คลังเรื่องเร็ว ๆ นี้มาแรงเสนอเรื่องที่อยากให้แปลตารางอัป
–
ลูมอนโซ่ · ผู้รักการอ่านมังฮวาและนิยายอ่านเวอร์ชันต้นฉบับและแปลไทยได้ตามลิงก์ในแต่ละเรื่อง
ข้อมูลเว็บและติดต่อ
ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายเหรียญและการคืนเงินความเป็นส่วนตัวเหรียญติดต่อเรา

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์ตอน 31

ตอน 31

ตอนที่ 31 05. ที่ดินทำเลทอง

เรื่องหลังจากนั้นดำเนินไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว

ขณะกำลังร่างสัญญาเกี่ยวกับการซื้อคฤหาสน์เดิม ริเคนส์ก็เอ่ยถามขึ้น

“หลังจากนี้คิดจะไปพักอยู่ที่ไหนหรือ?”

“ว่าจะพักที่โรงเตี๊ยมไปสักพักน่ะค่ะ”

มือของริเคนส์ที่กำลังจัดเอกสารสัญญาพลันชะงักไป

“ที่โรงเตี๊ยมงั้นหรือ?”

โรดี้พยักหน้าด้วยสีหน้าราวกับจะบอกว่ามีปัญหาอะไรตรงไหน

“ค่ะ ที่โรงเตี๊ยม”

“ฉันไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไรเลย”

“คะ?”

“มันมีเรื่องปัญหาความปลอดภัยอยู่ไม่ใช่หรือ”

โรดี้ทำสีหน้าราวกับคิดว่าเขาช่างกังวลไม่เข้าเรื่อง

“ฉันมีเงินนี่คะ อีกอย่างก็จะไปพักที่โรงเตี๊ยมหรูๆ ด้วย คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“นั่นแหละที่ยิ่งเป็นปัญหา หญิงสาวอายุน้อยที่มีเงินก้อนโตแถมยังพักที่โรงเตี๊ยมเพียงลำพังเนี่ยนะ”

โรดี้กลอกตาไปมา

“เรื่องเงินก็แค่เอาไปฝากธนาคารไว้ก่อน ส่วนเรื่องความปลอดภัย ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรถ้าไปพักในที่แพงๆ ไม่ใช่หรือคะ?”

ริเคนส์เคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะเบาๆ คล้ายกับไม่สบอารมณ์ในคำตอบอันแสนสบายใจเฉิบนั้น

“แต่จากเรื่องเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้เธอกลายเป็นคนมีชื่อเสียงไปแล้ว ไม่ใช่แค่คนทั่วไปแต่รวมถึงพวกนักข่าวด้วย... ต่อให้เป็นโรงเตี๊ยมหรูหราแค่ไหนก็คงกักตัวพวกนักข่าวไม่ให้เข้าออกไม่ได้หรอก”

มันก็เป็นคำพูดที่ถูกต้องอยู่หรอก

“แต่ว่านอกจากโรงเตี๊ยมแล้ว ฉันก็ไม่มีสถานที่ที่จะพอไปพึ่งพาอาศัยได้เลยนี่คะ... อ๊ะ”

โรดี้ที่พูดมาถึงตรงนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงตราประทับของ ‘ค่ำคืนแห่งความมั่งคั่ง’ ที่เคยได้รับจากนอยเอนในอดีต

‘ถ้าได้รับความช่วยเหลือจากค่ำคืนแห่งความมั่งคั่ง อาจจะหาที่พักที่ปลอดภัยได้ก็ได้นะ’

แต่จะขอรับความช่วยเหลือกับเรื่องแค่นี้จะดีหรือ

‘เก็บไว้ขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินกว่านี้น่าจะดีกว่าหรือเปล่านะ’

“มีที่ที่พอจะไปพักอยู่แล้วงั้นหรือ”

ในเบื้องต้นโรดี้จึงเอ่ยคำตอบที่คิดอยู่ในหัวออกมา

“ถ้าขอความช่วยเหลือจากสมาคมการค้าค่ำคืนแห่งความมั่งคั่งล่ะคะ”

ริเคนส์แสดงสีหน้าประหลาดใจ

“ค่ำคืนแห่งความมั่งคั่งงั้นหรือ ดูเหมือนเธอจะเคยไม่ถูกกับหัวหน้าสมาคมการค้ายูบาร์ไม่ใช่หรือไง”

“เมื่อไม่นานมานี้คืนดีกันแล้ว และตกลงเป็นเพื่อนกันแล้วค่ะ”

เขาพึมพำด้วยสีหน้าที่คาดเดาความคิดไม่ออก

“เพื่อน งั้นหรือ…”

