพอใจ เอน็อคก็ยกสะโพกกระแทกขึ้นมาเหมือนกำลังจะสอดใส่จริงๆ
“อ๊า…!”
เพียงแค่การเคลื่อนไหวนั้นแค่ครั้งเดียว เสียงครางวาบหวามก็หลุดออกมาจากปากของเซร่า
มันเป็นเสียงที่หลุดออกมาตามสัญชาตญาณอย่างแท้จริงโดยไม่ได้ตั้งใจ
“……!”
เซร่าที่ตกใจรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้ทันควัน มันเป็นเสียงน่าอับอายจนไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะเป็นคนเปล่งออกมา เธอขมวดคิ้วแน่นด้วยความรู้สึกอับจนหนทางพลางหลับตาปี๋
‘เขาได้ยินหรือเปล่านะ…’
ต้องได้ยินอยู่แล้วสิ! เธอร้องลั่นขนาดนั้น! แม้แต่ตัวเองฟังแล้วยังรู้สึกว่าเป็นเสียงครางกระเส่าจนน่าหมั่นไส้ สองหูของเซร่าจึงแดงก่ำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว น่าอายชะมัด…! เซร่ากัดฟันกรอดพลางเตรียมใจรับมือกับคำพูดไร้สาระของเอน็อคที่กำลังจะตามมา
“……?”
ทว่าต่อให้รออยู่นานเพียงใด เอน็อคกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย ทั้งที่เวลานี้เขาควรจะหาเรื่องหยิบยกเสียงครางน่าอับอายนั้นมาเล่นมุกตลกชั้นต่ำใส่เธอแล้วแท้ๆ
“…….”
'ทำไมถึงเงียบแบบนี้นะ?' ในเสี้ยววินาทีที่เซร่ารู้สึกแปลกใจกับความเงียบผิดวิสัยจนต้องเหลือบตาขึ้นมองเอน็อคนั้นเอง
“อื้อ!”
ทันทีที่เธอหันหน้าไป ริมฝีปากก็ถูกกลืนกินไปเสียแล้ว
“……!”
ด้วยเหตุนั้น ดวงตาทั้งสองข้างของเซร่าจึงเบิกกว้างแทบถลน เอน็อคที่ทาบทับลงมาราวกับจะขย้ำได้กดทับร่างของเธอไว้จนมิด เมื่อจัดท่าทางได้เหมาะเจาะ เขาก็เริ่มกระแทกสะโพกสวนขึ้นมาด้วยน้ำหนักที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
บางจังหวะก็หนักหน่วง บางจังหวะก็ควงสะโพกเนิบนาบชวนให้กระวนกระวาย มือที่สอดแทรกเข้าไปใต้เสื้อของเซร่ากอบกุมทรวงอกแล้วขยำเบาๆ อย่างนุ่มนวล
เขาลอบผ่อนลมหายใจอย่างพึงพอใจราวกับชอบใจเนื้อนุ่มหยุ่นที่ปลิ้นทะลักออกมาตามร่องนิ้วทุกครั้งที่กำและคลายมือ
ลิ้นที่สอดเข้าไปกวาดต้อนภายในโพรงปากกลับร้อนรนเหลือเกิน ต่างจากท่วงท่าอันเนิบนาบ เขาไม่ลังเลที่จะเผยคมเขี้ยวออกมาระหว่างประกบจูบ ราวกับสัตว์นักล่าที่จ้องจะปล้นชิงเสียงครางทั้งหมดของเธอไป
ความรู้สึกที่ทั้งเชื่องช้า นุ่มนวล ทว่าหนักหน่วงและชวนให้หน้ามืดตาลอยได้ปลุกเร้าจุดกระสันของเซร่าขึ้นมาพร้อมๆ กัน ท่ามกลางความรู้สึกแปลกใหม่ที่ถาโถมเข้ามาจนตั้งสติไม่ทัน เซร่าก็ถูกพัดพาไปอย่างไร้ทางขัดขืน
‘อะไรเนี่ย... นี่มันบ้าอะไรกัน...!’
