ลูมอนโซ่
คลังเรื่องเร็ว ๆ นี้มาแรงเสนอเรื่องที่อยากให้แปลตารางอัปติดตามเรา
–
ลูมอนโซ่ · ผู้รักการอ่านมังฮวาและนิยายอ่านเวอร์ชันต้นฉบับและแปลไทยได้ตามลิงก์ในแต่ละเรื่อง
ข้อมูลเว็บและติดต่อ
ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายเหรียญและการคืนเงินความเป็นส่วนตัวเหรียญติดต่อเรา

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์ตอน 16

ตอน 16

หลังจากนั้น ริเคนส์คิดว่าโรดี้คงจะยอมแพ้ไปแล้ว

แต่ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้นเลยสักนิด

‘วันนี้ก็…… อีกแล้วงั้นเหรอ’

เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยที่ตามมาจากทางด้านหลัง

เมื่อชำเลืองมองไปข้างหลัง ก็เห็นเส้นผมสีม่วงของผู้หญิงที่ไม่มีทักษะในการสะกดรอยตามเอาเสียเลยโผล่พ้นออกมาแวบหนึ่ง

‘นี่ก็ปาเข้าไปสองวันติดแล้ว’

การทำเป็นเมินเฉยก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน

ริเคนส์กลั้นถอนหายใจพลางสาวเท้าก้าวอาดๆ ตรงไปยังคนที่ซ่อนตัวอยู่

“โรดี้”

พอเขาเรียกชื่อ หญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่ก็แสร้งทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“แหม ท่านเซอร์มักเซตา”

เธอส่งยิ้มเจื่อนๆ พลางหัวเราะแห้ง

“บะ บังเอิญจังเลยนะคะ”

ริเคนส์กอดอก

“ตามฉันมาทำไม”

“เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้ว……”

โรดี้ยกมือเท้าสะเอวพลางประกาศเป้าหมายอย่างผ่าเผย

“ก็เพื่อขายบ้านหลังนั้นให้ท่านยังไงล่ะคะ!”

“แบบนี้มัน”

ริเคนส์เอ่ยอย่างเฉียบขาด

“ยัดเยียดขายชัดๆ”

คำพูดที่คาดไม่ถึงทำเอาโรดี้ถึงกับเหวอไปเล็กน้อย

“ตามกฎหมายแห่งจักรวรรดิ การบังคับยัดเยียดขายของมีโทษปรับ”

เขาสำทับด้วยน้ำเสียงเย็นชาชนิดที่ว่าต่อให้โดนเข็มแทง เลือดก็คงไม่ไหลออกมาสักหยด

“ถ้าเธอยังขืนยัดเยียดขายแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงต้องจ่ายค่าปรับเป็นเหรียญทองสิบเหรียญแน่”

“…….”

ไหล่ที่เคยตั้งตรงอย่างผึ่งผายของโรดี้พลันลู่ลงอย่างหมดแรง

‘คราวนี้คงเลิกตามมาได้แล้วสินะ’

ริเคนส์เมินเธอแล้วเดินลาดตระเวนต่อไป

ทว่าหลังจากเดินไปได้ราวๆ สิบนาที เขาก็สัมผัสได้ถึงร่องรอยการติดตามที่เดินตามต้อยๆ มาข้างหลังอีกครั้ง

คราวนี้ถึงขั้นเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้ง

เขาหันกลับไปมองอีกรอบ

“การยัดเยียดขายมีโทษปรับ—”

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะคะ?”

โรดี้ยังคงทำหน้าหนาระรื่นราวกับเมื่อครู่ไม่เคยคอตกมาก่อน

“ฉันก็แค่เดินไปตามทางที่อยากไป แล้วมันก็บ๊ังเอิญจริงๆ ที่ทางนั้นดันเป็นทางเดียวกับท่านเซอร์แค่นั้นเองค่ะ”

โรดี้เชิดคางขึ้นสูงพลางเอ่ยออกมา

“เอาล่ะ แบบนี้ถือว่าผิดกฎหมายด้วยหรือเปล่าคะ?”

