ด้วยเหตุนี้ นอยเอนที่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงเข้าร่วมกลุ่มด้วย
ทั้งสี่คนมารวมตัวกันที่ห้องวิจัยของไคลูสเพื่อสุมหัวคิดหาทางออก
“วิธีที่จะเข้าไปในคฤหาสน์ของมาร์ควิสเตเนบราได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายงั้นหรือ……”
นอยเอนพึมพำพลางจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
“จนถึงเมื่อสามปีก่อน ตระกูลมาร์ควิสเตเนบราเคยเป็นคู่ค้าของสมาคมการค้าจริง ๆ ครับ”
ริเคนส์เอ่ยขึ้น
“ถ้าพูดอีกแง่หนึ่ง ก็หมายความว่าการค้าขายกับตระกูลมาร์ควิสมีช่องว่างเว้นไปถึงสามปีแล้วสินะ”
ไคลูสกับโรดี้ลอบผิดหวังอยู่เงียบ ๆ
ต่อให้เป็นนอยเอนผู้เป็นพ่อค้าเจนสนามสักแค่ไหน ก็คงไม่รู้ว่าจะหาทางเข้าไปในคฤหาสน์ของคู่ค้าเมื่อสามปีก่อนได้อย่างไร
ในตอนนั้นเอง นอยเอนก็คลี่ยิ้มออกมา
“ไม่หรอกครับทุกท่าน ยังเร็วเกินไปที่จะผิดหวัง เพราะที่ผมจะพูดมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”
“……?”
ทั้งสามคนกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย
“ก่อนอื่น ผมขอถามท่านดยุคมักเซตาที่เป็นหัวหน้าอัศวินสักข้อหนึ่งได้ไหมครับ”
“เรื่องอะไรหรือ”
นอยเอนยิ้มกริ่ม
“ท่านคิดว่าความผิดฐานใดที่ราชวงศ์เกลียดชังเข้าไส้ที่สุดหรือครับ”
เมื่อเผชิญกับคำถามที่เป็นปริศนา ริเคนส์จึงตอบกลับไป
“นั่นก็ต้องเป็น ‘กบฏ’ อยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
นอยเอนพยักหน้ายอมรับอย่างไม่จริงจังนัก
“เป็นคำตอบที่สมกับเป็นอัศวินผู้เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจจริง ๆ ครับ”
“ฉันตอบผิดงั้นหรือ”
“เปล่าครับ นั่นก็ไม่ใช่คำตอบที่ผิดเสียทีเดียวหรอก”
คำพูดที่คลุมเครือนั้นทำให้ริเคนส์แสดงสีหน้าฉงนใจออกมา
“ช่วยพูดให้ชัดเจนหน่อยดีกว่าว่าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่”
“อ่า เสียมารยาทแล้วครับ เป็นพ่อค้ามานานหลายปี วิธีพูดจาแบบเล่นลิ้นเลยติดเป็นนิสัยไปเสียนี่”
เมื่อกล่าวเช่นนั้น นอยเอนก็กวาดสายตามองทุกคนโดยรอบ
“ถึงแต่ละคนอาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปบ้าง แต่จากมุมมองของพ่อค้าแล้ว ความผิดที่ราชวงศ์เกลียดที่สุดก็คือสิ่งนี้ครับ”
เขายิ้มละไมพลางกล่าวเสริม
“การเลี่ยงภาษี”
……เป็นคำตอบที่เหนือความคาดหมายจริง ๆ
ไคลูสเอ่ยถาม
“ตอนนี้นายกำลังจะบอกว่า ให้เอาเรื่องการเลี่ยงภาษีไปโยงกับมาร์ควิสเตเนบราอย่างนั้นเหรอ”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ต่อให้เริ่มหาหลักฐานตั้งแต่ตอนนี้แล้วรายงานต่อราชวงศ์ ก็น่าจะใช้เวลานานเกินไปอยู่ดีนะ”
“ความหมายของผมไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ ท่านไคลูส”
“ถ้าอย่างนั้นหมายความว่ายังไง”
นอยเอนตอบอย่างนุ่มนวล
“หมายความว่าในมือของผมมีหลักฐานการเลี่ยงภาษีของมาร์ควิสเตเนบราอยู่แล้วต่างหากล่ะครับ”
ดูเหมือนไคลูสจะไม่เข้าใจในทันที
“แต่ว่านายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าตัดขาดการค้ากับตระกูลมาร์ควิสไปเมื่อสามปีก่อนน่ะ”
“หากพูดในทางกลับกัน นั่นก็หมายความว่าบันทึกการค้าและบัญชีจนถึงเมื่อสามปีก่อนยังคงหลงเหลืออยู่ครับ”
โรดี้ที่ยืนฟังอยู่นิ่ง ๆ จึงเอ่ยถามขึ้นมา
“แต่นั่นเป็นสมุดบัญชีฝั่งสมาคมการค้า ‘ค่ำคืนแห่งความมั่งคั่ง’ นี่คะ ถ้าจะจับหลักฐานเรื่องการเลี่ยงภาษี เราไม่จำเป็นต้องได้สมุดบัญชีของตระกูลเตเนบรามาไว้ในมือก่อนเหรอคะ”
“เป็นข้อสังเกตที่ดีมากเลย คุณโรดี้”
สีหน้าของนอยเอนดูพึงพอใจขึ้นมาอย่างไรชอบกล
“และตรงจุดนี้นี่เองที่ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลของสมาคมการค้าค่ำคืนแห่งความมั่งคั่งจะเปล่งประกายนะ”
“……คะ?”
“ความจริงแล้วเรื่องนี้เคยเป็นความลับ แต่ในเมื่อสถานการณ์เร่งด่วนถึงเพียงนี้ก็คงช่วยไม่ได้ที่จะต้องเปิดเผยครับ อย่างที่ท่านทราบกันดีว่าสมาคมการค้าของเรามีคู่ค้าอยู่ทั่วทั้งทวีป อีกทั้ง…….”
นอยเอนยิ้มกว้างออกมา
“นอกจากเราจะจัดทำบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าทุกรายแล้ว เรายังคำนวณและบันทึกผลกำไรที่คาดการณ์ไว้ของคู่ค้าแต่ละรายเอาไว้อย่างละเอียดด้วยครับ”
ริเคนส์ถามกลับราวกับไม่อยากจะเชื่อหู
“……เรื่องแบบนั้นคำนวณออกมาได้อย่างไรกัน?”
“หากเปรียบเทียบสถานการณ์ของตลาดก่อนและหลังการซื้อขายเสร็จสิ้น ก็จะคำนวณได้ว่าน่าจะได้ส่วนต่างกำไรไปเท่าไหร่ครับ พูดง่าย ๆ ก็คือเรามีบัญชีแยกต่างหากระหว่างบัญชีก่อนการซื้อขายกับบัญชีผลลัพธ์ของคู่ค้าหลังการซื้อขายนั่นเองครับ”
“นั่นหมายความว่า มีบัญชีของคู่ค้าแต่ละรายแยกไว้ต่างหาก ไม่ใช่แค่บัญชีของ ‘ค่ำคืนแห่งความมั่งคั่ง’ สินะ”
สำหรับริเคนส์ที่เคยดูแลด้านการเงินของตระกูลดยุค ความจริงข้อนี้ฟังดูเหลือเชื่อจนเกินจินตนาการ
“แต่นอยเอน เธอทำการค้าโดยมีเครือข่ายกระจายสินค้าอยู่ทั่วทั้งทวีปไม่ใช่หรือ อย่างน้อยคู่ค้าก็คงมีเป็นร้อยราย และรายการซื้อขายคงมีเป็นพันรายการ…….”
พอพูดไปเรื่อย ๆ ริเคนส์ก็เริ่มแสดงสีหน้าอึ้งจนพูดไม่ออกอย่างแท้จริง
“บันทึกสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ทีละอันเลยงั้นหรือ? ทุกครั้งเลยเนี่ยนะ?”
