คลังเรื่องเร็ว ๆ นี้มาแรงเสนอเรื่องที่อยากให้แปลตารางอัป
–
ลูมอนโซ่ · ผู้รักการอ่านมังฮวาและนิยายอ่านเวอร์ชันต้นฉบับและแปลไทยได้ตามลิงก์ในแต่ละเรื่อง
ข้อมูลเว็บและติดต่อ
ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายเหรียญและการคืนเงินความเป็นส่วนตัวเหรียญติดต่อเรา

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์ตอน 57

ตอน 57

แน่ใจว่าในตอนแรก ความรู้สึกที่มีต่อโรดี้เป็นเพียง ‘ความเลื่อมใส’ หรือ ‘ความอิจฉา’ เท่านั้นแท้ๆ

……ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกมันเอ่อล้นขึ้นมาถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ต่อให้พยายามดึงดันเถียงข้างๆ คูๆ ว่า ‘ยัง’ ไม่ได้คิดจริงจังขนาดนั้นก็ไร้ประโยชน์

เพราะแค่เผลอเหม่อไปคิดเรื่องอื่นเพียงนิด ความคิดคำนึงก็มักจะวกกลับมาที่โรดี้เสมอ

‘ทำไมกันนะ’

เขาสงสัยว่าเพราะเหตุใดใจจึงต้องถูกดึงดูดไปหาเธอ ทว่าในยามนี้ ‘เหตุผล’ และ ‘หลักการ’ ที่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอกลับไม่สามารถให้คำตอบได้เลย

ตั้งแต่แรกแล้ว เขายังสงสัยเสียด้วยซ้ำว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่มีคำตอบถูกต้องอยู่จริงหรือเปล่า

“…….”

ริเคนส์ที่ตกอยู่ในความสับสนได้แต่มองทิวทัศน์ด้านนอกอย่างไร้จุดหมาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขานั่งเหม่อลอยทิ้งตัวเช่นนี้ทั้งที่มีงานกองพะเนิน

เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วนะ

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังสะท้อนขึ้นในห้องอันเงียบสงัด

“มีอะไรหรือ”

มีเสียงของพ่อบ้านดังแว่วเข้ามา

“ท่านดยุคครับ ได้เวลางานเลี้ยงแล้วครับ”

“ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ริเคนส์ถอนหายใจยาวพลางหยิบเสื้อคลุมตัวนอกที่ถอดวางไว้ขึ้นมา

‘โรดี้จะมาถึงหรือยังนะ’

การส่งชุดเดรสกับเครื่องประดับไปให้นั้นเป็นเพียงเพราะแรงกระตุ้นอันโง่เขลา

ความปรารถนาอันแสนงี่เง่าที่อยากให้มีร่องรอยของตนปรากฏอยู่บนตัวเธอสักนิดก็ยังดี

ต่อให้คิดดูเอง ตัวเขาในตอนนี้ก็อยู่ในสภาพที่แปลกประหลาดมากจริงๆ

‘ช่วยไม่ได้สินะ’

ริเคนส์หัวเราะเยาะตัวเอง

‘วันนี้คงต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดแล้ว’

ว่าความรู้สึกนี้เป็นเพียงความชอบพอธรรมดา หรือเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งดั่งห้วงเหวลึกกันแน่

หากเป็นอย่างแรก เขาก็ต้องตัดใจให้เด็ดขาดเพื่อโรดี้ผู้มีกำแพงป้องกันตนเองจากผู้อื่น แต่หากเป็นอย่างหลังล่ะก็……

ริเคนส์พึมพำขึ้นมาทันใด

“คงต้อง... พยายามสินะ”

เขาไม่ได้กังวลเรื่องความล้มเหลวเลย

เพราะการพยายามอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อใครสักคน คือสิ่งที่เขาถนัดที่สุดอยู่แล้ว

◆ ◆ ◆

“ผู้หญิงคนนั้นทำไมถึง……?”

“แถมยังควงคู่มาด้วยเนี่ยนะ!”