ความรู้สึกยามที่จุดกระสันซึ่งไม่เคยได้ใช้งานมาตลอดทั้งชีวิตถูกปลุกให้ตื่นขึ้นช่างน่าอัศจรรย์ใจแท้จริง ทุกจุดที่เคยสัมผัสกับเอน็อคร้อนรุ่มราวกับมีเปลวไฟที่ไม่มีวันมอดดับลุกโชนอยู่
ต่อให้เธอจะไร้ประสบการณ์เพียงใด แต่เรื่องพรรค์นั้นระหว่างชายหญิงเกิดขึ้นอย่างไรเธอก็พอรู้อยู่บ้าง ทว่าในบรรดาเรื่องเล่าที่เซร่าเคยได้ยินผ่านๆ มา ไม่เคยมีเรื่องไหนบอกเลยว่าการร่วมเพศจะเร่าร้อนได้ถึงเพียงนี้
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือแม้คู่กรณีจะเป็นเอน็อค ซอร์เซอร์ เธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยสักนิด หากพูดแบบนี้ คนอื่นอาจคิดว่าเธอเป็นหญิงลามกที่ถูกตัณหาราคะครอบงำ แต่เรื่องนี้เธอขอพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า
ไม่ว่าใครก็ตาม หากได้มาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเธอในตอนนี้คงได้ประจักษ์ชัดว่าคำว่าเหตุสุดวิสัยมันคืออะไร ศัตรูที่เคยฆ่าตัวเองน่ะเหรอ? วีรบุรุษแห่งยุคน่ะเหรอ? ไอ้สารเลวซวยซับซวยซ้อนน่ะเหรอ? ตัวเขาบนเตียงช่าง... เร้าอารมณ์เสียจนเธอแทบนึกคำจำกัดความทั้งหมดที่ใช้เรียกเอน็อค ซอร์เซอร์ไม่ออกเลยทีเดียว
มันเร้าอารมณ์จนคำว่าลามกแทบจะหลุดออกมาจากปากเอง คำว่าเคลิบเคลิ้มหลงใหลคงเอาไว้ใช้ในเวลาแบบนี้สินะ? เซร่าไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะรู้สึกดึงดูดใจกับเรือนร่างของคนอื่นได้ถึงขนาดนี้
ระหว่างนั้น สัมผัสที่แฝงไปด้วยความปรารถนาของเขาก็ลูบไล้ไปทั่วร่างของเซร่าอย่างเงียบเชียบทว่าลื่นไหลราวกับงูที่เลื้อยผ่านพงหญ้า อุณหภูมิกายที่แนบชิดเข้ามานั้นร้อนผ่าวกว่าคราแรกจนเทียบไม่ติด เขาปรนเปรอเย้าแหย่เธออย่างไม่ยอมปล่อย ราวกับคนที่ต้องการหลอมรวมเซร่าให้มีอุณหภูมิเดียวกับตน
ความร้อนรุ่มที่คดเคี้ยวชอนไชไปตามฝ่ามือที่ชี้นำของเอน็อคมารวมตัวกันอยู่แถวสะดือ เพราะความร้อนที่ทวีตัวขึ้นจนราวกับมีรูปร่าง เซร่าจึงต้องทนทรมานกับความรู้สึกที่ท้องน้อยขมิบเกร็งไม่หยุดหย่อน
และเมื่อความร้อนที่ลามเลียเข้ามาในร่างกายของเธอมารวมตัวกันที่จุดเดียวได้อย่างราบรื่น— เอน็อคก็ออกแรงกดลงไปตรงจุดเหนือบือของเซร่า ซึ่งเป็นจุดที่ความร้อนสะสมตัวอยู่แน่นขนัดพอดี
“ฮ๊าง!”
พร้อมกันนั้น ประกายไฟที่จุดติดชนวนก็ระเบิดออกในพริบตา กระแสไฟฟ้าที่ปะทุดังเปรี๊ยะพุ่งเข้าจู่โจมหว่างขาของเซร่าอย่างจัง
กระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านแนวสะดือส่งตรงไปยังถ้ำลึกที่เซร่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ หว่างขาอันบอบบาง ลึกเข้าไปยิ่งกว่านั้น ผนังเนื้อด้านในที่สั่นระริกอย่างกระวนกระวายตั้งแต่เมื่อครู่พลันสั่นสะท้านกับความสุขสมที่ในที่สุดก็มาถึง
“อ๊าา!”