นอยเอนตอบรับ
“ถูกต้องแล้วครับ”
“ปริมาณที่สะสมไว้คงมหาศาลน่าดู”
“ก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับห้องสมุดสักแห่งได้เลยละครับ”
โรดี้ที่กำลังฟังอยู่ก็รู้สึกอึ้งไม่แพ้กัน
‘ที่นี่ไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่มีระบบประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์เสียหน่อยนะ’
การจะเปรียบเทียบและบันทึกประวัติการซื้อขายนับพันรายการกับสถานการณ์ตลาดทั้งก่อนและหลังแบบนั้นได้ มันเป็นไปได้จริง ๆ หรือ
เป็นความรอบคอบที่ละเอียดถี่ถ้วนจนชวนให้ขนลุกเลยทีเดียว
ทั้งไคลูส โรดี้ ริเคนส์……
ทั้งสามคนต่างเผยสีหน้าเอือมระอาออกมา ทว่าตัวนอยเอนกลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด
“เอาเป็นว่า สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือ ยังมีบันทึกรายการที่เกี่ยวกับมาร์ควิสเตเนบราหลงเหลืออยู่ครับ”
“แต่ถ้าหากมาร์ควิสเตเนบราไม่ได้หลบเลี่ยงภาษี ทั้งหมดนี้ก็ไร้ความหมายไม่ใช่หรือ?”
นอยเอนส่ายหน้า
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ผมไม่ได้จำคู่ค้าที่ตัดขาดการติดต่อกันไปเมื่อสามปีก่อนได้อย่างแม่นยำโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ”
“นั่นหมายความว่า……?”
นอยเอนยิ้มกว้างออกมา
“ถูกต้องแล้วครับ ในตอนนั้นผลกำไรของมาร์ควิสเตเนบราตามที่เราได้คาดการณ์ไว้ กับกำไรที่เขารายงานต่อราชวงศ์จริง ๆ มีความแตกต่างกันอย่างมหาศาลเลยละครับ”
ไคลูสเอ่ยถาม
“……ทำได้ยังไงกัน?”
“เป็นวิธีที่พบได้ทั่วไปเลยครับ นั่นคือการทำบัญชีคู่ครับ”
พูดอีกอย่างก็คือ มาร์ควิสเตเนบราได้รายงานผลกำไรต่ำกว่าความเป็นจริง และจ่ายภาษีน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก
แถมยังทำติดต่อกันมานานหลายปีอีกด้วย
ริเคนส์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ทำไมถึงไม่รีบรายงานต่อราชวงศ์ตั้งแต่แรกล่ะ?”
นอยเอนตอบกลับอย่างใจเย็น
“ถึงจะไม่ใช่วิธีที่ท่านดยุคมักเซตาผู้สูงส่งจะถูกใจนัก…… แต่พ่อค้าอย่างพวกเราถ้าไม่กุมจุดอ่อนของเหล่าขุนนางเอาไว้คนละอย่างสองอย่าง ก็คงยากที่จะอยู่รอดมาได้นานหรอกนะครับ”
โรดี้เข้าใจได้ในทันที
‘หมายความว่ากะจะเก็บไว้ใช้เป็นจุดอ่อนเล่นงานในสักวันสินะ’
คู่ค้าของสมาคมการค้าค่ำคืนแห่งความมั่งคั่งมีอยู่เป็นร้อยแห่ง
‘ในบรรดานั้นจะมีสักกี่ที่กันที่จ่ายภาษีอย่างซื่อสัตย์จริงๆ?’