คราวนี้ฝ่ายที่พูดไม่ออกกลับกลายเป็นริเคนส์เสียเอง

“……หลังจากตักเตือนแล้ว หากยังสะกดรอยตามเกินสามวันขึ้นไป จะถือเป็นความผิดฐานสะกดรอยตาม”

โรดี้ตีความคำพูดนั้นตามใจชอบทันที

‘งั้นก็หมายความว่าฉันยังตามติดได้อย่างสบายใจไปอีกตั้งสองวันสินะ’

ในที่สุดริเคนส์ก็ถอดใจที่จะสลัดเธอให้พ้น แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมายถัดไปซึ่งเป็นถนนคนเดินในตลาดอย่างเงียบงัน

พอสถานการณ์กลายเป็นแบบนั้น โรดี้ก็ถึงขั้นก้าวขึ้นมาเดินเคียงข้างเขาหน้าตาเฉย

ริเคนส์เหลือบมองหญิงสาวที่เดินตามมาข้างๆ

‘ถ้าเด็ดขาดใส่ก็คงยอมถอยไปเองแท้ๆ’

ทว่าตอนนี้เขากลับไม่มีกะจิตกะใจจะทำถึงขนาดนั้น

อีกทั้งไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรเป็นพิเศษด้วย

‘เราใจอ่อนเกินไปหรือเปล่านะ’

พอคิดว่าตนเองมีหนี้บุญคุณกับเธอในวัยเด็ก จึงอาจทำให้เขาปฏิบัติตัวเช่นนี้ก็เป็นได้

ริเคนส์มองโรดี้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

‘คงอยากจะขายคฤหาสน์หลังนั้นให้ฉันเหลือเกินสินะ’

พูดตามตรงว่าเขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

หากเป็นคฤหาสน์ระดับนั้น การหาผู้ซื้อรายอื่นย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างแน่นอน

‘หรือว่าจะมีเจตนาอื่นแอบแฝงกันแน่’

เขาลองใคร่ครวญถึงเหตุผลที่โรดี้พยายามเข้าหาตน

‘ถ้าคิดตามปกติล่ะก็…… คงเป็นเพราะอยากได้รับความสนใจจากฉันสินะ’

นี่ไม่ใช่ความหลงตัวเองแต่อย่างใด

ริเคนส์ไม่มีคู่หมั้น ฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังมั่งคั่งอย่างยิ่ง

ถึงขนาดที่ว่าเมื่อไปงานเลี้ยงเต้นรำทีไร มักจะมีเลดี้ที่แกล้งทำเป็นแกล้งเป็นลมต่อหน้าต่อตาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาอยู่เสมอ

พูดตามตรงว่าในมุมมองของริเคนส์ คนพรรค์นั้นน่าเบื่อหน่ายเป็นที่สุด

‘หรือว่าโรดี้ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน’

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ริเคนส์จึงเอ่ยปากถาม

“ทำไมเธอถึงได้พยายามขายบ้านหลังนั้นให้ฉันนักล่ะ?”

“อ๊ะ ท่านเซอร์มักเซตา ดูตรงนั้นสิคะ”

……น่าเสียดายที่เธอไม่ได้สนใจฟังคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย

‘เราคิดไปเองงั้นเหรอ’

ดูเหมือนโรดี้จะไม่มีท่าทีคิดจะเอาอกเอาใจเขาเลยสักนิด

ริเคนส์กลั้นถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่อาจทราบได้ พลางมองไปยังทิศทางที่เธอชี้

บนแผงลอยที่พบเห็นได้ทั่วไปในตลาดมีเครื่องประดับหลากหลายชนิดวางขายอยู่

“เธอชอบของแบบนี้งั้นเหรอ?”

โรดี้หัวเราะสั้นๆ

“เปล่าค่ะ ฉันหมายถึงให้ดูงานฝีมือต่างหากล่ะคะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ริเคนส์จึงเพ่งมองเครื่องประดับชิ้นหนึ่งอย่างละเอียดก่อนจะเผลอเอ่ยปากออกมา

“ถึงวัสดุจะเป็นแค่เงินธรรมดาแต่งานฝีมือประณีตมากทีเดียว สัมผัสได้ถึงความพยายามและความมุ่งมั่นของคนทำเลยล่ะ”