ทันทีที่โรดี้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตามากมายที่พุ่งตรงมายังตน

ต่อให้เธอจะใจกล้าบ้าบิ่นแค่ไหน แต่พอถูกสายตาระดับนี้จับจ้องพร้อมกันในคราวเดียว ก็ย่อมต้องรู้สึกประหม่าเป็นธรรมดา

“อย่าเข้าใจผิดไป พวกเขาไม่ได้มองเธอหรอก”

ไคลูสที่สัมผัสได้ถึงแรงบีบที่มือของคู่ควงเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างเนือยๆ

“พวกเขามองฉันที่วันนี้ดูหล่อเป็นพิเศษต่างหากล่ะ”

คำพูดที่โพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้โรดี้เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นหัวเราะ

“เล่นมุกแบบนี้เป็นกับเขาด้วยเหรอเนี่ย”

เขาตอบกลับมาอย่างหน้าตาย

“ไม่ได้ล้อเล่นสักหน่อย”

โรดี้ยอมรับ

“เอาเถอะ พวกเขาอาจจะมองนายจริงๆ ก็ได้”

ไคลูสที่แต่งองค์ทรงเครื่องเพื่องานเลี้ยงในวันนี้ดูเฉิดฉายเปล่งประกายสะดุดตาเป็นพิเศษ

เพราะมีเลดี้สูงศักดิ์บางคนถึงกับละสายตาไปจากใบหน้าของเขาไม่ได้เลยจริงๆ

“ไคลูส นายนี่ฮอตจริงๆ เลยนะ”

“เพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาป่านนี้เหรอ”

เมื่อทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน ในสายตาของบุคคลภายนอกจึงดูเหมือนคู่ควงที่สนิทสนมกลมเกลียวกันอย่างยิ่ง สายตาของเลดี้บางคนจึงตวัดมองมาอย่างขุ่นเคือง

‘คงเป็นพวกคุณหนูที่มีใจให้ไคลูสจริงๆ สินะ’

เป็นความรู้สึกแรงกล้าเสียจนโรดี้ที่พาเขามาเป็นคู่ควงเพียงเพราะใช้งานง่ายรู้สึกผิดขึ้นมาเลยทีเดียว

‘แต่ว่านะ’

อย่างน้อยก็แค่วันนี้ที่เธอไม่อาจผละไปจากข้างกายไคลูสได้ เพราะเห็นได้ชัดว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่สบอารมณ์ขึ้นแน่

การกลายมาเป็นสามัญชนทำให้เธอตกเป็นเหยื่ออันโอชะที่เล่นงานได้ง่ายดายเหลือเกินในสถานที่แห่งนี้

‘ถ้าไม่ใช่งานเลี้ยงฉลองการสืบทอดตำแหน่งของริเคนส์ละก็’

ไม่สิ อย่างน้อยหากช่วงที่ผ่านมานี้ริเคนส์ทำดีกับเธอน้อยกว่านี้สักนิด เธอคงไม่มาเยือนงานแบบนี้เป็นแน่

“สายตาแต่ละคนเริ่มไม่ธรรมดาแล้วสิ”

โรดี้แย้มยิ้มพลางกล่าวเสริม

“ไคลูส วันนี้ฝากด้วยนะ”

“เรื่องแผลงฤทธิ์ใส่ไอ้พวกเวรนั่นฉันมั่นใจว่าทำได้ดีกว่าเธออยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก”

ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาช่างเป็นพวกพ้องที่พึ่งพาได้อย่างยิ่ง

ทั้งสองคนเลือกจับจองพื้นที่ตรงมุมห้องอย่างพอเหมาะพอเจาะ ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าสายตาที่ทิ่มแทงเข้ามาจะมลายหายไปทั้งหมด

โรดี้มองหาริเคนส์ท่ามกลางฝูงชน

เธอตั้งใจว่าจะทักทายเขาเสียก่อน จากนั้นพอถึงเวลาที่กลับแล้วไม่ถือว่าเสียมารยาทก็ค่อยปลีกตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ

“ตอนนี้คงยากหน่อยนะ”

ไคลูสที่สังเกตออกว่าเธอกำลังมองหาใครเอ่ยขึ้น

“เพราะทุกคนกำลังกระวนกระวายอยากสร้างความประทับใจให้เข้าตากันทั้งนั้น”

“จริงด้วยสิ”

โรดี้ที่มองเห็นริเคนส์กำลังทักทายผู้คนมากมายอย่างไม่หยุดหย่อนเอ่ยเห็นพ้อง

“คงต้องค่อยหาจังหวะไปทักทายทีหลังแล้วล่ะ”

“นอกจากท่านเซอร์แล้ว ไม่มีใครที่ต้องไปทักทายอีกเหรอ”

“ไม่น่ามีนะ……?”

“งั้น ให้ไล่เลดี้คนนั้นไปไหม”

ไคลูสหันหน้าพลางเอ่ยถาม โรดี้ที่มองตามสายตาเขาไปโดยไม่คิดอะไรจึงได้สังเกตเห็นเลดี้ชนชั้นสูงที่กำลังเดินตรงเข้ามา

“ราฟี”

ราฟี วิโอเล็ตที่สบตากันแย้มยิ้มออกมา

“โรดี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

ไคลูสขยับปากถามแบบไม่ออกเสียง

คนรู้จักเหรอ

โรดี้พยักหน้าเบาๆ พลางเอ่ย

“ไคลูส ทางนี้คือท่านหญิงราฟี วิโอเล็ตค่ะ ส่วนกับฉัน…….”