แม้จะไม่รู้แน่ชัด แต่ก็คงมีขุนนางจำนวนไม่น้อยที่พยายามเลี่ยงภาษีหรือหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
ที่ผ่านมาค่ำคืนแห่งความมั่งคั่งรู้เรื่องทั้งหมดนั้นดีอยู่แก่ใจ แต่กลับรูดซิปปากเงียบไว้เพื่อเอาไว้ใช้เป็นจุดอ่อนต่อรองในยามจำเป็น
“ท่านดยุค อย่าเพิ่งเคืองไปเลยครับ เพราะมันมักจะมีสถานการณ์ที่จำเป็นต้องงัดออกมาใช้อย่างเช่นตอนนี้ยังไงล่ะครับ”
ริเคนส์ถอนหายใจออกมา
“ไม่ได้โกรธ เพียงแต่ในฐานะผู้รับผิดชอบการเงินของตระกูลคนหนึ่งแล้ว มันค่อนข้าง…… อึ้งไปเลยต่างหาก”
นอยเอนแอบรู้สึกยินดีอยู่ลึกๆ
“ได้ยินว่าทำให้อัศวินอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิอึ้งได้เนี่ย ช่างเป็นคำชมที่เกินตัวจริง ๆ ครับ”
โรดี้ที่เฝ้ามองสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
‘คุณนอยเอน ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ’
อุตส่าห์คิดว่าเป็นแค่ชายวัยกลางคนผู้อ่อนโยนและรักภรรยามากแท้ ๆ ตั้งแต่วันนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เสียแล้ว
‘นี่มันบุคคลอันดับหนึ่งที่ไม่ควรเป็นศัตรูด้วยชัด ๆ’
“คุณนอยเอนคะ ถ้าเรายื่นหลักฐานการเลี่ยงภาษีของมาร์ควิสเตเนบราให้ราชวงศ์ ทางราชวงศ์จะยอมเคลื่อนไหวไหมคะ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว คุณโรดี้”
เขายิ้มละไม
“เพราะตระกูลเตเนบราฮุบเงินไปมากพอที่จะทำให้ฝ่าบาทตกพระทัยจนสะดุ้งสุดตัวเลยละนะ”
“…….”
โรดี้ตั้งมั่นกับตัวเองอีกครั้งว่าจะต้องผูกมิตรกับนอยเอนไปตลอดให้ได้
การคาดเดาของนอยเอนถูกต้อง
แม้จะไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิจะทรงตกพระทัยจนลุกพรวดขึ้นมาจริง ๆ หรือไม่ แต่ก็มีคำสั่งลงมายังกองอัศวินให้บุกค้นและยึดทรัพย์คฤหาสน์เตเนบราโดยทันที
ริเคนส์บอกว่าแทบจะเรียกว่าการเร่งรัดอย่างหนักเลยทีเดียว
โรดี้ตระหนักถึงความจริงข้อใหม่ขึ้นมาได้
‘อย่างนี้นี่เอง สิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้ปกครองพอ ๆ กับกบฏก็คือการหนีภาษีหรือการเลี่ยงภาษีนี่เอง……’
เงินคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกจริง ๆ ด้วย
ปฏิบัติการบุกค้นและยึดทรัพย์ถูกวางแผนอย่างลับ ๆ ภายในกองอัศวิน
“ริเคนส์”
……และโรดี้ก็กำลังดึงดันอยู่
“ฉันจะเข้าร่วมในฐานะผู้ช่วยด้วยค่ะ”
ริเคนส์มีสีหน้าลำบากใจ
“มันอันตรายเกินไป ไม่ใช่ว่าเธอบอกเองหรอกหรือว่ามีโอกาสสูงที่ปีศาจจะอยู่ที่นั่นน่ะ”
“แต่อีกฝ่ายเป็นปีศาจสายควบคุมจิตใจนะคะ กองอัศวินกับคุณเองก็มีโอกาสโดนล้างสมองเหมือนกัน”
“ฉันตกลงว่าจะรับหินเวทมนตร์ที่บรรจุเวทป้องกันจากท่านชายไคลูสมาแล้ว”
“ส่วนฉันก็เพิ่งจะรู้มาว่าของพรรค์นั้นน่ะ ป้องกันเวทมนตร์สายควบคุมจิตใจไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบยังไงล่ะคะ”
“……เธอยังไม่ใช่จอมเวทนะ”
“แต่ฉันรับเวทมนตร์สายควบคุมจิตใจแทนได้ค่ะ”
ริเคนส์ตอบกลับด้วยใบหน้าที่แข็งค้าง
“โรดี้ อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันใช้เธอเป็นโล่กำบังน่ะ?”
กำลังโหลดความเห็น...