สะโพกของเซร่าแอ่นโค้งขึ้นอย่างแรงด้วยเหตุนั้น หยาดน้ำร้อนผ่าวกระฉูดทะลักออกมาจากหว่างขา
หว่างขาเปียกชุ่มไปด้วยสัมผัสอันแจ่มชัดเช่นนั้น แผ่นหลังที่แอ่นโค้งสั่นเทาอย่างรุนแรง ขาทั้งสองข้างที่อ้าค้างอยู่อย่างเก้ๆ กังๆ พลันเกร็งแน่นขึ้นมาทันที
“อื้อออ...!”
เซร่าที่จิกปลายเท้างองุ้มส่งเสียงครางครวญครางยาวเหยียด ขาทั้งสองข้างกระตุกเกร็งอย่างบ้าคลั่งราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก กระแสไฟฟ้าแล่นผ่านตั้งแต่สะดือไปจนถึงหว่างขา และจากตรงนั้นก็แล่นต่อไปจนถึงปลายเท้าเหมือนเชื่อมต่อเป็นสายเดียวกัน เปรี๊ยะๆ ประกายไฟแตกกระจายไปทั่วท่อนล่างอย่างสะเปะสะปะ ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น ภาพตรงหน้าก็สว่างวาบกะพริบถี่รัว
จุดสุดยอดครั้งแรกในชีวิตนั้นรุนแรงถึงเพียงนั้น
“ว้าว―”
เอน็อคที่ได้ร่วมอยู่ในช่วงเวลาแรกอันน่าตื้นตันใจนั้นเอ่ยชื่นชมอย่างใสซื่อ ชายหนุ่มที่หยุดจูบตั้งแต่ตอนที่เซร่าเด้งสะโพกขึ้นมาทอดสายตามองเรือนร่างสตรีที่เร่าร้อนได้อย่างยอดเยี่ยมพลางยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
“เสร็จแล้วเหรอ”
เซร่าขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดกับคำสแลงที่มีเพียงผู้มีประสบการณ์เรื่องบนเตียงเท่านั้นถึงจะเข้าใจ ไปไหนกัน ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วจะให้ไปไหนนักหนา...
เซร่าที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถึงจุดสุดยอดได้แต่หอบหายใจพลางกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้เผลอส่งเสียงครางน่าอายออกไป เธอเพียงแค่คิดว่าไอความร้อนที่ยังคงวูบวาบเกาะกุมบั้นเอวอยู่นั้นชวนให้รู้สึกจั๊กจี้เหลือเกิน
“ไวต่อสัมผัส มากเลยนะ”
เอน็อคพึมพำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจนร่างของเซร่าสั่นสะท้านพลางลูบไล้เรือนร่างสตรีที่เปิดเปลือยอย่างไร้การป้องกัน ปลายนิ้วที่แตะต้องเฉียดไปเฉียดมากรีดกรายเรือนร่างของเธอจากล่างขึ้นบน ความสุขสมที่กระจายตัวออกไปอย่างสะเปะสะปะจึงกลับมารวมตัวกันอยู่ใต้ปลายนิ้วของเอน็อคอีกครั้ง ไอความร้อนนั้นลอยคว้างราวกับกำลังหาทางระบายแห่งใหม่แล้วเคลื่อนผ่านลิ้นปี่ ผ่านซอกซี่โครง และขึ้นไปยังหน้าอกของเซร่า
ดังนั้น เมื่อปลายนิ้วที่คืบคลานขึ้นมาอย่างเชื่องช้าแตะโดนปลายคางที่เชิดขึ้นเบาๆ―
“……!”
พรวด! การระเบิดก็บังเกิดขึ้นอีกครา หยาดน้ำร้อนผ่าวหยดแหมะๆ ลงบนหลังมือที่ยกขึ้นมาอุดปากตัวเองไว้ อะไรไหลออกมาน่ะ เซร่าฝืนดึงสติจากดวงตาที่พร่ามัวเพื่อก้มดูหลังมือของตน
“...เหอะ―”
เลือดกำเดา
“ฮ่าๆ!”