เธอกลุ้มใจว่าจะอธิบายความสัมพันธ์นี้อย่างไรดี

ราฟีที่สังเกตเห็นความลังเลของเธอจึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน

“พวกเราเคยถูกลักพาตัวไปด้วยกันน่ะค่ะ”

ไคลูสถามย้ำอย่างกังขา

“ลักพาตัว?”

โรดี้ตอบรับอย่างกระอักกระอ่วน

“คะ-คือ ในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่คลี่คลายไปก่อนหน้านี้น่ะค่ะ”

“อ๋อ”

พอจำเรื่องฆาตกรต่อเนื่องที่เคยสร้างความโกลาหลไปทั่วเมืองหลวงอยู่ช่วงหนึ่งได้ ไคลูสจึงพยักหน้าเข้าใจ

‘จำได้ว่ามีเลดี้จากตระกูลขุนนางคนอื่นถูกลักพาตัวไปแล้วได้รับการปล่อยตัวมาสินะ’

ไคลูสลอบสังเกตราฟีครู่หนึ่ง

นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นไม่ได้แฝงความประสงค์ร้ายอันใดเป็นพิเศษ

‘ดูท่าคงไม่ใช่คนที่ต้องไล่ไปสินะ’

เมื่อเห็นราฟีแสดงท่าทางยินดีที่ได้พบ โรดี้จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ราฟี เข้ามาทักทายฉันซึ่งๆ หน้าแบบนี้จะดีเหรอคะ”

หากอีกฝ่ายเข้ามาทักทายตนที่กลายเป็นสามัญชนไปแล้วอย่างไม่ระวังจนพลอยถูกกีดกันออกจากแวดวงสังคมชั้นสูงไปด้วยคงแย่แน่

“อย่ากังวลไปเลยค่ะ”

ราฟีหัวเราะเบาๆ ไร้เสียง

“ทุกคนต่างก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องของคุณโรดี้จนแทบขาดใจ แต่กำลังฝืนทนเอาไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันสูงส่งกันอยู่ต่างหากล่ะคะ”

เธอชำเลืองมองไปทางด้านหลังอย่างแนบเนียนพลางเอ่ยอย่างผึ่งผาย

“อีกอย่าง พวกเราก็สัญญากันแล้วนี่คะว่าจะทักทายกันในงานสังคม คงไม่ได้ลืมไปแล้วหรอกนะคะ”

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

ราฟีบ่นอุบอิบคล้ายกับน้อยใจ

“ทำไมถึงไม่มาหาฉันก่อนล่ะคะ แถมยังเอาแต่อยู่แต่ตรงมุมห้องแบบนี้อีก”

“ฉันแค่อยากเลี่ยงการปะทะและการโจมตีโดยไม่จำเป็นน่ะค่ะ ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะใช้ชาติตระกูลกดดันคนอื่นได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย”

“แหม”

ราฟีทอประกายดวงตาสีฟ้าครามระยับ

“คงไม่ได้ถูกโจมตีโต้งๆ เหมือนอย่างที่คิดหรอกค่ะ”

โรดี้เอ่ยถามด้วยความฉงน

“ทำไมเหรอคะ”

“รู้ไหมคะว่าตอนนี้คุณกลายเป็นคนดังของแวดวงสังคมขนาดไหน มีบทความลงหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ตั้งกี่ครั้ง แถมยังเป็นเจ้าของเหมืองหินเวทมนตร์แห่งใหม่……”

เธอแย้มยิ้มอย่างร่าเริง

“มิหนำซ้ำยังควงคู่มากับท่านชายฟรูอิน่าที่ไม่เคยไปไหนมาไหนกับคู่ควงมาก่อนอีก!”