โรดี้เอียงคอ

“แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าจะขอความช่วยเหลือในเวลาแบบนี้ได้หรือเปล่า เพราะไม่ได้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินอะไรขนาดนั้นด้วย”

ริเคนส์ที่มองดูเธออย่างพินิจอยู่ครู่หนึ่งจึงโพล่งออกมา

“ไปพักที่คฤหาสน์มักเซตาสิ”

โรดี้เบิกตากว้างพลางสงสัยในหูตัวเอง

“คะ”

“ก็แค่ให้คนทำความสะอาดห้องพักแขกไว้ห้องหนึ่งก็สิ้นเรื่อง”

เธอโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่ค่ะ ไม่ ฉันจะไปรบกวนขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะคะ”

ริเคนส์กลับแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ยกห้องให้ห้องเดียวจะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไร แต่เดิมห้องพักแขกก็มีเหลือเฟืออยู่แล้ว”

โรดี้กลอกตาไปมา

“แต่ว่า ท่านดยุคเองก็คงจะไม่ชอบใจด้วยเหมือนกัน…”

“ตรงกันข้าม ท่านคงจะดีใจเสียอีกที่มีเพื่อนคุยเพิ่มขึ้น”

“ถ้าเกิดมีข่าวลือแปลกๆ แพร่งพรายออกไปจนฉันไปขัดขวางเส้นทางการแต่งงานของท่านเซอร์จะทำอย่างไรล่ะคะ ยิ่งเป็นเรื่องที่ท่านดยุคกังวลอยู่ด้วย”

ริเคนส์หัวเราะหึออกมา

“พวกคนรับใช้ปากหนักกันทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อีกอย่าง เส้นทางการแต่งงานที่จะต้องมาพังลงเพราะเธอก็ไม่มีอยู่แต่แรกแล้วด้วย”

โรดี้เอียงคอพลางจ้องมองริเคนส์ตาแป๋ว ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจในที่สุด

“ก็นั่นสินะคะ ถ้าท่านเซอร์คิดจะแต่งขึ้นมาละก็…… ต่อให้แต่งสักสิบครั้งก็คงยังได้”

รวยก็รวย หน้าตาก็ดี ความสามารถก็ล้นเหลือ

คำพูดของเธอทำเอาสีหน้าของริเคนส์เต็มไปด้วยความพูดไม่ออก

“สรุปว่าเธอมองฉันเป็นคนยังไงกันแน่”

เขาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ

“ในพจนานุกรมของฉันไม่มีคำว่าหย่าหรอกนะ”

โรดี้ซึ่งมีมุมมองของสังคมยุคใหม่โดยพื้นฐานตอบสนองด้วยความกังขา

“ใจคนเราไม่มีใครรู้หรอกนะคะ”

ขนาดในตลาดการหาคู่อย่างอิสระ อัตราการหย่าร้างยังพุ่งสูงขนาดนั้น…… แถมในจักรวรรดิแห่งนี้ก็ไม่ได้ถือว่าการหย่าเป็นเรื่องต้องห้ามอะไรสักหน่อย

“…….”

ริเคนส์ยิ่งแสดงสีหน้าเอือมระอามากกว่าเดิม

“พูดจาไร้สาระไม่หยุดเลยนะ”

……ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าบทสนทนามันเลยเถิดมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

เขาแสร้งกระแอมไอเบาๆ ราวกับต้องการเปลี่ยนเรื่องคุย

“เอาเป็นว่าเธอก็ไม่ใช่ผู้ปกครองของฉัน ไม่จำเป็นต้องมาคอยกังวลเรื่องการแต่งงานของฉันหรอก”

‘นั่นสินะ หนูจะไปมัวห่วงแมวทำไมกัน’

โรดี้ยอมรับความจริงอย่างรวดเร็ว

ตัวเองไม่ใช่แม่ของเขาสักหน่อย แต่กลับไปห่วงเรื่องแต่งงานของเขา คิดดูแล้วก็จุ้นจ้านเกินไปจริงๆ นั่นแหละ

“จริงด้วยค่ะ ฉันแส่ไม่เข้าเรื่องเอง”

“เธอคือผู้มีพระคุณของตระกูลมักเซตา แค่เปิดห้องพักรับรองแขกให้ห้องหนึ่งไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเลย”

ริเคนส์มองโรดี้ด้วยแววตาจริงจัง

“ในทางกลับกัน ถ้าบทสัมภาษณ์ที่ฉันให้ไปทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเธอขึ้นมาข้างนอกนั่น นั่นแหละเรื่องใหญ่ ท่านปู่เองก็คงจะเป็นห่วงมากแน่ๆ”