ผิดกับปกติที่เป็นคนพูดน้อย คราวนี้เขากลับเอ่ยชื่นชมออกมายืดยาว

“ถ้าดูจากฝีมืออย่างเป็นกลางแล้ว นับว่าส่งขายให้ร้านที่รับรองชนชั้นสูงได้สบายๆ แทนที่จะมาวางขายในตลาดเสียอีก การได้มาเจอผลงานระดับนี้ที่นี่ถือว่าน่าทึ่งมากทีเดีย—”

ริเคนส์ที่เผลอพูดต่อจนลืมตัวพลันรู้สึกตัวได้ว่าพลาดไปเสียแล้ว

เมื่อหันไปมองข้างกาย ก็เห็นโรดี้กำลังยืนยิ้มแป้นอยู่

“น่าทึ่งมากทีเดียว แล้วไงต่อเหรอคะ”

ความรู้สึกว่าตัวเองทำพลาดไปอย่างมหันต์ผุดขึ้นมาในใจอย่างรุนแรง

“……ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

ริเคนส์ยืดตัวตรงขึ้นจากการก้มมอง แล้วรีบก้าวเท้าเดินหนีไปจากตรงนั้นทันที

“……ท่านเซอร์ ท่านเซอร์คะ!”

โรดี้ซอยเท้าเดินตามหลังเขามาติดๆ

“ทำไมพูดค้างไว้แค่นั้นแล้วเดินหนีไปล่ะคะ”

ริเคนส์ทำเป็นหูทวนลม

“โกรธเหรอคะ”

“ไม่ได้โกรธ”

“โกรธชัดๆ เลยค่ะ”

“บอกว่าไม่ได้โกรธไง”

“ถ้าอย่างนั้น กำลังวิ่งหนีอยู่เหรอคะ”

ริเคนส์ชะงักฝีเท้ากึกแล้วหันมาตีสีหน้าดุดันขึ้นเล็กน้อย

“……หยุดดูหมิ่นฉันมากไปกว่านี้ได้แล้ว”

แม้น้ำเสียงของเขาจะเย็นยะเยียบชวนให้หวาดกลัว แต่โรดี้กลับทำเพียงจ้องมองเขาตาแป๋ว

“เรื่องแค่นี้ถือเป็นการดูหมิ่นตรงไหนกันคะ”

“สำหรับอัศวินแล้ว การวิ่งหนีถือเป็นการเหยียดหยามเกียรติ ฉันไม่ได้หนี”

“โกหก”

นัยน์ตาสีเขียวอ่อนทอประกายแจ่มชัด ราวกับกำลังพิสูจน์หาความจริง

“ท่านกำลังหวาดกลัวอยู่ต่างหากล่ะคะ”

หวาดกลัวงั้นหรือ

ลำคอของริเคนส์แข็งเกร็งขึ้นมาทันทีกับคำสั้นๆ เพียงคำนั้น

“ฉัน ไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น”

เขาจ้องมองโรดี้เขม็ง

“เธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่”

“ฉันอยากให้ท่านซื่อสัตย์กับตัวเองค่ะ”

“ฉันก็ซื่อสัตย์กับตัวเองอยู่แล้วนี่”

โรดี้ยิ้มออกมา

“นั่นก็โกหกเหมือนกันค่ะ”

ท่าทางของเธอที่เหมือนมองทะลุถึงก้นบึ้งในใจทำให้ริเคนส์เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

“เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันมากแค่ไหนกันถึงได้ทำแบบนี้”

“อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าท่านกำลังหลีกหนีอะไรอยู่ก็แล้วกันค่ะ”

“แค่คนอย่าง…….”

สายตาอันใสกระจ่างนั่นช่างชวนให้ขัดตานัก

ริเคนส์กำหมัดแน่นพลางเอ่ยประชดประชัน

“แค่คนที่มีสภาพถูกไล่ออกจากตระกูลอย่างเธอน่ะหรือ”

เขากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเค้นถ้อยคำออกมาราวกับพ่นทิ้ง

“เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันต้องแบกรับไว้เลยแม้แต่นิดเดียว”

“…….”