โรดี้ทำหน้าเก้อเขิน

พอได้มาฟังวีรกรรมของตนเองต่อหน้าแบบนี้ แม้แต่เธอยังคิดเลยว่าตัวเองก่อเรื่องเอาไว้หวือหวาไม่น้อย

“คุณในตอนนี้เป็นคนดังยิ่งกว่าสมัยเป็นเลดี้แห่งตระกูลดยุคเสียอีกนะคะ”

ราฟีเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นผึ่งผาย

“ไม่เห็นจำเป็นต้องฝืนทำตัวลีบเล็กเลยนี่คะ”

เมื่อได้ยินคำนั้น โรดี้ก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เหล่าผู้คนที่แอบชำเลืองมองมาทางนี้ต่างพากันหลบสายตาอย่างลนลาน

‘ราฟีพูดถูก’

นี่คืองานแรกที่เธอปรากฏตัวในแวดวงสังคมหลังจากถูกขับไล่ออกจากตระกูล

‘ยิ่งฉันหลบอยู่ตรงมุมห้องมากเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งพึงพอใจว่าในที่สุดนังนางร้ายผู้หยิ่งยโสก็ตกอับเสียที’

เธอไม่มีทางมอบความพึงพอใจอันต่ำช้าเช่นนั้นให้แก่พวกที่คอยหัวเราะเยาะและปรารถนาให้ ‘โรดี้ตัวจริง’ พบกับความโชคร้ายเด็ดขาด

‘ตอนนี้แหละคือช่วงเวลาที่ต้องก้าวออกไปอย่างสง่าผ่าเผย’

ยิ่งไปกว่านั้น คนของตระกูลเอวองต์ก็อยู่ที่นี่ด้วยไม่ใช่หรือไง

“เธอพูดถูกแล้วล่ะ ราฟี”

โรดี้หัวเราะหึออกมา

“ทำไมฉันถึงคิดแต่จะไปหลบอยู่ตามมุมห้องกันนะ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลให้ต้องหดหัวเลยสักนิดเดียวแท้ๆ”

ราฟีมองเธอพลางเผยสีหน้าพึงพอใจ

“ค่อยดูสมกับเป็นคุณโรดี้หน่อยค่ะ”

“งั้นเหรอคะ”

“คุณน่ะไม่เคยหวั่นเกรงแม้กระทั่งต่อหน้าฆาตกรถือขวานด้วยซ้ำไม่ใช่เหรอคะ เพราะฉะนั้นความจำเป็นที่ต้องไปกลัวพวกคนที่แต่งชุดราตรีหรูหราพวกนี้……”

ราฟีใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำช่องว่างเล็กจิ๋วขึ้นมา

“ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ”

โรดี้ที่เบิกตากว้างพลันยิ้มออกมาก่อนจะพยักหน้า

‘จริงด้วยสิ’

พอลองคิดดูแล้ว ชาติตระกูลพรรค์นั้นมันวิเศษวิเศษมาจากไหนกัน ถึงต้องไปหลบซ่อนหายใจแผ่วเบาอยู่ตามซอกมุมด้วยเล่า

‘ถ้าโดนหาเรื่อง ก็แค่ตอกกลับไปให้หงายเงิบก็สิ้นเรื่อง’

โรดี้หันไปมองคู่ควงของเธอ

“ไคลูส”

พอขานเรียกชื่อ ประกายตื่นเต้นก็วาบผ่านดวงตาของเขาที่แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายมาโดยตลอด

“พร้อมหรือยัง”

“โรดี้ ในที่สุดก็คิดจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหรอ”

“อื้อ”

“ค่อยยังชั่วหน่อย กำลังสงสัยอยู่พอดีเลยว่าเธอจะแกล้งทำตัวเรียบร้อยไปถึงเมื่อไหร่กันแน่”

“คิดแบบนั้นอยู่หรอกเหรอ”

ไคลูสเอ่ยเสริมอย่างหน้าตาเฉย

“ยังไงเธอก็ตั้งใจจะใช้งานฉันเยี่ยงทาสอยู่แล้วนี่ ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้แล้วก็ใช้งานให้คุ้มค่าไปเลยสิ”

“คำนั้นน่ะ อย่ามานึกเสียใจทีหลังแล้วกัน”

โรดี้ที่เอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจเบนสายตากลับไป

“ราฟี”

“ค่ะ”

“เพราะคุณแท้ๆ ทำให้ฉันจับทางได้ทันทีเลยว่าจะต้องทำตัวยังไงที่นี่”

โรดี้ยิ้มกริ่ม ราวกับเด็กแสบที่กำลังจะลงมือก่อเรื่องแกล้งคนครั้งใหญ่

“ไม่ได้ออกลายมาตั้งนาน ขอตัวไปป่วนให้เละสักยกนะคะ”

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์จบตอน 57
อ่านตอน 58 ต่อ
อ่านตอนล่าสุดได้ที่ลงถึงตอน 188
↗Readtoon
☆ ให้คะแนน / เขียนรีวิวเรื่องนี้

ความคิดเห็นตอนนี้

กำลังโหลดความเห็น...

ดูความเห็นทุกตอนของเรื่องนี้
‹ ตอน 56กลับหน้าเรื่อง
ตอน 56ตอน 58