เขาเอ่ยปากถึงขนาดนี้ หากยังปฏิเสธต่อไปก็คงจะเสียมารยาทแล้ว

‘แถมการที่มีพวกนักข่าวคอยตามตื๊อก็น่ารำคาญจริงๆ นั่นแหละ’

ไปสืบรู้ที่อยู่มาได้อย่างไรก็ไม่รู้ ช่วงนี้พวกนักข่าวถึงได้มาคอยด้อมๆ มองๆ อยู่แถวคฤหาสน์ตลอดเวลา

‘ถ้าไปพักที่คฤหาสน์ดยุค ก็คงไม่ต้องคอยระแวงสายตาพวกนักข่าวด้วย’

ไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธอีกต่อไป

โรดี้ลากเสียงท้ายประโยคเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหน้าทะเล้น

“งั้นนน…… ขอฝากเนื้อฝากตัวสักระยะนะคะ?”

ราวกับพอใจที่เธอตอบตกลง ริเคนส์จึงคลี่ยิ้มบางๆ

“ฉันจะดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง”

◆ ◆ ◆

ทั้งที่กังวลว่าท่านดยุคผู้เป็นห่วงเรื่องการแต่งงานของหลานชายอยู่เสมอจะรู้สึกลำบากใจ แต่วิลเลียมกลับออกมารอต้อนรับถึงหน้าประตูคฤหาสน์ด้วยตนเองอย่างเหนือความคาดหมาย

“ยินดีต้อนรับ คุณโรดี้!”

แถมดูท่าทางจะอารมณ์ดีมากเสียด้วย

โรดี้ก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ

“ขอบพระคุณสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่นค่ะ ท่านดยุค ฉันจะรีบหาที่พักใหม่ให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนนานจนเกินไปนะคะ”

วิลเลียมส่ายหน้า

“รบกวนอะไรกัน ไม่ใช่เลยสักนิด คุณโรดี้คือผู้มีพระคุณของตระกูลเราเชียวนะ คิดเสียว่าเป็นบ้านของตัวเองแล้วพักผ่อนตามสบายได้นานเท่าที่ต้องการเลย”

แม้จะรู้สึกซาบซึ้งใจกับคำตอบอันอบอุ่น ทว่าอีกใจหนึ่งโรดี้ก็ยังคงกังวล

“แต่ถ้าเกิดมีข่าวลือแปลกๆ แพร่ไปในแวดวงสังคม มันจะสร้างความเดือดร้อนให้ท่านดยุคและท่านผู้สืบทอดตำแหน่งดยุคเอาน่ะสิคะ”

วิลเลียมแย้มยิ้ม

“อ้อ กังวลเรื่องนั้นเองรึ? ไม่ต้องห่วงไปหรอก หากมีข่าวลือพิลึกพิลั่นเกิดขึ้นล่ะก็ ฉันจะสั่งให้เจ้าริเคนส์รับผิดชอบคุณโรดี้อย่างแน่นอน”

“……!”

คำพูดที่ไม่ได้คาดฝันทำเอาเธอแทบจะก้าวขาพลาดสะดุดล้ม

“ระ รับผิดชอบหรือคะ?”

วิลเลียมพยักหน้า

“อาจจะไปขัดขวางหนทางแต่งงานของคุณหนูผู้เป็นถึงผู้มีพระคุณของตระกูลแท้ๆ ย่อมต้องรับผิดชอบอยู่แล้วสิ”

“มะ ไม่ใช่นะคะ ในกรณีแบบนี้ฉันต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบไม่ใช่หรือ……?”

ขนาดพูดออกไปเอง โรดี้ยังสับสนเลยว่าประโยคที่ตนเพิ่งเอ่ยออกมานั้นมันสมเหตุสมผลหรือไม่

ทว่าตัววิลเลียมกลับยังคงดูสบายอกสบายใจ

“โอ้ สมกับเป็นคุณโรดี้จริงๆ บอกว่าจะรับผิดชอบดูแลเจ้าหลานชายผู้ไร้อารมณ์ของฉันไปตลอดชีวิตสินะเนี่ย ช่างน่าพึ่งพาเหลือเกิน”

ฉันไม่ได้พูดสักคำว่าตลอดชีวิตนะคะ… โรดี้กลอกตาเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจปิดปากเงียบ

หากต่อบทสนทนาไปแล้วท่านดยุคเกิดขอร้องให้รับผิดชอบอนาคตของหลานชายเข้าจริงๆ คงได้ลำบากแน่

‘ก็รู้อยู่หรอกว่าวิลเลียมกังวลเรื่องการแต่งงานของริเคนส์มากขนาดไหน’

แต่ไม่นึกเลยว่าจะถึงขั้นพยายามจับคู่เขากับตนเองที่กลายเป็นสามัญชนไปแล้วแบบนี้

‘ดูท่าจะกลุ้มใจหนักหนาสาหัสจริงๆ แฮะ’