น้ำเสียงที่เชือดเฉือนอย่างยิ่งทำให้โรดี้เบิกตากว้าง

ริเคนส์หันหลังกลับอย่างเย็นชา ทิ้งเธอเอาไว้ตรงนั้น

“คนขี้ขลาด”

สุ้มเสียงอันแจ่มชัดดังกังวานมาจากทางด้านหลัง

“ท่านมันคนขี้ขลาดค่ะ ท่านเซอร์มักเซตา”

“…….”

“คิดจะใช้ชีวิตตามกรอบที่คนอื่นวางไว้ไปตลอดชีวิตหรือไงคะ แบบนั้นมันไม่มีความหมายอะไรเลยสักนิด”

คำต่อว่าที่ราวกับลูกศรพุ่งตรงเข้าเป้าทำให้ริเคนส์เดินจากไปโดยไม่เอ่ยตอบสิ่งใด

คราวนี้โรดี้ไม่ได้ไล่ตามเขามาอีก

◆ ◆ ◆

“เจ๊งแล้วสิ”

เมื่อกลับมาถึงบ้าน โรดี้ก็นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงพลางถอนหายใจออกมา

“ดันทำริเคนส์โกรธจนได้สิเนี่ย……”

การสะกดรอยตามริเคนส์ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เขาโมโหเลยสักนิด

‘กะว่าจะหาจังหวะเกลี้ยกล่อมแท้ๆ’

พริบตาที่เห็นประกายในแววตาของริเคนส์ยามมองเครื่องประดับบนแผงลอย เธอก็คิิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว

‘แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการทะเลาะกันเนี่ยนะ’

โรดี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่

‘ตอนจีบริเคนส์ในเกม ท่าทีของซิโมเน่จะอ่อนโยนและนุ่มนวลอยู่ตลอดนี่นา’

หรือตนเองควรจะเข้าหาเขาแบบนั้นบ้างนะ

‘แต่พอเห็นริเคนส์คอยปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่เรื่อย มันก็อึดอัดใจจนทนไม่ไหว……’

เธอจึงเผลออารมณ์ร้อนใส่เขาไปโดยไม่รู้ตัว

โรดี้กอดหมอนแน่นพลางพึมพำออกมา

“ถ้ามัวแต่เก็บกดสิ่งที่ชอบเอาไว้ สุดท้ายก็จะไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่น่ะสิ……”

เหมือนกับตัวเธอเป๊ะเลย

“……ช่างเถอะ ช่วยไม่ได้นี่นา”

โรดี้ลุกขึ้นจากเตียง จะมานั่งเสียใจกับเรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไร

“กินข้าวเย็นดีกว่า”

เธอเดินไปที่ห้องครัวแล้วหยิบวัตถุดิบอะไรก็ได้ที่มือคว้าถึงมาผัดลวกๆ แล้วตักใส่จาน

อาหารหน้าตาประหลาดที่มองปราดเดียวก็ดูไม่ออกว่าเป็นอะไรถูกยกมาวางบนโต๊ะ

‘กินแล้วท้องไม่เสียก็พอแล้วล่ะ’

โรดี้ใช้ส้อมจิ้มบรอกโคลีขึ้นมาเคี้ยว

บรอกโคลีแหลกละเอียดอยู่ในปาก

‘ว่าแล้วเชียว’

……นอกจากความรู้สึกว่ากำลังเคี้ยวอะไรนิ่มๆ เละๆ อยู่แล้ว ก็ไม่รับรู้ถึงรสชาติใดเลยสักนิด

“ถึงร่างจะเปลี่ยนไปแต่เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้สินะ”

หลังจากตักอาหารในจานเข้าปากอย่างเป็นเครื่องจักร เธอก็พึมพำออกมาอย่างขมขื่น

“เมื่อไหร่ฉันถึงจะสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ชอบกันนะ……”

โรดี้ ไม่สิ ยุนซอไม่สามารถรับรู้รสชาติได้เลย

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์จบตอน 16
อ่านตอน 17 ต่อ
อ่านตอนล่าสุดได้ที่ลงถึงตอน 188
↗Readtoon
☆ ให้คะแนน / เขียนรีวิวเรื่องนี้

ความคิดเห็นตอนนี้

กำลังโหลดความเห็น...

ดูความเห็นทุกตอนของเรื่องนี้
‹ ตอน 15กลับหน้าเรื่อง
ตอน 15ตอน 17