เมื่อเห็นโลหิตสีสดหยดร่วงลงมา เอน็อคก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างรื่นเริง
“ต้องถึงขนาดนั้นเชียว...”
เอน็อคที่เห็นเลือดกำเดาของเซร่ามีปฏิกิริยาที่ผสมปนเปกันระหว่างความภูมิใจกับความเคอะเขินคนละครึ่ง เขาโน้มตัวลงมาใกล้เธอมากขึ้นพลางช่วยเช็ดเลือดกำเดาให้อย่างอ่อนโยน
“บางครั้งก็มีพวกที่ซึ้งใจจนร้องไห้อยู่หรอกนะ แต่อันนี้ก็แปลกใหม่ดีในแบบของมัน”
เอน็อคที่ช่วยเช็ดหน้าให้จนสะอาดหมดจดดึงเอาประสบการณ์อื่นมาพูดถึงบนเตียง ท่าทางเป็นกันเองราวกับกำลังคุยเรื่องชีวิตประจำวันนั้นดูไม่มีความคิดที่จะซ่อนเร้นชีวิตอันสำมะเลเทเมาของตนเลยแม้แต่น้อย
“……!”
หลังจากเช็ดคราบเลือดด้วยเศษผ้าที่ตกอยู่เกลื่อนกลาดแล้ว เขาก็จับข้อเท้าของเซร่าแยกออกไปด้านข้างให้กว้างขึ้น
สายลมพัดผ่านส่วนล่างที่เปิดโล่งโจ๋งครึ่ม ในขณะเดียวกัน บางสิ่งที่เรียวยาวก็แทรกซึมสวบเข้าไปในช่องทางที่ยังคงกระตุกตุบๆ นิ้วกลางของเอน็อคนั่นเอง
“ฮึ?!”
เอน็อคที่สอดนิ้วเข้าไปลึกจนหลังมือแนบชิดกระดิกนิ้วยุกยิกราวกับกำลังทดสอบอะไรบางอย่าง แจ๊ะ แจ๊ะ ทันทีที่สอดเข้าไป เสียงอันน่ากระดากอายก็ดังขึ้น ส่วนล่างที่เพิ่งจะสงบลงได้กลับเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งจากการขยับเขยื้อนที่รุกล้ำชอนไชอยู่ภายในร่างกายโดยไม่สนใจความต้องการของเธอเลย
“อึ๊ก!”
เซร่าที่ทนทานสัมผัสนั้นไม่ไหวจิกปลายเท้างองุ้มพลางเกร็งท่อนล่างแน่น เฮ้อ... เอน็อคที่ถอนหายใจอย่างพึงพอใจชักนิ้วออกโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า
“ดูนี่สิ”
แล้วเขาก็แกว่งมันตรงหน้าเธอราวกับจะอวดถ้วยรางวัล นิ้วมือที่แลดูศักดิ์สิทธิ์ยามต้องแสงตะวันสว่างจ้าเปียกเยิ้มเป็นมันวาวไปทั่ว เอน็อคที่รอให้เซร่าได้ดูจนเต็มตาก็ตวัดลิ้นเลียกินนิ้วนั้นอย่างจงใจอวด
พร้อมกับกระซิบแผ่วเบา
“เปียกแล้วนี่ ชุ่มเชียว” “...!”
น้ำเสียงนั้นโถมคลุมร่างเซร่าราวกับมีตัวตน ความขนลุกชันที่เริ่มจากข้างหูซ้ายแล่นผ่านหัวไหล่ลามลงไปด้านล่าง ในระหว่างที่เซร่าสั่นสะท้านจนห่อไหล่ เอน็อคที่ยันกายท่อนบนขึ้นก็เสยผมพลางพึมพำ
“คับไปหน่อยก็จริง แต่ระดับนี้น่าจะใส่เข้าไปได้อยู่”
อะไรนะ? ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิด เขาก็รูดเป้ากางเกงลงมาพรวดเดียว
กำลังโหลดความเห็น...