หรือว่าเงื่อนไขของคนที่จะมาเป็นหลานสะใภ้ขอแค่เป็นผู้หญิงก็พอแล้วงั้นหรือ… หากคำนึงถึงระดับชั้นของตระกูลดยุคมักเซตาแล้ว นี่มันเป็นเงื่อนไขที่ใจกว้างเกินไปเสียด้วยซ้ำ

ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ฝีเท้าของวิลเลียมก็หยุดลง

“ตรงนี้คือห้องที่คุณโรดี้จะพักนับจากนี้ไปนะ”

ท่านดยุคเปิดประตูออกด้วยตนเอง

“……!”

เมื่อมองเข้าไปภายในห้อง ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น

ห้องขนาดใหญ่นี้โอ่อ่าและหรูหรากว่าห้องที่โรดี้เคยอยู่ตอนพักในคฤหาสน์ดยุคเอวองต์เสียอีก

เธอเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“ท่านดยุคคะ… ที่นี่คือห้องพักแขกจริงๆ หรือคะ”

“เปล่า แน่นอนว่านี่คือห้องรับรองแขกวีไอพียังไงล่ะ”

หากเป็นห้องรับรองแขกวีไอพี ย่อมต้องเป็นห้องที่เปิดให้เฉพาะแขกผู้สูงศักดิ์ยิ่งเท่านั้นแน่ๆ

วิลเลียมเอ่ยถาม

“ชอบห้องที่กว้างกว่านี้หรือ”

หากกว้างกว่านี้อีก เจ้าของห้องเดิมจะต้องเป็นใครกันล่ะเนี่ย

โรดี้ที่จู่ๆ ก็นึกกลัวขึ้นมาจึงรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน

“มะ ไม่ใช่ค่ะ ฉันแค่ตกใจที่คุณมอบห้องที่ดีเกินไปให้ต่างหากค่ะ”

อีกฝ่ายหัวเราะออกมาอย่างไม่ถือสา

“เรื่องแค่นี้เองจะเป็นไรไป คุณโรดี้เป็นผู้มีพระคุณของตระกูล ย่อมสมควรได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติอยู่แล้ว”

“ขะ ขอบคุณค่ะ”

ในตอนนั้นเอง วิลเลียมก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเล็กน้อย

“บอกไว้เป็นข้อมูลนะ เลี้ยวตรงหัวมุมตรงนั้นไปก็เป็นห้องของผู้สืบทอดตำแหน่งดยุคแล้วล่ะ”

“อะ เอ่อ…… รับทราบค่ะ?”

ทำไมถึงมาบอกตำแหน่งห้องของริเคนส์เอาในจังหวะนี้กันนะ

“ถ้ามีเรื่องอะไรที่ต้องให้เจ้าหลานชายช่วยก็แวะไปหาได้ตามสบายเลยนะ จะใช้งานเยี่ยงทาสเลยก็ยังได้”

ไม่ใช่คนรับใช้ของตระกูลสักหน่อย แต่บอกให้จิกหัวใช้ถึงระดับผู้สืบทอดตำแหน่งดยุคเนี่ยนะ นี่ไม่ใช่แค่ต้อนรับแขกแล้ว แต่ประเคนให้ประหนึ่งเป็นเจ้านายเลยต่างหาก

การได้รับการปรนนิบัติอย่างเลอค่าที่ไม่เคยได้สัมผัสแม้แต่ในบ้านตระกูลเดิม ทำให้โรดี้รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง

วิลเลียมมองดูเธอพลางขยับปากมุบมิบราวกับอยากจะพูดอะไรต่ออีกสักหน่อย

‘ถ้าพล่ามไปมากกว่านี้ ยัยหนูนั่นจะคิดว่าตาแก่นี่ทำตัวจุ้นจ้านเกินเหตุหรือเปล่านะ’

ในไม่ช้า วิลเลียมก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเสียดาย

“ถ้าอย่างนั้น คุณโรดี้ พักผ่อนให้สบายเถอะนะ”

โรดี้ก้มศีรษะลงพลางมองดูเขาที่กำลังเดินจากไป

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

[นิยาย] ชีวิตนางร้ายเริ่มต้นด้วย 0 โกลด์จบตอน 31
อ่านตอน 32 ต่อ
อ่านตอนล่าสุดได้ที่ลงถึงตอน 188
↗Readtoon
☆ ให้คะแนน / เขียนรีวิวเรื่องนี้

ความคิดเห็นตอนนี้

กำลังโหลดความเห็น...

ดูความเห็นทุกตอนของเรื่องนี้
‹ ตอน 30กลับหน้าเรื่อง
ตอน 30ตอน 32